fb
นักธุรกิจลาว–ไทย จับมือมุ่งเป้าขยายตลาดสู่เวียดนามและจีน

นักธุรกิจลาว–ไทย จับมือมุ่งเป้าขยายตลาดสู่เวียดนามและจีน

โดย
Boualaphat
ลงเมื่อ 23 มกราคม 2569 10:15
สคต. ณ กรุงเวียงจันทน์ (สปป.ลาว) (TTC, Vientiane (Lao PDR))
111

         สปป.ลาว และประเทศไทย เปิดฉากความร่วมมือทางธุรกิจครั้งใหญ่รับต้นปี 2569 โดย สภาการค้า และอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว นำคณะผู้ประกอบการกว่า 30 บริษัท เข้าร่วมเวทีจับคู่ธุรกิจ ณ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับสหพันธ์เอสเอ็มอีไทย เพื่อยกระดับสินค้าลาว–ไทยเข้าสู่ระบบโบ่ว์เชียน และเตรียมความพร้อมขยายฐานการส่งออกสู่ตลาดสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเต็มรูปแบบการประชุมสัมมนาและกิจกรรมจับคู่ธุรกิจครั้งประวัติศาสตร์ ภายใต้โครงการ NORTHERN Thai-Laos BUSINESS MATCHING 2026  ได้เปิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 14–16 มกราคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติคุ้มคำ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกระตุ้นการค้าตามแนวเส้นทางเศรษฐกิจภาคเหนือให้มีความคึกคักมากยิ่งขึ้นในงานครั้งนี้ ศูนย์บริการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME Service Center) สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว (สคอช) ได้นำคณะผู้ประกอบการศักยภาพจาก สปป.ลาว กว่า 30 ราย เข้าร่วมพบปะกับนักธุรกิจไทยและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าและแสวงหาคู่ค้าในสาขายุทธศาสตร์ อาทิ โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว กาแฟ อาหารแปรรูป เครื่องดื่ม สมุนไพรพื้นบ้าน และสินค้า ODOP ไฮไลต์สำคัญของงาน คือการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว กับสหพันธ์เอสเอ็มอีไทย (Federation of Thai SME) เพื่อร่วมกันพัฒนาและยกระดับสินค้าให้ได้มาตรฐานสากล เตรียมความพร้อมในการส่งออกไปยังตลาดขนาดใหญ่อย่างสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และสาธารณรัฐประชาชนจีน ในอนาคตอันใกล้นี้ นายพุทธะสอน พมวิไช รองเลขาธิการ สคอชและนายเวียงไซ อินทะวง รองประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมนครหลวงเวียงจันทน์ ให้เกียรติเข้าร่วมพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ร่วมกับคณะผู้บริหารจากสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) ของประเทศไทย ในพิธี ฝ่ายไทยได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า สปป.ลาว ถือเป็นคู่ค้าอันดับที่ 7 ของไทยในอาเซียน และอันดับที่ 18 ของโลก โดยมีมูลค่าการค้าระหว่างกันสูงถึง 8,183 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 18% นับเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการลาวในการใช้เวทีนี้เข้าสู่ช่องทางการจัดจำหน่ายค้าปลีกระดับภูมิภาค เช่น Big C ลาว และห้างค้าปลีก MM ในเวียดนาม นอกจากการเจรจาธุรกิจแล้ว ผู้เข้าร่วมยังได้รับฟังการบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศ เพื่อถอดบทเรียนในการนำสินค้าท้องถิ่นก้าวสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน
ที่มา: Laoxpert
 

ข่าว ฉบับ 3 ม.ค 69.pdf
Share :
Instagram