fb
รายงานเชิงลึก E Commerce Spain 2026
โดย
Patcharamon
ลงเมื่อ 22 มีนาคม 2569 05:45
สคต. ณ กรุงมาดริด (สเปน) (TTC, Madrid (Spain))
7
1.png
2.png
3.png

 

ข้อมูลการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน (Cross-Border E-commerce) ในสเปน

ภาพรวม 

E- Commerce ในสเปนมีมูลค่าแตะ 28.3 พันล้านยูโร ในไตรมาสที่ ของปี 2025 ตามข้อมูล

E- Commerce ล่าสุดที่เผยแพร่โดย CNMC[1]

  • รายได้เติบโตขึ้น 22.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

  • ภาคส่วนที่มีรายได้สูงสุด ได้แก่ ธุรกิจตัวแทนการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการทัวร์ คิดเป็น 10% ของ รายได้รวม และ ภาคสายการบิน คิดเป็น 7.4% ของรายได้รวม

image.png

 

ภาคส่วนอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนปริมาณธุรกิจ E- Commerce สูงสุด 10 อันดับ (ไตรมาส   ปี 2025/เปอร์เซนต์

กราฟนี้แสดงสัดส่วนร้อยละของประเภทธุรกิจต่าง ๆ โดยจัดเรียงจากมากไปน้อย พบว่า ธุรกิจตัวแทนการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการทัวร์มีสัดส่วนสูงสุดที่ 10% สะท้อนถึงความสำคัญของภาคการท่องเที่ยว รองลงมาคือการขนส่งทางอากาศ (สายการบิน) ที่ 7.4% และธุรกิจเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่ 6.2% ขณะที่บริการทางการเงินมีสัดส่วน 5.1% และโรงแรมรวมถึงที่พักประเภทเดียวกันอยู่ที่ 4.7% นอกจากนี้ เกมและพนันออนไลน์คิดเป็น 4.6% ส่วนการบริหารงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับภาษีและประกันสังคมอยู่ที่ 3.9% กิจกรรมสำนักงานและการสนับสนุนทางธุรกิจ 3.8% ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค 3.2% และร้านอาหารมีสัดส่วนต่ำสุดที่ 3% จะพบว่าอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวและการเดินทางมีบทบาทโดดเด่นมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ในชุดข้อมูลนี้

 

image.png

 

กราฟนี้แสดงสัดส่วนร้อยละของประเภทธุรกิจต่าง ๆ โดยจัดเรียงจากมากไปน้อย พบว่า ธุรกิจตัวแทนการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการทัวร์มีสัดส่วนสูงสุดที่ 10% สะท้อนถึงความสำคัญของภาคการท่องเที่ยว รองลงมาคือการขนส่งทางอากาศ (สายการบิน) ที่ 7.4% และธุรกิจเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่ 6.2% ขณะที่บริการทางการเงินมีสัดส่วน 5.1% และโรงแรมรวมถึงที่พักประเภทเดียวกันอยู่ที่ 4.7% นอกจากนี้ เกมและพนันออนไลน์คิดเป็น 4.6% ส่วนการบริหารงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับภาษีและประกันสังคมอยู่ที่ 3.9% กิจกรรมสำนักงานและการสนับสนุนทางธุรกิจ 3.8% ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค 3.2% และร้านอาหารมีสัดส่วนต่ำสุดที่ 3% จะพบว่าอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวและการเดินทางมีบทบาทโดดเด่นมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ในชุดข้อมูลนี้

 

image.png

 

แนวโน้มและข้อมูลสำคัญของ E- Commerce ในสเปน

  • เมื่อพิจารณาจำนวนธุรกรรม พบว่าในไตรมาสที่ 2 ปี 2025 มีธุรกรรมมากกว่า 493 ล้านรายการ เพิ่มขึ้น 16.8% เมื่อเทียบรายปี (YoY)
  • หมวดเกมและพนันออนไลน์ มีสัดส่วนยอดขายสูงสุด (9.3%)
  • รายได้ 45.8% เป็นธุรกรรมที่ปลายทางอยู่ในสเปน และ 54.2% เป็นธุรกรรมที่สเปนส่งออกไปยังต่างประเทศ
  • ดุลการค้า (ส่วนต่างระหว่างการซื้อจากต่างประเทศเข้าสเปน กับการซื้อจากสเปนออกไปต่างประเทศ) ขาดดุล 11,345 ล้านยูโร
  • เมื่อพิจารณาจำนวนธุรกรรม
    • 36.2% อยู่ภายในสเปน
    • 63.9% ธุรกรรมจากสเปนไปยังต่างประเทศ

 

ธุรกรรมตามภูมิศาสตร์ (ไตรมาส 2/2025)

มูลค่าธุรกิจ E- Commerce จำแนกตามภูมิศาสตร์ (หน่วย:ล้านยูโร)

image.png

 

กราฟเส้นนี้แสดงแนวโน้มรายไตรมาสตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2020 ถึงไตรมาส 2 ปี 2025 โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกรรมที่ส่งออกไปต่างประเทศ (เส้นสีน้ำเงิน) จากต่างประเทศเข้าสเปน (เส้นสีส้ม) และภายในสเปน (เส้นสีเขียว) โดยภาพรวมทั้งสามเส้นมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว แม้จะมีความผันผวนในช่วงปี 2020–2021 อันเป็นผลจากสถานการณ์โควิด 19 หลังจากปี 2022 เป็นต้นมา การเติบโตเร่งตัวชัดเจน โดยเส้นธุรกรรมที่สเปนส่งออกไปต่างประเทศ มีมูลค่าสูงสุดและเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการขยายตัว เพิ่มขึ้นจากประมาณ 6,000 ล้านยูโร เป็นมากกว่า 15,000 ล้านยูโร ในช่วงปลายกราฟ ขณะที่มูลค่าธุรกิจ E- Commerce ภายในสเปนเติบโตอย่างสม่ำเสมอจากราว 3,800 ล้านยูโร เป็น 9,000 ล้านยูโร ส่วนจากต่างประเทศเข้าสเปน แม้จะหดตัวแรงในช่วงโควิด แต่ได้ฟื้นตัวต่อเนื่องจนเกิน 4,000 ล้านยูโร ในช่วงท้ายสะท้อนให้เห็นโครงสร้างการเติบโตที่พึ่งพากิจกรรมขาออกเป็นหลัก ควบคู่กับการฟื้นตัวของตลาดภายในประเทศและธุรกรรมขาเข้าในระยะหลัง.

 

จำนวนธุรกรรม E- Commerce แต่ละไตรมาส จำแนกตามภูมิศาสตร์

 

image.png

 

กราฟนี้แสดงพัฒนาการรายไตรมาสของจำนวนธุรกรรม E- Commerce จำแนกตามภูมิศาสตร์ โดย สีน้ำเงิน (Outbound) แทนธุรกรรมที่มีต้นทางจากสเปนยังต่างประเทศ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดในทุกไตรมาสและเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโต โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงปี 2023–2025 รองลงมาคือ สีเขียว ซึ่งแทนธุรกรรมการซื้อขายภายในประเทศสเปน มีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน แต่ยังคงมีขนาดเล็กกว่าสีน้ำเงิน ขณะที่ สีส้ม (Inbound) แทนธุรกรรมจากต่างประเทศเข้าสเปน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เล็กที่สุดตลอดช่วงเวลา แม้จะมีการขยายตัวบ้างแต่ไม่โดดเด่นเมื่อเทียบกับอีกสองส่วน เมื่อพิจารณาภาพรวมกราฟเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนการเติบโตของตลาด E- Commerce สเปน โดยมีธุรกรรมข้ามพรมแดนฝั่งขาออก (สีน้ำเงิน) เป็นองค์ประกอบหลักของโครงสร้างตลาด

 

หมวดธุรกิจที่มีสัดส่วนมูลค่า E- Commerce สูงสุดจากสเปนไปยังต่างประเทศ 10 อันดับ (ไตรมาส ปี 2025/เปอร์เซนต์)

 

image.png

 

มูลค่าธุรกรรม E- Commerce ที่มีต้นทางจากสเปนและส่งไปยังต่างประเทศ มีมูลค่า 15,363 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 17.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า 94.5%ของธุรกรรมที่สเปนส่งออกไปต่างประเทศ ดำเนินการผ่านร้านค้าที่ตั้งอยู่ในสหภาพยุโรป จากกราฟแสดงผล หมวดธุรกิจที่มีมูลค่าการซื้อขายจากสเปนไปยังต่างประเทศสูงสุด ได้แก่ บริการทางการเงิน (9.4%) และเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย (9.3%)

หมวดธุรกิจที่มีสัดส่วนมูลค่า E- Commerce สูงสุดจากต่างประเทศเข้าสเปน 10 อันดับ (ไตรมาส 2 ปี 2025/เปอร์เซนต์

         ทั้งนี้ ยอดขาย E- Commerce จากต่างประเทศเข้าสเปนมีมูลค่ารวม 4,018 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 26.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ของปีก่อนหน้า(YoY) และ 60.6% ของการซื้อสินค้าจากต่างประเทศเข้าสเปนมีต้นทางมาจากประเทศในสหภาพยุโรป นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยว

 (ซึ่งรวมถึงตัวแทนการท่องเที่ยว การขนส่งทางอากาศ การขนส่งทางบก การเช่ารถ และโรงแรม) มีสัดส่วนรวมกันถึง 65.6% ของการซื้อจากต่างประเทศเข้าสเปน

 

หมวดธุรกิจที่มีสัดส่วนมูลค่า E – Commerce สูงสุดภายในสเปน 10 อันดับ (ไตรมาส ปี 2025, เปอร์เซ็นต์)

 

image.png

 

รายได้ E – Commerce ภายในประเทศสเปนเพิ่มขึ้น 30.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) คิดเป็นมูลค่า 8,965 ล้านยูโร ส่วนการบริหารราชการ ภาษี และประกันสังคม เป็นแหล่งรายได้หลักของ E – Commerce ภายในประเทศ โดยมีสัดส่วนสูงสุดที่ 11.0%

 

image.png

 

มูลค่าธุรกิจ E – Commerce จำแนกตามภูมิศาสตร์

 

image.png

 

จากกราฟวงกลมนี้ โครงสร้างสัดส่วนแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก โดยส่วนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ ธุรกรรมจากสเปนไปยังต่างประเทศ 56.5 เปอร์เซนต์ (Outbound) ซึ่งครองสัดส่วนมากกว่าครึ่งของทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าธุรกรรมขาออก เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาพรวม รองลงมาคือ ภายในสเปน 30.5 เปอร์เซนต์ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณเกือบหนึ่งในสาม แสดงถึงบทบาทของตลาดภายในประเทศที่ยังคงมีความสำคัญและช่วยพยุงการเติบโต ขณะที่กิจกรรม จากต่างประเทศเข้าสเปน 12.9 เปอร์เซนต์ (Inbound) มีสัดส่วนเล็กที่สุด บ่งชี้ว่าธุรกรรมจากภายนอกยังมีน้ำหนักน้อยเมื่อเทียบกับขาออกและกิจกรรมภายในประเทศ โดยรวมจึงเป็นโครงสร้างที่พึ่งพากิจกรรมระหว่างประเทศฝั่งขาออกเป็นหลัก. 

จำนวนธุรกรรม E – Commerce จำแนกตามภูมิศาสตร์

 

image.png

 

กราฟวงกลมนี้แสดงสัดส่วนจำนวนธุรกรรม E – Commerce จำแนกตามภูมิศาสตร์ในไตรมาสที่ 1 ปี 2025 โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ธุรกรรมจากสเปนไปยังต่างประเทศ ภายในประเทศสเปน และการซื้อขายจากต่างประเทศเข้าสเปน จากข้อมูลพบว่า สัดส่วนสูงสุดคือธุรกรรมจากสเปนไปยังต่างประเทศ คิดเป็น 65.7% ของจำนวนธุรกรรมทั้งหมด สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคสเปนที่นิยมซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มและผู้ประกอบการต่างประเทศเป็นสำคัญ รองลงมาคือธุรกรรมภายในประเทศ คิดเป็น 29.4% แสดงถึงบทบาทของตลาดออนไลน์ภายในประเทศที่ยังคงมีความสำคัญ ขณะที่ธุรกรรมจากต่างประเทศเข้าสเปนมีสัดส่วนต่ำสุดเพียง 4.9% เท่านั้น ทั้งนี้ โครงสร้างดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าตลาด E- Commerce ของสเปนมีลักษณะพึ่งพาการซื้อข้ามพรมแดนฝั่งขาออกในด้านจำนวนธุรกรรมอย่างเด่นชัด

         ในขณะเดียวกัน ดุลการค้าภายนอกสุทธิของ E- Commerce (ซึ่งหมายถึงส่วนต่างระหว่างการซื้อสินค้าจากต่างประเทศเข้าสเปนกับการซื้อสินค้าจากสเปนไปยังต่างประเทศ) มีสถานะขาดดุล 11,237 ล้านยูโร 

         เมื่อพิจารณาในมิติของจำนวนธุรกรรมเพิ่มเติม พบว่า 34.3% ของยอดขายมีปลายทางอยู่ภายในประเทศสเปน ขณะที่ 65.7%เป็นยอดขายของธุรกรรมจากสเปนไปยังต่างประเทศ ซึ่งตอกย้ำบทบาทสำคัญของธุรกรรม E- Commerce ข้ามพรมแดนต่อโครงสร้างตลาด E- Commerce ของสเปน

 

มูลค่าการซื้อขาย E- Commerce จากสเปนไปต่างประเทศ จำแนกตามพื้นที่ภูมิศาสตร์

 

image.png

กราฟวงกลมนี้แสดงการกระจายตัวของมูลค่าธุรกิจ E- Commerce ธุรกรรมจากสเปนไปยังต่างประเทศ จำแนกตามภูมิภาคในไตรมาสที่ 1 ปี 2025 จากข้อมูลพบว่า สหภาพยุโรปมีสัดส่วนสูงสุด คิดเป็น 94.2% ของมูลค่ารวม สะท้อนให้เห็นว่าการค้า E- Commerce ข้ามพรมแดนของสเปนพึ่งพาตลาดในสหภาพยุโรปเป็นหลัก รองลงมาได้แก่ สหราชอาณาจักร 2.0% และสหรัฐอเมริกา 1.4% ขณะที่ภูมิภาคอื่นมีสัดส่วนค่อนข้างจำกัด ได้แก่ เอเชียแปซิฟิก 0.9% กลุ่มประเทศ C.E.M.E.A[1]. 0.9% ลาตินอเมริกา 0.3% และอื่น ๆ 0.3% โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมโยงทางการค้า ด้านโลจิสติกส์ และกฎระเบียบภายในสหภาพยุโรปที่เอื้อต่อการซื้อขายออนไลน์ระหว่างกันมากกว่าภูมิภาคอื่น ซึ่งมูลค่าธุรกรรม E- Commerce ที่มีต้นทางจากสเปนและส่งไปยังต่างประเทศ อยู่ที่ 14,562 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 14.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ของปีก่อนหน้า (YoY) 

  • การกระจายตัวของมูลค่าธุรกิจ E- Commerce จากต่างประเทศเข้าสเปน จำแนกตามภูมิภาค

 

image.png

 

หมวดธุรกิจที่มีมูลค่าการซื้อขายจากสเปนไปยังต่างประเทศสูงสุด ได้แก่ บริการสนับสนุนตัวกลางทางการเงิน (10.1%) และ เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย (8.7%) ในขณะเดียวกัน ยอดขาย E- Commerce จากต่างประเทศเข้าสเปนมีมูลค่ารวม 3,325 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 21.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ของปีก่อนหน้า โดย 62.7% ของการซื้อดังกล่าวมีต้นทางมาจากประเทศในสหภาพยุโรป

         นอกจากนี้ กลุ่มกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยว (ซึ่งรวมถึงตัวแทนการท่องเที่ยว การขนส่งทางอากาศ การขนส่งทางบก การเช่ารถ และโรงแรม) คิดเป็นสัดส่วนรวม 63.6% ของการซื้อสินค้าจากต่างประเทศเข้าสเปน

         รายได้ E- Commerce ภายในประเทศสเปนเพิ่มขึ้น 23.8% เมื่อเทียบรายปี (YoY) อยู่ที่มูลค่า 7,866 ล้านยูโร โดยหมวด การบริหารราชการ ภาษี และประกันสังคม เป็นแหล่งรายได้หลัก คิดเป็นสัดส่วน 7.4%

แพลตฟอร์มออนไลน์ของสเปนในส่วนของการซื้อขายออนไลน์ แพลตฟอร์มที่มีจำนวนการเข้าชมต่อเดือนสูงสุด ปี 2025 ดังนี้

 

image.png

 

การวิเคราะห์ตามรูปแบบธุรกิจ (B2B/B2C)

 

image.png

การขยายตัวของธุรกิจ E- Commerce แบบ B2B ได้ก้าวผ่านระยะทดลองตลาดแล้ว ขณะที่ธุรกิจแบบ B2C ยังคงครองสัดส่วนรายได้หลักของตลาด E- Commerce สเปนในปี 2025 ที่ 85.42% การครองตลาดของ B2C สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่เติบโตอย่างเต็มที่และมีความต่อเนื่อง

ปัจจุบัน ธุรกรรม B2B กำลังเติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR[1]) อยู่ที่ 34.2% ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตโดยรวมของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ คาดว่ามูลค่าตลาด 

E- Commerce B2B ของสเปนจะทะลุ 53.87 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2031โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการจัดซื้อ (procurement portals) และระบบการชำระเงินแบบบูรณาการ (Integrated Payments)[1]

การนำชุดเครื่องมือดิจิทัลมาใช้ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มีบทบาทสำคัญในการขยายบัญชีรายการสินค้าและบริการของผู้จัดจำหน่าย และเปลี่ยนกระบวนการออกใบแจ้งหนี้สู่ระบบดิจิทัล 

ความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้นช่วยลดระยะเวลาการชำระเงิน และบรรเทาภาระด้านเงินทุนหมุนเวียน

ในขณะเดียวกัน บริษัทขนาดใหญ่ได้นำแพลตฟอร์มตลาดส่วนตัว (private marketplaces) มาใช้เพื่อรวมศูนย์การจัดซื้อ ส่งผลให้เกิดกระแสข้อมูลที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์โดยผู้ให้บริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูล

แนวโน้วการค้าปลีกและพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์

  • ภาพรวมพฤติกรรมผู้บริโภคออนไลน์ในสเปน (Clicks, Carts & Conversions) 

  • 80% 🔺 ซื้อสินค้าในช่วง Black Friday (ผู้ซื้อชาวสเปนตอบรับโปรโมชั่นแรงช่วงปลายปี)

  • 73% 🔺 ให้ความสำคัญกับ ความยั่งยืน (Sustainability)ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมมีผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างชัดเจน

  • 67% 🔺 ซื้อสินค้าจากร้านค้าออนไลน์ในต่างประเทศ ตลาดสเปนเปิดรับการซื้อข้ามประเทศ (Cross-border) สูง

  • 50% 🔻 ซื้อสินค้าผ่านโซเชียลมีเดียโดยตรงSocial Commerce ยังเติบโตได้อีก

  • 44% 🔻 นิยมซื้อสินค้ามือสอง สินค้าที่นำกลับมาใช้ใหม่ (รีไซเคิล) ผ่านช่องทางออนไลน์ตลาดสินค้ามือสองยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับบางประเทศในยุโรป

  • 33% 🔻 นิยมสมัครสมาชิกออนไลน์ 

  • วิธีการชำระเงินยอดนิยมของผู้บริโภคสเปน

ผู้บริโภคออนไลน์ในสเปนยังคงนิยมการชำระเงินที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย โดยมีรูปแบบการชำระเงินหลักดังนี้

  • บัตรเครดิต/บัตรเดบิต 93% 

  • Digital Wallet 76% 

  • Buy Now, Pay Later (ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง) 44%

     

  • การซื้อสินค้าข้ามประเทศ (Cross-border)

67% ของผู้บริโภคในสเปนซื้อสินค้าจากร้านค้าออนไลน์ในต่างประเทศ และในจำนวนนี้ 27% ซื้ออย่างน้อยเดือนละครั้ง ตัวเลขดังกล่าวสูงขึ้นในบางกลุ่ม โดย 

  • 45% ในกลุ่มผู้บริโภคแบบสมัครสมาชิก (Subscription shoppers) 

  • 35% ในกลุ่ม Gen Z สะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่และกลุ่มที่คุ้นเคยกับการซื้อออนไลน์เป็นประจำ มีแนวโน้มเปิดรับการซื้อข้ามประเทศมากกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดโดยรวม 

  • ประเทศยอดนิยมที่ชาวสเปนนิยมซื้อสินค้าทางออนไลน์: จีน 58% สหราชอาณาจักร 31%สหรัฐอเมริกา 38%, ฝรั่งเศส 27% และ เยอรมนี 27% ก็เป็นตลาดสำคัญ เหตุผลหลักที่ชาวสเปนเลือกซื้อจากประเทศเหล่านี้คือราคาที่ถูก แต่อุปสรรคหลัก คือ ค่าจัดส่งสูง และ

ระยะเวลาจัดส่งนาน

  • ความยั่งยืน (Sustainability) กับพฤติกรรมผู้บริโภคสเปน

ผู้บริโภคออนไลน์ในสเปนให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน โดย 73% ระบุว่าความยั่งยืนมีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า และ 51% เชื่อว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า ประเด็นนี้จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น นอกจากนี้ 57% ต้องการทราบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการจัดส่งสินค้า ขณะที่ 29% พร้อมเข้าร่วมแคมเปญรีไซเคิลหรือโครงการรับซื้อคืนสินค้าจากร้านค้า สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจที่มีความโปร่งใสและใส่ใจสิ่งแวดล้อมจะได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดสเปน

  • สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้บริโภคออนไลน์ในสเปนยกเลิกการซื้อก่อนชำระเงิน 

คือประสบการณ์ด้านการจัดส่งและการคืนสินค้า โดย 84% ระบุว่า หากไม่มีตัวเลือกการจัดส่งที่ต้องการ จะตัดสินใจไม่ซื้อ ขณะที่ 82% ให้เหตุผลเดียวกันในกรณีที่ไม่มีตัวเลือกการคืนสินค้าที่เหมาะสม นอกจากนี้ ค่าจัดส่งที่สูง และการต้องจ่ายค่าคืนสินค้า ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าทิ้งตะกร้า สะท้อนว่าความยืดหยุ่น ความชัดเจนด้านค่าใช้จ่าย และความสะดวกในการคืนสินค้า เป็นหัวใจสำคัญในการปิดการขายในตลาดสเปน

  • พฤติกรรมการคืนสินค้าของผู้บริโภคสเปน

ผู้บริโภคออนไลน์ในสเปนกว่า 58% เคยมีประสบการณ์คืนสินค้า โดยสาเหตุหลักมาจากคุณภาพสินค้าไม่เป็นไปตามคาดหมาย ขนาดสินค้าไม่พอดี สินค้าเสียหายระหว่างขนส่ง สินค้าไม่ตรงกับภาพโฆษณา หรือสินค้าไม่เหมาะกับตนเอง ด้านรูปแบบการคืนสินค้า 51% นิยมคืนผ่านจุดรับพัสดุ (Parcel Shop) ขณะที่ 35% ชอบให้ผู้ให้บริการมารับสินค้าคืนที่บ้าน สะท้อนว่าความสะดวกและความยืดหยุ่นในกระบวนการคืนสินค้าเป็นปัจจัยสำคัญต่อประสบการณ์ลูกค้าในตลาดสเปน

  • สินค้าที่ผู้บริโภคสเปนซื้อออนไลน์มากที่สุด

สินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ในสเปน ได้แก่ เสื้อผ้า (62%) ซึ่งเป็นหมวดหมู่ที่มีสัดส่วนสูงที่สุด รองลงมาคือหนังสือ (48%) และรองเท้า (46%) นอกจากนี้ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงอุปกรณ์กีฬาและงานอดิเรก ก็เป็นหมวดหมู่สำคัญที่ผู้บริโภคเลือกซื้อผ่านออนไลน์เช่นกัน สะท้อนให้เห็นว่าตลาด E- Commerce ของสเปนครอบคลุมทั้งสินค้าแฟชั่น สินค้าเพื่อการเรียนรู้ และสินค้าไลฟ์สไตล์อย่างหลากหลาย

  • การเปลี่ยนแปลงสู่ทางเลือกที่ยั่งยืนในอนาคตข้างหน้า  

51% ของผู้บริโภคชาวสเปนระบุว่า ความยั่งยืนจะมีความสำคัญต่อพวกเขามากยิ่งขึ้นในอีกห้าปีข้างหน้า สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบของแบรนด์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ 79% ของผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z และ 76% ของกลุ่ม Baby Boomers ในสเปน ระบุว่าความยั่งยืนเป็นเรื่องสำคัญสำหรับพวกเขา เมื่อเทียบกับ 70% ของกลุ่ม Millennials และ 68% ของกลุ่ม Gen X สะท้อนให้เห็นว่าความใส่ใจต่อประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมีอยู่ในทุกช่วงวัย แต่มีระดับความสำคัญแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละกลุ่มคนตามช่วงปีเกิดและยุคสมัยทางสังคม โดยมีเหตุการณ์สำคัญ เทคโนโลยี และวัฒนธรรมร่วมกันเป็นตัวกำหนด

 

ช่องทางการซื้อขายออนไลน์ของสเปน 

ผู้บริโภคออนไลน์ในสเปนนิยมซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มหลักดังต่อไปนี้ โดย Amazon ครองอันดับหนึ่งที่ 87% สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของ Marketplace ระดับโลกในตลาดสเปน รองลงมาคือ Shein ที่ 45% ซึ่งได้รับความนิยมสูงโดยเฉพาะในกลุ่มแฟชั่นและกลุ่มวัยรุ่น ขณะที่ Alibaba / AliExpress อยู่ที่ 39% และ El Corte Inglés อยู่ที่ 38% แสดงให้เห็นว่าทั้งแพลตฟอร์มระดับสากลและผู้ค้าปลีกท้องถิ่นรายใหญ่ อย่างเช่น El Corte Inglés ยังคงมีบทบาทสำคัญในพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคสเปน

ลำดั   สินค้าที่นิยมซื้อออนไลน์ สินค้าในประเทศกับสินค้าจากต่างประเทศ

       สินค้าในประเทศ

ลำดับ

ประเภทสินค้า

แบรนด์ที่ได้รับนิยม

1

แฟชั่น เครื่องแต่งกาย

Zara, Mango, Sfera

2

อิเล็กทรอนิกส์ /มีเดีย

Pccomponentes, MediaMarkt

3

อาหาร / Personal care 

Mercadona, El Corte Ingles

4

ของเล่น hobby สันทนาการ

Poly 

5

เฟอร์นิเจอร์ ของใช้ในบ้าน

Zara Home, El Corte Ingles 

       สินค้าจากต่างประเทศ

ลำดับ

ประเภทสินค้า

แบรนด์ที่ได้รับความนิยม

  1

การท่องเที่ยว อาทิ จองโรงแรม 

บัตรโดยสารเครื่องบิน รถไฟ 

รถเช่า ฯลฯ

Booking.com, Expedia, Viator, Travelloca, orbitz.com, EUrail, Airbnb.com, Omio

2

เสื้อผ้าและแฟชั่น

Privalia, Zalada, Net-a-Porter 

3

สินค้าเทคโนโลยี (โทรศัพท์มือถิอ gadget) 

eBay, Amazon, Samsung, Apple, Huawei

4

สันทนาการ  (หนังสือ เพลง)

Amazon, eBay

แนวโน้มด้านการใช้เทคโนโลยีใหม่ในตลาด E – Commerce เปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ AI และระบบอัตโนมัติ จะกำหนดอนาคตในตลาดสเปน

ตลาดค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซของสเปนกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จากข้อมูลของ ONTSI ในปี 2025 มูลค่าอีคอมเมิร์ซของสเปนมีรายได้ต่อปีมากกว่า 90,000 ล้านยูโร และยังคงเติบโตในระดับเลขสองหลักอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการผสานช่องทางออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงไม่ใช่เพียงตัวเลขการเติบโต แต่คือ วิธีการแข่งขัน” ของธุรกิจ เทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังปรับโฉมโมเดลธุรกิจ การบริหารโลจิสติกส์ และความสัมพันธ์กับผู้ซื้อ ปี 2026 จะเป็นปีที่ผู้ค้าปลีกสเปนเร่งเสริมความแข็งแกร่งด้านประสิทธิภาพ โดยใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลางของการตัดสินใจ นี่คือแนวโน้มสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของการซื้อขายออนไลน์ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการซื้อสินค้า

  • Omnichannel: ลูกค้าซื้อได้ทุกที่ ทุกเวลา
     

image.png

Omnichannel ไม่ใช่เพียงกลยุทธ์ทางการตลาดอีกต่อไป แต่เป็น ความจำเป็นในทางปฏิบัติ” สำหรับผู้ค้าปลีกที่ต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันในยุคดิจิทัล ซึ่งในปัจจุบัน เส้นแบ่งระหว่างร้านค้าหน้าร้านและช่องทางออนไลน์แทบจะเลือนหายไป ผู้บริโภคคาดหวังประสบการณ์การซื้อที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อผ่านออนไลน์แล้วไปรับสินค้าที่ร้าน (Click & Collect) หรือการซื้อที่ร้านแล้วคืนสินค้าผ่านผู้ให้บริการขนส่ง ทุกขั้นตอนต้องสะดวก รวดเร็ว และไม่มีอุปสรรค

ข้อมูลจาก Adigital[1]ระบุว่า มากกว่า 70% ของผู้ซื้อออนไลน์ในสเปนใช้หลายช่องทางในระหว่างกระบวนการตัดสินใจซื้อ ซึ่งสะท้อนว่าพฤติกรรมผู้บริโภคมีความซับซ้อนและเคลื่อนที่ระหว่างแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง

การรองรับพฤติกรรมนี้จำเป็นต้องมี:

  • การบริหารสินค้าคงคลังแบบรวมศูนย์

  • การมองเห็นข้อมูลสต็อกแบบเรียลไทม์ในทุกช่องทาง

  • ระบบพยากรณ์และวางแผนความต้องการแบบอัตโนมัติ

    ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการพยากรณ์เชิงคาดการณ์: ความได้เปรียบในการแข่งขันใหม่

 ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในธุรกิจค้าปลีกของสเปน โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านการตลาดหรือการบริการลูกค้าอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นเครื่องมือหลักในการวางแผนและพยากรณ์ความต้องการสินค้าอย่างแม่นยำ

โมเดลที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถคาดการณ์แนวโน้มความต้องการของสินค้าได้ล่วงหน้าหลายสัปดาห์ ปรับการคาดการณ์ตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น โปรโมชั่น หรือพฤติกรรมการค้นหาของผู้บริโภค และยังสามารถกำหนดนโยบายการจัดซื้อและการเติมสินค้าโดยอัตโนมัติ ช่วยลดความเสี่ยงจากสินค้าขาดสต็อกหรือสินค้าล้นคลัง ปี 2026 และในอนาคตข้างหน้า AI จะไม่ใช่เพียงนวัตกรรมที่สร้างความแตกต่าง แต่จะกลายเป็นมาตรฐานสำคัญของอุตสาหกรรมค้าปลีก และเป็นหัวใจของความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาด E- Commerce 

กลยุทธ์การทำประชาสัมพันธ์/โปรโมทสินค้าที่นิยม 5 อันดับแรก (Marketing & Promotion Activities)

  • ใช้ คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มโอกาสให้สินค้าปรากฏในการค้นหา

  • รายละเอียดสินค้าชัดเจนและครบถ้วน เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจคุณสมบัติและข้อดี 

  • การลงทุนใน ภาพถ่ายสินค้าคุณภาพสูง เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า

  • ใช้ เครื่องมือการตลาดของ Marketplace เช่น โฆษณาแบบเสียเงิน โปรโมชั่น และส่วนลด

  • กระตุ้นให้ลูกค้าให้ รีวิวสินค้า เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

ช่องทางการขนส่งสินค้า (E-Logistics)

  • การไปรษณีย์สเปน (Correos)

  • บริษัท Courier นานาชาติ อาทิ DHL Express, GLS, FedEx, UPS, SEUR 

  • บริษัท Courier ของสเปน อาทิ NACEX, MRW, RIS 

ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าแบบ Cross Border E-Commerce 

  • สินค้าที่สั่งซื้อออนไลน์ในราคาไม่เกิน 150 ยูโร ตั้งแต่วันที่ กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป การสั่งซื้อสินค้าผ่าน Marketplace จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมศุลกากรแบบเหมาจ่าย 3 ยูโร ต่อ 1 ประเภทสินค้าในพัสดุ[2]

  •  กรณีสินค้านำเข้าจากประเทศในสหภาพยุโรป ได้รับการยกเว้น VAT

  •  หน่วยงาน Agencia Tributaria กำกับดูแลด้านภาษี

 

ข้อสังเกต/ข้อควรระวังในการทำการค้าออนไลน์ (Things to Knows)

  • ผู้บริโภคในสเปน ให้ความสำคัญอย่างมากกับความปลอดภัยไซเบอร์ โดยผู้ขายต้องสร้างความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ให้กับผู้ซื้อ 

  • ปัญหาด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดนในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบในทะเลแดง

  • ข้อจำกัดด้านภาษาในการสื่อสาร รวมถึงวัฒนธรรม และมุมมองที่ต่างกับชาวเอเชีย จึงควรมีระบบ Customer service หรือ Customer support desk ที่พร้อมสร้างความเข้าใจและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ   

  • สินค้าต้องห้ามหรือสินค้าที่อยู่ในรายการควบคุมของทางการสเปน

 

กฎหมาย กฎระเบียบและภาษีการประกอบธุรกิจออนไลน์ (Legal Framework, Regulations, Tax)

  • กฎหมายว่าด้วยการค้าออนไลน์ Nuevo Capítulo VIII del Título IX de la Ley 37/1992 (28 ธันวาคม)

  • กฎหมายว่าด้วยการปกป้องสิทธิ์ของผู้บริโภคสินค้า/บริการออนไลน์ (Law of Services of the Information Society and Electronic Commerce: LSSICE) ซึ่งรวมถึงการให้ข้อมูลที่ถูกต้องของสินค้า การชำระเงิน การส่งคืน และการบริการที่เกี่ยวเนื่อง

  • กฎหมายว่าด้วยความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจออนไลน์ (General Law for the Defense of Consumers and Users : LGDCU)

  • ฎหมายว่าด้วยการค้าปลีกออนไลน์ (Retail Trade Ordinance Law) ซึ่งรวมถึงการเก็บ VAT กฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการค้าออนไลน์ของสหภาพยุโรปฉบับใหม่สำหรับร้านค้าออนไลน์ในปี 2026 โดยอิงตามกฏหมาย 2017/2455 และ 2019/1995[3]

  • กฎหมายรองรับ EU Directive 1999/93/CE ว่าด้วยลายเซนต์อิเล็กทรอนิกส์

  • กฏหมายด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 

  • LOPD (Organic Law on Data Protection) Law 15/1999 

  • Information Society Services Law (LSSI) Law 34/2002 การให้ข้อมูลของสินค้าและบริการบนหน้าเว็บไซต์

  • กฎระเบียบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 

  • ในการพาณิชย์อิเล็คทรอสิกส์ของสเปน ผู้บริโภคจะต้องชำระค่าธรรมเนียมและภาษีที่เกี่ยวข้อง 2 ประเภท คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 22 และ ค่าธรรมเนียมการนำเข้า 

  • ในส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น รัฐบาลสเปนได้ออกประกาศตั้งแต่กรกฎาคม 2564 ว่าสินค้าจากนอกสหภาพยุโรปที่มีมูลค่าต่ำกว่า 22 ยูโร ซึ่งถูกส่งเข้ามายังสเปนจะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่หากสูงกว่า 22 ยูโร จะมีการคำนวณภาษีในอัตราแปรผันตามมูลค่าของสินค้า

  • บริษัทที่ตั้งในสหภาพยุโรป และมีมูลค่าการค้าออนไลน์มายังสเปนมากกว่า 35,000 ยูโร                ต่อปี สามารถชำระ VAT ตามอัตราของสเปน หรือเลือกชำระตามอัตราของประเทศที่บริษัทตั้งอยู่ ภายในวงเงินไม่เกิน 35,000 ยูโร และส่วนที่เกินจาก 35,000 ยูโร ชำระ VAT ตามอัตราของสเปนเป็นเวลา 2 ปี 

  • กรณีที่ผู้ขายเป็นบริษัทจัดตั้งอยู่ในสหภาพยุโรป ส่งสินค้ามาให้ผู้ประกอบการในสเปน และโดยที่ทั้งสองฝ่าย ลงทะเบียน VIES-registered จะได้รับการยกเว้น VAT

  • ในส่วนค่าธรรมเนียมการนำเข้า หากสินค้ามีมูลค่าต่ำกว่า 150 ยูโร จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการนำเข้า แต่หากสินค้ามีมูลค่าเกิน 150 ยูโร (ทั้งที่ตั้งอยู่ใน หรือนอกสหภาพยุโรป) ต้องชำระค่าธรรมเนียมศุลกากร (arancel) ในอัตราตั้งแต่ร้อยละ 0-17 ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า

  • พระราชกฤษฎีกา 1619/2012 วันที่ 30 พฤศจิกายน ว่าด้วยกฎระเบียบว่าด้วยการออกใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ (e-invoice)

  • พระราชกฤษฎีกา 16/11/2007 ด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค 

  • กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูล (Data Protection: LOPD) ซึ่งรวมถึงการลงทะเบียเว็บไซต์ และการเก็บข้อมูลของผู้บริโภค

  • ระเบียบด้านการคุ้มครองข้อมูลของสหภาพยุโรป (European Data Protection Regulation: RGPD)

 

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • กระทรวงเศรษฐกิจและธุรกิจ (Ministry of Economy and Enterprises) ภายใต้การกำกับดูแลของ Secretary of State of Digital Advance

    เว็บไซต์ www.mineco.gob.es

  • National Commission for the Markets and Competences (CNMC) ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาล รับผิดชอบด้านการส่งเสริมการประกอบธุรกิจ และปกป้องธุรกิจและผู้บริโภค 

    เว็บไซต์www.cnmc.es

  • Agencia Tributaria หน่วยงานจัดเก็บภาษี 

    เว็บไซต์ www.agenciatributaria.gob.es

  • Centro Nacional de Protección de las Infraestructuras Críticas (CNPIC) ความปลอดภัยทางไซเบอร์

    เว็บไซต์ www.csirt.es

  • Confederación Española de Comercio (CEC) – สมาคมการค้าของสเปนที่ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการค้าปลีกและออนไลน์

  • Red.es – องค์กรที่สนับสนุนการพัฒนาธุรกิจดิจิทัลและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในสเปน

 

ข้อคิดเห็นของสำนักงาน

โอกาสของสินค้าไทย

  • สินค้าไทยได้รับการยอมรับด้านคุณภาพและความหลากหลาย โดยเฉพาะอาหาร สุขภาพ และสินค้าไลฟ์สไตล์ อย่างไรก็ตาม สินค้าอาหารและเกษตรบางประเภทอยู่ภายใต้กฎระเบียบของรัฐบาลสเปน ผู้ประกอบการต้องศึกษาข้อกำหนดก่อนส่งออก

  • ใช้แพลตฟอร์ม thaitrade.com ซึ่งเริ่มเป็นที่รู้จักในสเปนแล้วเป็นช่องทางในการค้าออนไลน์

  • การทำการค้ากับสเปน เป็นการเปิดโอกาสในการเข้าถึงตลาดละตินอเมริกา เนื่องจากมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่ใกล้ชิด ควรแปลเป็นภาษาสเปนเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ดียิ่งขึ้น

  • ในส่วนโปรตุเกส ผู้บริโภคมีทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษมากกว่าสเปน อย่างไรก็ตาม ควรมีตัวแทนที่มีความรู้ด้านภาษาท้องถิ่นร่วมในบริษัท

  • สินค้าชิ้นเล็กที่มีน้ำหนักไม่มากและมูลค่าไม่สูงเกินไป จะช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้เร็ว

สินค้าที่มีศักยภาพหรือตัวอย่างกรณีศึกษาสินค้าไทย

  • สินค้า/บริการตามกระแสความนิยมของโลก และวิถีชีวิต/ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ โดยเฉพาะด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม ควายั่งยืน สวัสดิภาพสัตว์ การดูแลสุขภาพ วิถีชีวิตของประชาชนในเขตเมือง ผู้สูงอายุ สันทนาการ และกีฬา ความนิยมสัตว์เลี้ยง ตลอดจนเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย และการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ

  • สินค้าขั้นกลาง หรือวัตถุดิบ ที่มีราคาเหมาะสมกับคุณภาพ

การเตรียมตัวของผู้ประกอบการไทย 

  • ศึกษาแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภค และข้อมูลของตลาด รวมถึงคู่แข่งทางการค้า และนำข้อมูล (Data) ด้านต่างๆ มาประมวล และนำมาประยุกต์ใช้   

    • พัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคภายในราคาที่แข่งขันได้

    • ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ได้รับความนิยมในสเปน เช่น Amazon.es หรือ El Corte Inglés รวมถึงพิจารณาการทำตลาดผ่าน  Social Commerce อย่าง Instagram และ TikTok

    • พัฒนาเทคโนโลยีและระบบสนับสนุนการขาย ให้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ตั้งแต่ขั้นตอนการสั่งซื้อ การชำระเงิน การจัดส่งสินค้า รวมถึงการให้บริการลูกค้าและนโยบายการคืนสินค้า

    • ศึกษาข้อมูลของการให้บริการด้านโลจิสติกส์ รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านภาษี การเลือกผู้ให้บริการโลจิสติกส์ การประกันสินค้า รวมถึงระยะเวลาในการจัดส่งถึงมือลูกค้า

กลยุทธ์แนะนำสำหรับผู้ประกอบการไทยเจาะตลาดออนไลน์  

 

  • พัฒนาขีดความสามารถทางดิจิทัล โดยใช้ Big Data และ AI เพื่อทำการตลาดออนไลน์อย่างแม่นยำ และเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการชำระเงิน

  • พัฒนาสินค้าให้ตรงกับแนวโน้มตลาด สร้างความแตกต่างผ่าน การออกแบบ นวัตกรรม และเทคโนโลยี เช่น AI, Big Data และ Chatbots เพื่อลดปัญหาการคืนสินค้าและเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

  • กำหนดราคาที่แข่งขันได้ เนื่องจากผู้บริโภคชาวสเปนมองว่าตลาดออนไลน์เป็นช่องทางสำหรับสินค้าราคาประหยัด

  • ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า โดยพัฒนา เว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และสร้างความภักดีต่อแบรนด์

  • สร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ โดยให้ความสำคัญกับ คุณภาพสินค้า บริการที่จริงใจ และการบริหารจัดการรีวิวออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ

  • รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และมีมาตรการรองรับความเสี่ยงในการทำธุรกรรมออนไลน์

  • ใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลักในการโปรโมทสินค้า โดยเน้นแพลตฟอร์มที่ชาวสเปนนิยม เช่น Instagram, TikTok และ Facebook

  • จัดทำข้อมูลเป็นภาษาสเปน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและสร้างความเชื่อมั่นในตลาดสเปน

กลยุทธ์แนะนำสำหรับภาครัฐในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเจาะตลาดออนไลน์

  • เชื่อมโยงโครงการ Thai SELECT กับแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ท้องถิ่น เพื่อเพิ่มการรับรู้และขยายตลาดสินค้าอาหารไทยในสเปน

  • สร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับหน่วยงานและแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในสเปน เช่น การเชื่อมโยง thaitrade.com กับผู้ประกอบการค้าปลีกออนไลน์รายสำคัญ

  • ยกระดับการประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสินค้าไทย บนแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หลัก เพื่อกระตุ้นความต้องการสินค้าไทยในตลาดสเปน

  • สนับสนุนโครงการส่งเสริมการค้าผ่านช่องทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างไทยและสเปน ผ่านงานแสดงสินค้าออนไลน์และแคมเปญการตลาดดิจิทัล

  • พัฒนาโครงการอบรมและที่ปรึกษาด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยผู้ประกอบการไทยเข้าใจตลาดและแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับการค้าดิจิทัลในสเปน

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด

มีนาคม 2569

ที่มา 

https://www.optiply.com/en/blog/key-retail-and-ecommerce-trends-spain-2026#:~:text=The%20Spanish%20retail%20and%20e,shift%20toward%20data%2Ddriven%20efficiency.

https://www.elpublicista.es

- DHL E- Commerce

https://www.linkedin.com/pulse/omnichannel-retail-e-commerce-dr-j-udhaya-kumar/

- Adigital (Asociación Española de la Economía Digital)/ สมาคมเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งสเปน

https://www.linkedin.com/pulse/collaborative-planning-forecasting-replenishment-cpfr-shahla-shahveh-xgnrf/ 

https://www.consilium.europa.eu/en/press/press-releases/2025/12/12/customs-council-agrees-to-levy-customs-duty-on-small-parcels-as-of-1-july-2026/

https://okasesores.es/nueva-ley-iva-tiendas-online-2026-ecommerce-ue/

- https://sede.agenciatributaria.gob.es/Sede/aduanas/comercio-electronico-pipe-envios-particulares/compras-internet-envios-particulares.html#:~:text=Cerrar-,Env%C3%ADos%20por%20un%20valor%20de%20m%C3%A1s%20de%20150%20euros,gestiones%20de%20esta%20misma%20p%C3%A1gina.

 

 

 


 

 

 


 

รายงานเชิงลึก E Commerce Spain 2026.pdf
Share :
Instagram