
สำนักงานศุลกากรไหโข่ว (Haikou Customs) เปิดเผยความคืบหน้าการพัฒนานวัตกรรมด้านการกำกับดูแล เพื่อรองรับการดำเนินงานภายหลังการปิดด่านศุลกากรของเขตการค้าเสรีไห่หนาน (Hainan Free Trade Port: Hainan FTP) โดยยึดหลัก การเปิดเสรีทางการค้าควบคู่กับการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ และผลักดันนโยบาย ภาษีศุลกากรเป็นศูนย์ (Zero Tariff) ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ระยะเวลาการผ่านพิธีการศุลกากรลดลงร้อยละ 20 และต้นทุนการผ่านพิธีการศุลกากรลดลงร้อยละ 50 โดยการเปิดเผยดังกล่าว มีขึ้นในการแถลงข่าวเผยแพร่กรณีศึกษานวัตกรรมเชิงบูรณาการของเขตการค้าเสรีไห่หนาน ชุดที่ 23 ซึ่งสำนักงานศุลกากรไห่โข่วระบุว่า ได้ร่วมกับหลายหน่วยงานพัฒนานวัตกรรมเชิงระบบหลายด้าน เพื่อรองรับการดำเนินงานของ Hainan FTP หลังการปิดด่านศุลกากร และสนับสนุนการดำเนินนโยบายสำคัญของรัฐบาลจีนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
สำนักงานศุลกากรไห่โข่วได้พัฒนาแพลตฟอร์มกำกับดูแลอัจฉริยะ เพื่อบริหารจัดการสินค้าที่ได้รับสิทธิภาษีศุลกากรเป็นศูนย์ตลอดทั้งห่วงโซ่การกำกับดูแล ตั้งแต่การนำเข้าสินค้า การหมุนเวียนภายในเกาะ ไปจนถึงการเคลื่อนย้ายสินค้าออกจากเกาะผ่านสำแดงด่านชั้นที่สอง พร้อมกำหนดประเภทการยกเว้นและลดหย่อนภาษีใหม่ 3 ประเภท และรูปแบบการลดหย่อนภาษีเฉพาะสำหรับ Hainan FTP อีก 5 รูปแบบ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ ควบคู่กับการพัฒนาระบบบริหารความเสี่ยงอัจฉริยะ โดยเชื่อมโยงข้อมูลผ่านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของท่าเรืออัจฉริยะ จัดทำระบบบริหารข้อมูลที่เชื่อมโยงข้อมูลรายบุคคล ผู้ประกอบการ และสินค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมกลไกตอบสนองแบบบูรณาการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตาม ตรวจสอบ และควบคุมความเสี่ยงของสินค้าที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ทั้งนี้ นับตั้งแต่เริ่มดำเนินมาตรการรองรับการปิดด่านศุลกากรจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีผู้ประกอบการที่ได้รับสิทธิประโยชน์จากนโยบายภาษีศุลกากรเป็นศูนย์จำนวน 93 ราย นำเข้าสินค้ารวมมูลค่า 3.437 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 53.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ระยะเวลาการผ่านพิธีการศุลกากรโดยรวมลดลงร้อยละ 20 และต้นทุนการผ่านพิธีการลดลงร้อยละ 50
นอกจากนี้ สำนักงานศุลกากรไห่โข่วยังได้ปรับรูปแบบการผ่านพิธีการตามหลัก “เปิดเสรีการค้าผ่านด่านชั้นที่หนึ่ง (เปิดเสรีการค้าผ่านด่านระหว่างไห่หนานกับต่างประเทศ) ควบคุมการเคลื่อนย้ายผ่านด่านชั้นที่สอง (ควบคุมการเคลื่อนย้ายสินค้าระหว่างไห่หนานกับพื้นที่อื่นของจีนแผ่นดินใหญ่) และให้เกิดการหมุนเวียนสินค้าอย่างเสรีภายในเกาะ” โดยเปิดให้สินค้าภาษีศุลกากรเป็นศูนย์และสินค้าทัณฑ์บนที่ไม่ต้องใช้ใบอนุญาตหรือไม่อยู่ภายใต้การตรวจสอบพิเศษ สามารถใช้ระบบ “ปล่อยผ่านโดยตรง” (Direct Release) ส่งผลให้รายการข้อมูลที่ต้องสำแดงในใบขนสินค้านำเข้าลดลงจาก 105 รายการ เหลือ 33 รายการ ขณะที่ด่านชั้นที่สองลดรายการข้อมูลที่ต้องสำแดงเหลือ 26 รายการ พร้อมนำระบบ “ทยอยขนส่งออกจากเกาะและยื่นสำแดงรวม” มาใช้เพื่อลดขั้นตอนการดำเนินพิธีการ โดยมีผู้ประกอบการจำนวน 5 ราย ใช้ระบบปล่อยผ่านโดยตรงนำเข้าสินค้ารวมกว่า 70,000 ตัน มูลค่า 270 ล้านหยวน และมีผู้ประกอบการจำนวน 13 ราย ใช้ระบบดังกล่าวในการนำสินค้าออกจากเกาะ เพื่อจำหน่ายภายในประเทศจีนมากกว่า 1,700 เที่ยว คิดเป็นเกือบร้อยละ 80 ของจำนวนเที่ยวสินค้าที่ผ่านด่านชั้นที่สองทั้งหมด นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับหลายหน่วยงานจัดตั้งกลไกบริหารความเสี่ยงด้านการตรวจสอบและกักกันโรคแบบบูรณาการเป็นแห่งแรกของจีน ภายใต้แนวคิด “แจ้งเตือนจุดเดียว เชื่อมโยงการตอบสนองหลายหน่วยงาน” เพื่อยกระดับการควบคุมความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของด่านนำเข้า–ส่งออกควบคู่กับการอำนวยความสะดวกทางการค้า สะท้อนถึงแนวทางของจีนในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเชิงระบบ เพื่อยกระดับการกำกับดูแล Hainan FTP ให้สามารถ “เปิดเสรีได้ ควบคุมได้” ตามเป้าหมายของการปิดด่านศุลกากร และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของไห่หนานในฐานะศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์แห่งใหม่ของจีน
ผลกระทบด้านเศรษฐกิจต่อประเทศไทย และแนวทางการปรับตัวของภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการไทย
การพัฒนาระบบกำกับดูแลและอำนวยความสะดวกทางการค้าของ Hainan FTP ช่วยยกระดับศักยภาพของไห่หนานในฐานะศูนย์กลางการค้า การกระจายสินค้า และโลจิสติกส์แห่งใหม่ของจีน ซึ่งผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร อาหารทะเล ผลไม้ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภค มีโอกาสใช้ประโยชน์จากมาตรการภาษีศุลกากรเป็นศูนย์และพิธีการศุลกากรที่รวดเร็วขึ้นในการขยายตลาดเข้าสู่จีน อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการจากหลายประเทศสามารถเข้าถึงตลาดได้สะดวกขึ้นเช่นเดียวกัน ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพสินค้า มาตรฐานการผลิต ความปลอดภัยของสินค้า ระบบตรวจสอบย้อนกลับ และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
ในขณะเดียวกัน ภาครัฐควรติดตามพัฒนาการของนโยบายเขตการค้าเสรีไห่หนานอย่างใกล้ชิด พร้อมเผยแพร่ข้อมูลด้านกฎระเบียบ สิทธิประโยชน์ และมาตรการศุลกากรให้ผู้ประกอบการไทยได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาคเอกชนและผู้ประกอบการไทยควรศึกษาเงื่อนไขการใช้สิทธิภายใต้นโยบายภาษีศุลกากรเป็นศูนย์ พัฒนามาตรฐานสินค้าและระบบตรวจสอบย้อนกลับให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของจีน รวมถึงใช้ประโยชน์จากช่องทางการค้าและโลจิสติกส์ของไห่หนานเป็นฐานในการกระจายสินค้าเข้าสู่ตลาดจีนตอนใต้และภูมิภาคอื่นของประเทศจีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดจีน
แหล่งข้อมูล: https://www.chinanews.com.cn/cj/2026/07-29/10668874.shtml
ภาพ: https://www.163.com/dy/article/FCJ7QST50524SI6D.html