
จากข่าวเศรษฐกิจเผยแพร่โดย Stimson Center รายงานสถานการณ์การโจมตีของอิหร่านต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน บริการการเงิน และเทคโนโลยีในประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) ทั้ง 6 ประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบ ในวงกว้างต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ ในภูมิภาคและห่วงโซ่อุปทานโลก มีประเด็นที่ควรเฝ้าระวังดังรายละเอียดต่อไปนี้
สงครามดังกล่าวที่นำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบทางทะเลร้อยละ 25 ของโลก และ LNG ร้อยละ 20 ของโลก และในเดือนเมษายน 2569 IMF ได้ปรับลดประมาณการการเติบโตของกลุ่มประเทศ GCC ปี 2569 อย่างมีนัยสำคัญ คือ กาตาร์หดตัวร้อยละ 14.7 คูเวตร้อยละ 4.2 บาห์เรนร้อยละ 3.8 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ร้อยละ 1.9 ซาอุดีอาระเบียร้อยละ 1.4 และโอมานร้อยละ 0.05 โดย IEA และ Rystad Energy ได้ประเมินค่าใช้จ่ายซ่อมแซมสถานประกอบการพลังงานกว่า 80 แห่ง ที่ประมาณ 58,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ผลกระทบทางเศรษฐกิจมหภาคและการคลัง
ในเดือนมีนาคม 2569 ซาอุดีอาระเบีย ยูเออี กาตาร์ และคูเวต ได้ใช้เครื่องมือทางการเงินสนับสนุน ภาคธุรกิจ เช่น ยูเออี ได้ขยายวงเงิน Currency Swap จำนวน 5,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้แก่บาห์เรน อย่างไรก็ดี สัญญาณตึงเครียดเริ่มปรากฏชัด อาทิ ราคาสินค้าในยูเออีขยายตัวเร็วที่สุดในรอบ 15 ปี ซาอุดีอาระเบียขาดดุลงบประมาณสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2561 และ S&P Global คาดว่า GDP ของกาตาร์จะหดตัวร้อยละ 5 จากการระงับการส่งออก LNG
ในส่วนของบาห์เรน การปิดช่องแคบกระทบการส่งออกน้ำมันและอลูมิเนียม ซึ่งคิดเป็นประมาณ 2 ใน 3 ของรายได้รัฐบาล สำหรับคูเวต ผลผลิตน้ำมันดิบลดลงจาก 1.27 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือ 800,000 บาร์เรลต่อวัน ในการนี้ ยูเออีได้ถอนตัวออกจาก OPEC และธนาคารกลางได้อัดฉีดเงินเข้าระบบประมาณ 8,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่รัฐบาลดูไบประกาศแพ็คเกจสนับสนุนวงเงิน 272 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วนซาอุดีอาระเบียได้ทบทวน Vision 2030 ลดขนาด Giga Projects และพบการยื่นล้มละลายเพิ่มขึ้นในไตรมาส 1/2569 โดยร้อยละ 66 มาจากภาคค้าปลีกและก่อสร้าง ทั้งนี้ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (SWFs) ของ GCC ซึ่งมีสินทรัพย์รวมประมาณ 5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ จะเป็นกันชนทางการเงินสำคัญ
ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน
ภายหลังการประกาศหยุดยิงเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 กลุ่ม GCC มีค่าใช้จ่ายซ่อมแซมประมาณ 58,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยในซาอุดีอาระเบีย มีโรงกลั่น Ras Tanura หนึ่งในศูนย์กลางการกลั่นและส่งออกน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก โรงกลั่น Samref ในเมืองท่า Yanbu ริมชายฝั่งทะเลแดง แหล่งน้ำมัน Manifa นอกชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก และโรงกลั่นน้ำมันแบบคอมเพล็กซ์ (Complex Refinery) เช่น แหล่งผลิตน้ำมันและโรงแยกก๊าซ Khurais ที่ได้รับความเสียหาย ส่งผลให้ผลผลิตน้ำมันดิบลดลงร้อยละ 10
สำหรับยูเออี โรงกลั่นคอมเพล็กซ์เมือง Ruwais โรงกลั่นก๊าซแบบคอมแพล็กซ์ Habshan คลังน้ำมัน Fujairah หรือศูนย์กลางพลังงานและน้ำมันที่สำคัญที่สุดของประเทศ อาจต้องได้รับการฟื้นฟู ในขณะที่คอมเพล็กซ์ Ras Laffan ในกาตาร์ ที่สามารถผลิตก๊าซธรรมชาติร้อยละ 5 และ LNG ร้อยละ 20 ของโลก อาจใช้เวลาซ่อมแซมถึง 5 ปี ทำให้กาตาร์อาจสูญเสียรายได้ส่งออกถึง 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี อีกทั้งอิหร่านยังได้สร้างความเสียหายแก่ โรงงาน Pearl GTL ในเมืองอุตสาหกรรม Ras Laffan ศูนย์กลางการแปรรูปและส่งออกก๊าซธรรมชาติ (LNG) ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในประเทศกาตาร์ รวมทั้งโรงกลั่นในคูเวตและซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินเพิ่มขึ้นร้อยละ 95
มีการพุ่งเป้าโจมตีโรงงานหลอมอลูมิเนียม โดย Emirates Global Aluminum (EGA) ที่เป็นผู้ผลิตอะลูมิเนียมรายใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง ขณะที่ Aluminum Bahrain (Alba) คือโรงถลุงอะลูมิเนียมแบบไซต์เดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้รับความเสียหาย ส่วน Qatalum ของกาตาร์ได้หยุดดำเนินการชั่วคราว ซึ่งโรงงานทั้ง 3 แห่งคิดเป็นร้อยละ 10 ของอุปทานอลูมิเนียมขั้นต้นของโลก คาดว่าการซ่อมแซม EGA จะใช้เวลาอย่างน้อย 12 เดือน
ความเสียหายแก่ Data Centers และภาคการท่องเที่ยว
การโจมตีของอิหร่านได้สร้างความเสียหายแก่ Data Centers ใน ยูเออี และบาห์เรน ส่งผลให้บริการการเงินและบริการผู้บริโภคหยุดชะงัก โดย Amazon Web Services (AWS) มีรายงานว่าบริการ 31 รายการที่ได้รับผลกระทบ และแนะนำให้ลูกค้าโยกย้ายบริการไปยังภูมิภาคอื่น
นักท่องเที่ยวในภูมิภาคลดลง 23–38 ล้านคน สูญเสียรายได้ 34,000–56,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เที่ยวบินลดลง 50% ยอดนักท่องเที่ยวลดลงในซาอุดีอาระเบีย 35% ยูเออี 30% คูเวต-กาตาร์ 25% และโอมาน 20%
อัตราเข้าพักโรงแรมดูไบดิ่งจาก 81.1% เหลือ 22.8% รัฐบาลดูไบอัดฉีด 272 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ช่วยธุรกิจท่องเที่ยว บาห์เรนอัตราเข้าพักลดลง 70% เบี้ยประกันสายการบินพุ่งจาก 20,000–35,000 ดอลลาร์ เป็น 75,000 ดอลลาร์
กิจกรรมการประชุม คอนเสิร์ต และการแข่งขันกีฬาสำคัญ ถูกเลื่อนหรือยกเลิก เช่น F1 ซาอุดีอาระเบีย-บาห์เรน (รายได้หาย ~200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ), Qatar Grand Prix, World Economic Forum’s (WEF) และ Middle East Energy Expo (ผู้เข้าร่วม 50,000 คน) การประชุม คอนเสิร์ต และการแข่งขันกีฬาสำคัญ เช่น F1 และ MotoGP ก็ถูกเลื่อนหรือยกเลิก สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
ในส่วนของภาคการท่องเที่ยว คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวลดลง 23–38 ล้านคน คิดเป็นมูลค่ารายได้ที่สูญหาย 34,000–56,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวนเที่ยวบินในภูมิภาคลดลงร้อยละ 50 อัตราการเข้าพักโรงแรมที่นครดูไบลดลงจากร้อยละ 81.1 เหลือร้อยละ 22.8 ในบาห์เรนลดลงร้อยละ 70 และเบี้ยประกันสายการบินเพิ่มจาก 20,000–35,000 ดอลลาร์ เป็น 75,000 ดอลลาร์ อนึ่ง บริษัทขนส่งทางบกในซาอุดีอาระเบีย โอมาน และยูเออี พบโอกาสใหม่ในการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะโอมานซึ่งมีท่าเรืออยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ ได้ออกมาตรการจูงใจอำนวยความสะดวกการเคลื่อนย้ายสินค้าเชิงพาณิชย์
ความเห็นของ สคต.ดูไบ
กลุ่มประเทศ GCC มีแนวโน้มหันมามุ่งเน้นภายในประเทศเพื่อเร่งฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน แม้สามารถปรับสรรงบประมาณจาก SWFs เพื่อรับภาระค่าเสียหายรวมประมาณ 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ได้ แต่การฟื้นฟูภาพลักษณ์ "ภูมิภาคที่มีเสถียรภาพ" จะเป็นภารกิจที่ยากยิ่งกว่า มีแนวทางเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการส่งออกของไทย ดังนี้
ติดตามสถานการณ์การเปิด-ปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด ใช้แผนเส้นทางเดินเรือสำรองผ่านท่าเรือ Sohar และ Salalah ของโอมาน ซึ่งอยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ
เจรจาเงื่อนไข Incoterms และจัดทำประกันภัยสินค้าทางทะเล (Marine Cargo Insurance) ให้ครอบคลุมความเสี่ยงสงคราม (War Risk) เนื่องจากเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
เร่งขยายการส่งออกสินค้าอาหาร อุปโภคบริโภค และวัสดุก่อสร้างไปยัง GCC เนื่องจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานทำให้ความต้องการนำเข้าสูงขึ้น โดยเฉพาะใน ยูเออี
ใช้ Letter of Credit (L/C) หรือเครื่องมือประกันความเสี่ยงทางการค้าจาก EXIM Bank เนื่องจากการล้มละลายในบางประเทศเพิ่มขึ้นในไตรมาส 1/2569
ติดตามทิศทางการลงทุนใหม่ของซาอุดีอาระเบียและ ยูเออี ในด้าน AI เทคโนโลยีสะอาด และบริการการเงิน ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจไทยในภาคบริการดิจิทัล พลังงานหมุนเวียน และท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
กระจายตลาดส่งออกสินค้าอาหารและไลฟ์สไตล์ของไทยไปยังภูมิภาคอื่น ในระหว่างที่ภาคการท่องเที่ยวของ GCC ยังไม่ฟื้นตัว