
สำนักงานบริหารการกำกับดูแลตลาดแห่งชาติจีน (State Administration for Market Regulation : SAMR) ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับปรุงและประกาศใช้ “ระเบียบการบริหารการรับรองและเครื่องหมายผลิตภัณฑ์สีเขียว (Administrative Measures for Green Product Certification and Labeling)” เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569
ระเบียบดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกที่จีนกำหนดกรอบกำกับดูแลการรับรองผลิตภัณฑ์สีเขียวอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การรับรอง การบริหารจัดการใบรับรอง การใช้เครื่องหมาย ไปจนถึงความรับผิดชอบด้านการกำกับดูแล จากการดูแลเฉพาะเครื่องหมายไปสู่การกำกับดูแลตลอดทั้งห่วงโซ่การรับรอง
ทั้งนี้ ระเบียบดังกล่าวยึดหลัก “หนึ่งเดียวสี่ประการ” เพื่อให้การรับรองเป็นมาตรฐานเดียวกัน ครอบคลุมตั้งแต่บัญชีรายการผลิตภัณฑ์ มาตรฐานการประเมิน กฎการรับรอง และเครื่องหมายผลิตภัณฑ์ พร้อมระบบจำแนกประเภทและระดับของสินค้าอย่างชัดเจน
ปัจจุบัน ระบบการรับรองผลิตภัณฑ์สีเขียวของจีน ครอบคลุมสินค้า 122 ประเภทที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคโดยตรง เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ วัสดุก่อสร้าง บรรจุภัณฑ์ขนส่ง และสิ่งทอ มีใบรับรองที่ยังมีผลบังคับใช้เกือบ 40,000 ฉบับ และครอบคลุมผู้ประกอบการกว่า 8,000 ราย
เครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์สีเขียวของจีน
![]() |
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สอดรับกับทิศทางนโยบายมหภาคของจีน ภายใต้เป้าหมาย “คาร์บอนคู่” (dual carbon) ที่มุ่งให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึงจุดสูงสุดภายในปี 2573 และบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutrality) ภายในปี 2603 โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 (ปี 2569–2573) (China's 15th Five-Year Plan) ได้กำหนดให้การพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของประเทศ
แผนดังกล่าวต่อยอดจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 (ปี 2564-2568) (China's 14th Five-Year Plan) ที่หลายมณฑลในจีนได้พัฒนารูปแบบการเปลี่ยนผ่านสีเขียวที่สอดคล้อง กับศักยภาพของพื้นที่ เช่น การผลิตอัจฉริยะสีเขียว การพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ และการยกระดับห่วงโซ่อุตสาหกรรม สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านสีเขียวไม่ใช่มาตรการระยะสั้น แต่เป็นแนวทางหลัก ในการพัฒนาเศรษฐกิจจีนระยะยาว
แม้ว่าการรับรองและการใช้เครื่องหมายผลิตภัณฑ์สีเขียวยังคงอยู่ในลักษณะสมัครใจ และยังไม่มีบทลงโทษทางกฎหมายโดยตรงต่อสินค้าที่ไม่ได้รับการรับรอง แต่ในความเป็นจริง เครื่องหมายดังกล่าวถูกใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของผู้บริโภค และเป็นเกณฑ์อ้างอิงด้านคุณภาพและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้เครื่องหมายผลิตภัณฑ์สีเขียวมีแนวโน้มพัฒนาไปเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันในตลาดจีน มากกว่าการเป็นเพียงสัญลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อมในเชิงสมัครใจดังเช่นที่ผ่านมา
ผลกระทบด้านเศรษฐกิจต่อประเทศไทย และแนวทางการปรับตัวของภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการไทย
จีนเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาสีเขียวอย่างจริงจัง ผ่านการยกระดับมาตรฐานและการรับรองผลิตภัณฑ์ตลอดห่วงโซ่การผลิต ภายใต้เป้าหมาย “คาร์บอนคู่” นโยบายดังกล่าวไม่เพียงปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อประเทศคู่ค้าของจีน โดยเฉพาะในด้านมาตรฐานสินค้าและ เงื่อนไขการส่งออกไปจีนที่มีแนวโน้มเข้มงวดมากขึ้นในระยะยาว
ในระยะต่อไป สินค้าไทยหลายกลุ่ม เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ สิ่งทอ และบรรจุภัณฑ์ จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ขณะเดียวกัน นโยบายสีเขียวของจีนยังเปิดโอกาสให้สินค้าไทยที่มีจุดแข็งด้านความยั่งยืน เช่น สินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป อาหารเพื่อสุขภาพ และสินค้าคาร์บอนต่ำ ใช้การรับรองสีเขียวเป็นเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มมูลค่าในตลาดจีน
ในส่วนของการเตรียมความพร้อม ภาครัฐไทยมีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานสินค้าและเผยแพร่ข้อมูลกฎระเบียบให้สอดคล้องกับทิศทางของจีน ขณะที่ภาคเอกชนควรมองการพัฒนา การผลิตสีเขียวเป็นการลงทุนระยะยาว ส่วนผู้ประกอบการควรเตรียมความพร้อมด้านการรับรองตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดจีน
..........................................................
จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว
13 มกราคม พ.ศ. 2569
แหล่งข้อมูล
http://paper.ce.cn/pc/content/202601/05/content_326314.html
http://paper.ce.cn/pc/content/202601/05/content_326338.html
https://stock.hexun.com/2023-08-24/209824851.html