
ที่มา : สำนักข่าว Utusan Malaysia
สถานการณ์ราคาทุเรียนภายในประเทศมาเลเซียกำลังปรับตัวลดลงโดยเฉพาะทุเรียน
สายพันธุ์ท้องถิ่นบางสายพันธุ์มีราคาลดลงเหลือเพียงผลละ 2 ริงกิต (ประมาณ 15-16 บาท) ขณะที่สายพันธุ์
พรีเมียมที่ได้รับความนิยมอย่าง มูซังคิง (Musang King) มีราคาเริ่มต้นลดลงมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 15 ริงกิต (ประมาณ 117 บาท) ซึ่งสาเหตุหลักสืบเนื่องมาจากภาวะผลผลิตล้นตลาดประเทศ จึงส่งผลให้
ผู้ประกอบการค้าส่งทุเรียนชาวมาเลเซียเร่งระบายผลผลิตซึ่งมีอายุการเก็บรักษาจำกัด ผ่านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่นการจำหน่ายแบบเหมาจ่ายในบรรจุภัณฑ์หรือกระสอบพลาสติกขนาดใหญ่ โดยอนุญาตให้ผู้บริโภคบรรจุผลผลิตให้ได้ปริมาณสูงสุดภายใต้เงื่อนไขความจุของบรรจุภัณฑ์ ซึ่งพบว่าผู้บริโภคบางรายสามารถบรรจุได้ถึง 11 ลูก ในราคาเพียง 20 ริงกิต (ประมาณ 170 บาท) ซึ่งสามารถกระตุ้นการบริโภคได้อย่างมาก
ด้านองค์การตลาดสินค้าเกษตรแห่งสหพันธรัฐมาเลเซีย (Federal Agricultural Marketing Authority: FAMA) ได้ชี้แจงว่า ภาวะผลผลิตล้นตลาดในครั้งนี้มิได้มีสาเหตุจากอุปสงค์การบริโภคที่ลดลง
แต่เกิดจากปริมาณผลผลิตทุเรียนเกรดส่งออกจากพื้นที่เพาะปลูกใหม่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น ทว่าผลผลิตดังกล่าวไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานและข้อกำหนดการส่งออกไปยังตลาดหลัก ได้แก่ ประเทศจีนและสิงคโปร์
ส่งผลให้ผลผลิตส่วนนี้ถูกระบายกลับเข้าสู่ตลาดภายในประเทศแทน
นอกจากนี้ ข้อมูลจากผู้ประกอบการค้าทุเรียนระบุเพิ่มเติมว่า การที่แหล่งเพาะปลูกทุเรียนสำคัญหลายแห่งของมาเลเซีย เช่น รัฐปีนัง รัฐเประ รัฐยะโฮร์ และรัฐมะละกา มีผลผลิตออกสู่ตลาดในเวลาเดียวกันในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวหรือ Peak Season ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดภาวะผลผลิตล้นตลาดอย่างหนัก
มาตรการรองรับปัญหาผลผลิตล้นตลาดของทางการมาเลเซีย
ภาครัฐของมาเลเซีย โดยองค์การตลาดสินค้าเกษตรแห่งสหพันธรัฐ (FAMA) ได้กำหนดมาตรการรองรับภาวะผลผลิตล้นตลาด (ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม) เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคาและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นแก่เกษตรกร 2 มาตรการ ดังนี้
การบริหารจัดการภายในประเทศ: FAMA ตั้งเป้าหมายรับซื้อผลผลิตทุเรียนปริมาณ 1,000 ตัน พร้อมขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านจุดจำหน่ายและศูนย์รับซื้อชั่วคราวทั่วประเทศ รวมถึง
จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนเกษตรกรในการกระจายผลผลิต นอกจากนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาผลผลิตคงค้าง จึงมีมาตรการนำผลผลิตเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป อาทิ ทุเรียนกวน ตลอดจนจัดเตรียมห้องเย็นจำนวนกว่า 142 แห่ง เพื่อรักษาคุณภาพและยืดอายุการเก็บรักษา
การส่งออกและการตลาดต่างประเทศ: FAMA มีแผนผลักดันปริมาณการส่งออกทุเรียนให้ถึง
50,000 ตันภายในปีนี้ โดยมุ่งเน้นการกระจายสินค้าสู่ตลาดใหม่ ได้แก่ แคนาดา สหราชอาณาจักร นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น และมัลดีฟส์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดหลักเพียงบางแห่ง ทั้งนี้
ยังมีกำหนดการจัดงานเทศกาลทุเรียนเพื่อกระตุ้นยอดจำหน่ายทุเรียนระดับพรีเมียมที่ประเทศสิงคโปร์ในเดือนสิงหาคม ควบคู่กับการประยุกต์ใช้ระบบตรวจสอบการคัดกรองคุณภาพเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและสร้างความมั่นคงแก่อุตสาหกรรมทุเรียนของมาเลเซียในระยะยาว
ความเห็น สคต.
สถานการณ์ราคาทุเรียนในมาเลเซียที่ปรับตัวลดลงอันเนื่องมาจากภาวะผลผลิตล้นตลาด
สะท้อนให้เห็นว่าตลาดส่งออกหลักยังคงมีมาตรการที่เข้มงวดด้านเกณฑ์มาตรฐานและคุณภาพของผลผลิต เหตุการณ์ดังกล่าวจึงนับเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ประกอบการไทยในการใช้จังหวะเวลานี้ตอกย้ำภาพลักษณ์ด้านคุณภาพของทุเรียนไทย ซึ่งมีมาตรฐานสูงและได้รับการยอมรับในระดับสากลให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น การมุ่งเน้นรักษามาตรฐานและการสร้างแบรนด์ทุเรียนไทย จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สินค้าไทยสามารถรักษาฐานลูกค้าและเติบโตในตลาดต่างประเทศได้อย่างมั่นคง ท่ามกลางปริมาณผลผลิตในภูมิภาคที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการผลผลิต
อย่างเป็นระบบ ผ่านการส่งเสริมและต่อยอดอุตสาหกรรมแปรรูปทุเรียนอย่างต่อเนื่อง อาทิ ทุเรียนอบกรอบ หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าอย่างยั่งยืน ในขณะเดียวกัน ปรากฏการณ์ผลผลิตทุเรียนล้นตลาดในมาเลเซีย ยังเปิดโอกาสในการขยายตลาดด้านเทคโนโลยีการเกษตรสำหรับผู้ประกอบการไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมการจัดการสวน (Smart Farming) หรือเครื่องจักรสำหรับการแปรรูป เพื่อนำเสนอโซลูชันในการสนับสนุนประเทศเพื่อนบ้านในการยกระดับคุณภาพผลผลิตได้อีกทางหนึ่ง
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์