fb
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเวียดนามเติบโตต่อเนื่อง
โดย
Nguyen
ลงเมื่อ 08 กรกฎาคม 2569 15:30
สคต. ณ กรุงฮานอย (เวียดนาม) (TTC, Hanoi (Vietnam))

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของเวียดนามเข้าสู่ช่วงการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง กระทรวงการก่อสร้างระบุว่า ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 เวียดนามมีรถยนต์ไฟฟ้า (ไม่รวมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า) จดทะเบียนใช้งานประมาณ 375,000 คัน ทั่วประเทศ ประกอบด้วยรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่จำนวน 369,849 คัน รถบรรทุกไฟฟ้า 3,396 คัน และรถโดยสารไฟฟ้า 1,571 คัน

รถยนต์นั่งส่วนบุคคลยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาด สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภครายบุคคลได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าของเวียดนาม การขยายตัวดังกล่าวไม่เพียงเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเดินทางในเมืองใหญ่ เช่น กรุงฮานอยและนครโฮจิมินห์ แต่ยังสนับสนุนเป้าหมายระยะยาวของประเทศในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและยกระดับคุณภาพอากาศ

การเพิ่มขึ้นของจำนวนรถยนต์ไฟฟ้ายังส่งผลเชิงบวกต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งธุรกิจซ่อมบำรุง ศูนย์บริการ และโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จ พร้อมทั้งกำหนดมาตรฐานใหม่ของระบบคมนาคมในเวียดนาม

ความก้าวหน้าดังกล่าวเป็นผลจากนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่การขนส่งสีเขียว โดยเฉพาะคำสั่งนายกรัฐมนตรีเลขที่ 876/QĐ-TTg และแผนปฏิบัติการของกระทรวงการก่อสร้าง ซึ่งเป็นกรอบสำคัญในการผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ส่งผลให้ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นและเร่งการลงทุนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น อย่างไรก็ตาม การขยายตัวอย่างรวดเร็วของตลาดได้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่สมดุลระหว่างความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้ากับโครงสร้าง พื้นฐานรองรับ โดยผู้บริโภคและภาคธุรกิจยังคงประสบปัญหาสถานีชาร์จมีจำนวนจำกัด ระยะเวลาการชาร์จนาน และต้นทุนการครอบครองรถยนต์ไฟฟ้าที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำคัญที่ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งแก้ไขเพื่อรักษาอัตราการเติบโตของตลาด

กระทรวงการก่อสร้างจึงอยู่ระหว่างการทบทวนและปรับปรุงแผนปฏิบัติการด้านการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียวในภาคคมนาคม โดยให้ความสำคัญกับการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จทั่วประเทศ เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานสามารถรองรับจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเพียงพอ ทั้งนี้ หากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไม่ทันต่อการขยายตัวของตลาด  อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและชะลอการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว นอกจากนี้ กระทรวงการก่อสร้างยังอยู่ระหว่างการจัดทำหลักเกณฑ์การพัฒนา เมืองอัจฉริยะสีเขียว (Green Smart City) เพื่อใช้เป็นแนวทางให้ท้องถิ่นบูรณาการระบบคมนาคมไฟฟ้าเข้ากับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โดยคาดว่าจะกำหนดให้อาคารพักอาศัยและอาคารพาณิชย์แห่งใหม่ต้องติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ

โดยผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า นอกจากการเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ภาครัฐควรกำหนดอัตราค่าบริการชาร์จไฟที่เหมาะสม ควบคู่กับมาตรการต่างๆ เช่น การยกเว้นค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนและสิทธิประโยชน์อื่นที่ไม่ใช่ด้านการเงิน เพื่อรักษาแรงจูงใจของผู้บริโภคในการเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้า

นอกจากนี้ นักวางผังเมืองควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จควบคู่กับการส่งเสริมระบบขนส่งที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ เพื่อสร้างระบบคมนาคมที่ยั่งยืน ในขณะเดียวกัน การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นใหม่ ระบบชาร์จความเร็วสูง และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะจะมีบทบาทสำคัญในการลดข้อจำกัดด้านระยะเวลาการชาร์จและต้นทุนการใช้งานในอนาคต การพัฒนาเครือข่ายสถานีชาร์จควรดำเนินการในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะไม่ควรขึ้นอยู่กับแผนการลงทุนของผู้ผลิตรถยนต์แต่ละรายเพียงอย่างเดียว แต่ควรมีลักษณะเช่นเดียวกับสถานีบริการน้ำมันหรืออาคารจอดรถสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง

หากเวียดนามสามารถเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและลดต้นทุนการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการคมนาคมสีเขียวของภูมิภาค แต่หากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไม่สอดคล้องกับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า อาจทำให้เวียดนามสูญเสียโอกาสสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่งในอนาคต

ข้อคิดเห็น สคต

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของเวียดนามกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ประกอบกับการลงทุนของผู้ผลิตรถยนต์ภายในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ยอดการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่ง ส่วนบุคคล ซึ่งสะท้อนว่าตลาดเวียดนามได้ก้าวจากระยะเริ่มต้นของการสร้างตลาดไปสู่ช่วงการขยายตัวของการใช้งานในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายังคงเผชิญข้อจำกัดสำคัญด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะจำนวนสถานีชาร์จที่ยังไม่เพียงพอ ความครอบคลุมของเครือข่าย       การให้บริการ ระบบโครงข่ายไฟฟ้ารองรับ ตลอดจนต้นทุนการครอบครองรถยนต์ไฟฟ้าที่ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคส่วนใหญ่ ส่งผลให้รัฐบาลเวียดนามเริ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กับการออกมาตรการจูงใจด้านภาษี การกำหนดมาตรฐานสถานีชาร์จ และการบูรณาการระบบคมนาคมไฟฟ้าเข้ากับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะสีเขียว ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะต่อไป นอกจากการขยายตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวยังส่งผลให้เกิดการเติบโตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องตลอดห่วงโซ่อุปทาน ไม่ว่าจะเป็นการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ แบตเตอรี่ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ สถานีชาร์จ ซอฟต์แวร์บริหารจัดการพลังงาน การซ่อมบำรุง และธุรกิจรีไซเคิลแบตเตอรี่ ซึ่งล้วนเป็นสาขาที่มีแนวโน้มได้รับการลงทุนเพิ่มขึ้นในอนาคต สะท้อนว่าเวียดนามไม่ได้มุ่งส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่กำลังสร้างระบบนิเวศ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่อย่างครบวงจร

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเวียดนามเติบโตต่อเนื่อง.pdf
Share :
Instagram