
อุตสาหกรรมยานยนต์ของสเปนยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ แม้เผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนผ่านสู่การปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (zero-emission) และแรงกดดันทางเศรษฐกิจ-ภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานและการค้า
อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นกุญแจสำคัญต่อโครงสร้างการผลิตของประเทศ ไม่เพียงแต่มีส่วนช่วยต่อการเติบโตของ GDP และการสร้างงานเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยเชิงบวกต่อดุลการค้าและศักยภาพด้านนวัตกรรมที่สูง ด้วยโรงงานผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นระบบอัตโนมัติ รวมถึงแรงงานที่มีทักษะสูง ภาคส่วนนี้จึงมีบทบาทสำคัญในระดับโลก หลังจากผ่านพ้นสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเห็นได้จากปัญหาอุปทานในตลาดต่างประเทศสำหรับปัจจัยการผลิต ที่จำเป็น เช่น ไมโครชิปและเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงราคาและอัตราดอกเบี้ยที่พุ่งสูงขึ้น ภาคส่วนนี้กำลังแสวงหาตำแหน่งในระบบนิเวศยานยนต์ระดับโลกใหม่ ในช่วงเวลาที่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสู่การใช้พลังงานไฟฟ้ามีความสำคัญอย่างยิ่งยวด อนาคตของภาคส่วนนี้อยู่ที่การพัฒนาและการนำกิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงซึ่งเชื่อมโยงกับยานยนต์ไร้คนขับ การเชื่อมต่อ และยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้
จากรายงานประจำปี 2024 โดยสมาคมผู้ผลิตรถยนต์และรถบรรทุกแห่งสเปน (ANFAC) ระบุว่า บริษัทในเครือสมาคมสามารถสร้างรายได้รวม 76,855 ล้านยูโร แม้ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้าราว 2% แต่ยังสะท้อนถึงเสถียรภาพและความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน โดยมีรายได้สุทธิรวม 2,018 ล้านยูโร และในปีก่อนหน้าสเปนผลิตรถยนต์ได้มากกว่า 2.45 ล้านคัน เป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับสองของยุโรป รองจากเยอรมนี อีกทั้งยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์เพื่อการพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดในยุโรป เป็นผู้ผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรายใหญ่อันดับสอง และเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่อันดับสี่ของโลก

ลงทุนต่อเนื่อง-จ้างงานมั่นคง
อุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงเป็นหนึ่งในภาคการผลิตที่ลงทุนมากที่สุดทั้งในสเปนและยุโรป โดยในปี 2024 มีการลงทุนรวม 2,434 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 2.6% จากปีก่อนหน้า และยังเป็นหนึ่งในภาคอุตสาหกรรมที่มีเสถียรภาพด้านการจ้างงาน โดยมีการจ้างงานโดยตรงถึง 57,189 ตำแหน่ง
ในแง่ของภาพรวมเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมนี้มีส่วนช่วยสร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจสเปนถึง 39,838 ล้านยูโรในปี 2024 ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 1.7% จากปี 2023 โดยในจำนวนนี้ 6,052 ล้านยูโรเป็นรายได้จากภาษีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อรถยนต์ใหม่ เพิ่มขึ้นถึง 7.5%
นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนด้านการวิจัยและนวัตกรรมมากที่สุดในระบบเศรษฐกิจ มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสูง โดยมีหุ่นยนต์อุตสาหกรรม 1,199 ตัวต่อพนักงาน 10,000 คน ต่ำกว่าเยอรมนีเพียงเล็กน้อย (1,213 ตัว) ส่งผลให้เป็นภาคส่วนธุรกิจที่มีประสิทธิผลมากที่สุดในยุโรป โดยพนักงานแต่ละคนผลิตรถยนต์ได้เฉลี่ย 15.5 คันต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรปถึงสามเท่าในเศรษฐกิจของสเปน
ภาคยานยนต์ของสเปนมุ่งเน้นการส่งออกเป็นอย่างมาก โดยในปี 2567 (ข้อมูลสะสม 12 เดือนจนถึงเดือนสิงหาคม) พบว่า 89.4% ของยานยนต์ที่ผลิตในสเปนมีจุดหมายปลายทางที่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งสัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นแม้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา (+8 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2557-2562) ในแง่ของมูลค่า การส่งออกของภาคยานยนต์ (CNAE 29) มีมูลค่า 62.184 พันล้านยูโรต่อปีจนถึงเดือนกรกฎาคม คิดเป็น 16.3% ของการส่งออกสินค้าทั้งหมด และ 4.0% ของ GDP การส่งออกของภาคยานยนต์ประมาณสองในสามมีจุดหมายปลายทางที่พันธมิตรในสหภาพยุโรปของเรา ซึ่งส่วนใหญ่คือฝรั่งเศสและเยอรมนี

รถยนต์ยังคงเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่ง
ในปี 2024 รถยนต์ยังคงเป็นสินค้าที่สร้างดุลการค้าเชิงบวกให้แก่สเปนมากที่สุด โดยมูลค่ารวมจากการส่งออกสุทธิอยู่ที่ 15,991 ล้านยูโร José López-Tafall ผู้อำนวยการใหญ่ของ ANFAC กล่าวระหว่างการนำเสนอรายงานว่า “สเปนยังคงครองตำแหน่งผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของยุโรป และติด 1 ใน 10 ของโลก อุตสาหกรรมนี้ถือเป็นเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศและยุโรป อีกทั้งยังเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของภาครัฐผ่านการจัดเก็บภาษี หากเราต้องการสนับสนุนการพัฒนาประเทศในระยะยาว เราก็ต้องสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมนี้ด้วย” ทั้งนี้ 89.4% ของยานยนต์ที่ผลิตในสเปนมีจุดหมายปลายทางที่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งสัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นแม้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา (+8 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2557-2562) ในแง่ของมูลค่า การส่งออกของภาคยานยนต์ (CNAE 29) มีมูลค่า 62.184 พันล้านยูโรต่อปีจนถึงเดือนกรกฎาคม คิดเป็น 16.3% ของการส่งออกสินค้าทั้งหมด และ 4.0% ของ GDP การส่งออกของภาคยานยนต์ประมาณสองในสามมีจุดหมายปลายทางที่พันธมิตรในสหภาพยุโรปของเรา ซึ่งส่วนใหญ่คือฝรั่งเศสและเยอรมนี
ยอดขายรถใหม่ทะลุ 1 ล้านคันครั้งแรกในรอบ 5 ปี
ปี 2024 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สเปนมียอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทะลุ 1 ล้านคันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019 เพิ่มขึ้น 7.1% จากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าระดับก่อนเกิดโควิด โดยยอดขายลดลงจากปี 2019 ถึง 20% ขณะเดียวกัน ยอดการผลิตรถยนต์รวมในปี 2024 ก็หดตัวลง 3% อยู่ที่ 2.3 ล้านคัน
López-Tafall กล่าวเพิ่มเติมว่า
“สเปนในฐานะประเทศอุตสาหกรรมลำดับที่ 4 ของยุโรป ควรมีตลาดรถยนต์นั่งที่มียอดขายระหว่าง 1.2–1.3 ล้านคันต่อปี การฟื้นตัวให้กลับสู่ระดับก่อนโควิดจึงไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข แต่ยังส่งผลต่อความปลอดภัยทางถนนและการลดมลพิษด้วย เพราะหากไม่สามารถทดแทนรถเก่าได้เพียงพอ ย่อมส่งผลลบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย”

รถยนต์พลังงานไฟฟ้ายังโตไม่ถึงเป้า
ด้านตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในปี 2024 มีตัวเลขลดลงเล็กน้อย (-0.4%) โดยมียอดขายรวม 124,176 คัน (รวมรถยนต์นั่งไฟฟ้า-ปลั๊กอิน, รถเพื่อการพาณิชย์, รถบรรทุก และรถโดยสาร) ปัจจัยหลักมาจากยอดขายของรถพาณิชย์ไฟฟ้าที่หดตัวลงถึง 27.9% ขณะที่รถประเภทอื่นอย่างรถยนต์นั่ง (+1.9%), รถบรรทุก (+11.4%) และรถโดยสาร (+24.5%) ยังเติบโต ในจำนวนนี้ 115,948 คันเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล คิดเป็น 11.4% ของตลาดรวม ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายการลดการปล่อยมลพิษของสหภาพยุโรปในปี 2024 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 20.7%
สถิติการส่งออกสินค้าจากประเทศไทยที่เกี่ยวเนื่องกับยานยนต์
จากสถิติกระทรวงพาณิชย์ล่าสุดเดือนกรกฎาคม 2568 พบว่าใน 10 อันดับสินค้าส่งออกของไทยไปยังตลาดสเปน เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ถึง 3 รายการ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยาง ยางพารา รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และจักรยานยนต์และส่วนประกอบ
สินค้า | มูลค่า (ล้านสรอ.) 2567 | มูลค่า (ล้านสรอ.) 2568 (ม.ค. - ก.ค.) | อัตราการขยายตัว (%) 2568 (ม.ค. - ก.ค.) |
เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ | 188.74 | 113.47 | -15.91 |
ผลิตภัณฑ์ยาง | 119.55 | 70.98 | 0.86 |
ยางพารา | 122.17 | 64.73 | -8.79 |
เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ ส่วนประกอบ | 72.42 | 45.11 | 370.69 |
รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ | 74.89 | 44.3 | 17.26 |
เคมีภัณฑ์ | 74.33 | 41.61 | -8.83 |
รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ | 38.25 | 28.42 | 30.99 |
เครื่องนุ่งห่ม | 17.44 | 24.89 | 113.1 |
อัญมณีและเครื่องประดับ | 40.88 | 24.39 | 8.36 |
เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ | 20.26 | 18.21 | 84.17 |

ข้อคิดเห็นของ สคต.
ไทยและสเปนมีศักยภาพในการเป็นพันธมิตรหรือหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในห่วงโซ่การผลิตยานยนต์เพื่อป้อนสู่ตลาดโลก โดยแต่ละฝ่ายมีจุดแข็งและมีข้อได้เปรียบในระดับภูมิภาค ปัจจุบันประเทศคู่แข่งของไทยให้ความสำคัญกับตลาดสเปนมากขึ้นจึงพบการเยือนและการบุกตลาดเชิงรุก ไทยจึงควรเร่งช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาดไม่ให้เสียโอกาสโดยอาจพิจารณาจัดคณะผู้แทนการค้าภาคเอกชนเข้าพบหอการค้าเมืองสำคัญ อาทิ บาร์เซโลนา บายาโดลิด บาสก์ ซาราโกซา บิโก ฯลฯ
ที่มา ICEX / Caixabank / กระทรวงพาณิชย์
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด
กันยายน 2568