



ข้อมูลการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน (Cross-Border E-commerce) ในสเปน
ภาพรวม
E- Commerce ในสเปนมีมูลค่าแตะ 28.3 พันล้านยูโร ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2025 ตามข้อมูล
E- Commerce ล่าสุดที่เผยแพร่โดย CNMC[1]
รายได้เติบโตขึ้น 22.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า
ภาคส่วนที่มีรายได้สูงสุด ได้แก่ ธุรกิจตัวแทนการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการทัวร์ คิดเป็น 10% ของ รายได้รวม และ ภาคสายการบิน คิดเป็น 7.4% ของรายได้รวม

ภาคส่วนอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนปริมาณธุรกิจ E- Commerce สูงสุด 10 อันดับ (ไตรมาส 2 ปี 2025/เปอร์เซนต์)
กราฟนี้แสดงสัดส่วนร้อยละของประเภทธุรกิจต่าง ๆ โดยจัดเรียงจากมากไปน้อย พบว่า ธุรกิจตัวแทนการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการทัวร์มีสัดส่วนสูงสุดที่ 10% สะท้อนถึงความสำคัญของภาคการท่องเที่ยว รองลงมาคือการขนส่งทางอากาศ (สายการบิน) ที่ 7.4% และธุรกิจเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่ 6.2% ขณะที่บริการทางการเงินมีสัดส่วน 5.1% และโรงแรมรวมถึงที่พักประเภทเดียวกันอยู่ที่ 4.7% นอกจากนี้ เกมและพนันออนไลน์คิดเป็น 4.6% ส่วนการบริหารงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับภาษีและประกันสังคมอยู่ที่ 3.9% กิจกรรมสำนักงานและการสนับสนุนทางธุรกิจ 3.8% ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค 3.2% และร้านอาหารมีสัดส่วนต่ำสุดที่ 3% จะพบว่าอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวและการเดินทางมีบทบาทโดดเด่นมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ในชุดข้อมูลนี้

กราฟนี้แสดงสัดส่วนร้อยละของประเภทธุรกิจต่าง ๆ โดยจัดเรียงจากมากไปน้อย พบว่า ธุรกิจตัวแทนการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการทัวร์มีสัดส่วนสูงสุดที่ 10% สะท้อนถึงความสำคัญของภาคการท่องเที่ยว รองลงมาคือการขนส่งทางอากาศ (สายการบิน) ที่ 7.4% และธุรกิจเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่ 6.2% ขณะที่บริการทางการเงินมีสัดส่วน 5.1% และโรงแรมรวมถึงที่พักประเภทเดียวกันอยู่ที่ 4.7% นอกจากนี้ เกมและพนันออนไลน์คิดเป็น 4.6% ส่วนการบริหารงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับภาษีและประกันสังคมอยู่ที่ 3.9% กิจกรรมสำนักงานและการสนับสนุนทางธุรกิจ 3.8% ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค 3.2% และร้านอาหารมีสัดส่วนต่ำสุดที่ 3% จะพบว่าอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวและการเดินทางมีบทบาทโดดเด่นมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ในชุดข้อมูลนี้

แนวโน้มและข้อมูลสำคัญของ E- Commerce ในสเปน
ธุรกรรมตามภูมิศาสตร์ (ไตรมาส 2/2025)
มูลค่าธุรกิจ E- Commerce จำแนกตามภูมิศาสตร์ (หน่วย:ล้านยูโร)

กราฟเส้นนี้แสดงแนวโน้มรายไตรมาสตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2020 ถึงไตรมาส 2 ปี 2025 โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกรรมที่ส่งออกไปต่างประเทศ (เส้นสีน้ำเงิน) จากต่างประเทศเข้าสเปน (เส้นสีส้ม) และภายในสเปน (เส้นสีเขียว) โดยภาพรวมทั้งสามเส้นมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว แม้จะมีความผันผวนในช่วงปี 2020–2021 อันเป็นผลจากสถานการณ์โควิด 19 หลังจากปี 2022 เป็นต้นมา การเติบโตเร่งตัวชัดเจน โดยเส้นธุรกรรมที่สเปนส่งออกไปต่างประเทศ มีมูลค่าสูงสุดและเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการขยายตัว เพิ่มขึ้นจากประมาณ 6,000 ล้านยูโร เป็นมากกว่า 15,000 ล้านยูโร ในช่วงปลายกราฟ ขณะที่มูลค่าธุรกิจ E- Commerce ภายในสเปนเติบโตอย่างสม่ำเสมอจากราว 3,800 ล้านยูโร เป็น 9,000 ล้านยูโร ส่วนจากต่างประเทศเข้าสเปน แม้จะหดตัวแรงในช่วงโควิด แต่ได้ฟื้นตัวต่อเนื่องจนเกิน 4,000 ล้านยูโร ในช่วงท้ายสะท้อนให้เห็นโครงสร้างการเติบโตที่พึ่งพากิจกรรมขาออกเป็นหลัก ควบคู่กับการฟื้นตัวของตลาดภายในประเทศและธุรกรรมขาเข้าในระยะหลัง.
จำนวนธุรกรรม E- Commerce แต่ละไตรมาส จำแนกตามภูมิศาสตร์

กราฟนี้แสดงพัฒนาการรายไตรมาสของจำนวนธุรกรรม E- Commerce จำแนกตามภูมิศาสตร์ โดย สีน้ำเงิน (Outbound) แทนธุรกรรมที่มีต้นทางจากสเปนยังต่างประเทศ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดในทุกไตรมาสและเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโต โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงปี 2023–2025 รองลงมาคือ สีเขียว ซึ่งแทนธุรกรรมการซื้อขายภายในประเทศสเปน มีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน แต่ยังคงมีขนาดเล็กกว่าสีน้ำเงิน ขณะที่ สีส้ม (Inbound) แทนธุรกรรมจากต่างประเทศเข้าสเปน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เล็กที่สุดตลอดช่วงเวลา แม้จะมีการขยายตัวบ้างแต่ไม่โดดเด่นเมื่อเทียบกับอีกสองส่วน เมื่อพิจารณาภาพรวมกราฟเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนการเติบโตของตลาด E- Commerce สเปน โดยมีธุรกรรมข้ามพรมแดนฝั่งขาออก (สีน้ำเงิน) เป็นองค์ประกอบหลักของโครงสร้างตลาด
หมวดธุรกิจที่มีสัดส่วนมูลค่า E- Commerce สูงสุดจากสเปนไปยังต่างประเทศ 10 อันดับ (ไตรมาส 2 ปี 2025/เปอร์เซนต์)

มูลค่าธุรกรรม E- Commerce ที่มีต้นทางจากสเปนและส่งไปยังต่างประเทศ มีมูลค่า 15,363 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 17.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า 94.5%ของธุรกรรมที่สเปนส่งออกไปต่างประเทศ ดำเนินการผ่านร้านค้าที่ตั้งอยู่ในสหภาพยุโรป จากกราฟแสดงผล หมวดธุรกิจที่มีมูลค่าการซื้อขายจากสเปนไปยังต่างประเทศสูงสุด ได้แก่ บริการทางการเงิน (9.4%) และเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย (9.3%)
ทั้งนี้ ยอดขาย E- Commerce จากต่างประเทศเข้าสเปนมีมูลค่ารวม 4,018 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 26.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ของปีก่อนหน้า(YoY) และ 60.6% ของการซื้อสินค้าจากต่างประเทศเข้าสเปนมีต้นทางมาจากประเทศในสหภาพยุโรป นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยว
(ซึ่งรวมถึงตัวแทนการท่องเที่ยว การขนส่งทางอากาศ การขนส่งทางบก การเช่ารถ และโรงแรม) มีสัดส่วนรวมกันถึง 65.6% ของการซื้อจากต่างประเทศเข้าสเปน
หมวดธุรกิจที่มีสัดส่วนมูลค่า E – Commerce สูงสุดภายในสเปน 10 อันดับ (ไตรมาส 2 ปี 2025, เปอร์เซ็นต์)

รายได้ E – Commerce ภายในประเทศสเปนเพิ่มขึ้น 30.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) คิดเป็นมูลค่า 8,965 ล้านยูโร ส่วนการบริหารราชการ ภาษี และประกันสังคม เป็นแหล่งรายได้หลักของ E – Commerce ภายในประเทศ โดยมีสัดส่วนสูงสุดที่ 11.0%

มูลค่าธุรกิจ E – Commerce จำแนกตามภูมิศาสตร์

จากกราฟวงกลมนี้ โครงสร้างสัดส่วนแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก โดยส่วนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ ธุรกรรมจากสเปนไปยังต่างประเทศ 56.5 เปอร์เซนต์ (Outbound) ซึ่งครองสัดส่วนมากกว่าครึ่งของทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าธุรกรรมขาออก เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาพรวม รองลงมาคือ ภายในสเปน 30.5 เปอร์เซนต์ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณเกือบหนึ่งในสาม แสดงถึงบทบาทของตลาดภายในประเทศที่ยังคงมีความสำคัญและช่วยพยุงการเติบโต ขณะที่กิจกรรม จากต่างประเทศเข้าสเปน 12.9 เปอร์เซนต์ (Inbound) มีสัดส่วนเล็กที่สุด บ่งชี้ว่าธุรกรรมจากภายนอกยังมีน้ำหนักน้อยเมื่อเทียบกับขาออกและกิจกรรมภายในประเทศ โดยรวมจึงเป็นโครงสร้างที่พึ่งพากิจกรรมระหว่างประเทศฝั่งขาออกเป็นหลัก.
จำนวนธุรกรรม E – Commerce จำแนกตามภูมิศาสตร์

กราฟวงกลมนี้แสดงสัดส่วนจำนวนธุรกรรม E – Commerce จำแนกตามภูมิศาสตร์ในไตรมาสที่ 1 ปี 2025 โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ธุรกรรมจากสเปนไปยังต่างประเทศ ภายในประเทศสเปน และการซื้อขายจากต่างประเทศเข้าสเปน จากข้อมูลพบว่า สัดส่วนสูงสุดคือธุรกรรมจากสเปนไปยังต่างประเทศ คิดเป็น 65.7% ของจำนวนธุรกรรมทั้งหมด สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคสเปนที่นิยมซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มและผู้ประกอบการต่างประเทศเป็นสำคัญ รองลงมาคือธุรกรรมภายในประเทศ คิดเป็น 29.4% แสดงถึงบทบาทของตลาดออนไลน์ภายในประเทศที่ยังคงมีความสำคัญ ขณะที่ธุรกรรมจากต่างประเทศเข้าสเปนมีสัดส่วนต่ำสุดเพียง 4.9% เท่านั้น ทั้งนี้ โครงสร้างดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าตลาด E- Commerce ของสเปนมีลักษณะพึ่งพาการซื้อข้ามพรมแดนฝั่งขาออกในด้านจำนวนธุรกรรมอย่างเด่นชัด
ในขณะเดียวกัน ดุลการค้าภายนอกสุทธิของ E- Commerce (ซึ่งหมายถึงส่วนต่างระหว่างการซื้อสินค้าจากต่างประเทศเข้าสเปนกับการซื้อสินค้าจากสเปนไปยังต่างประเทศ) มีสถานะขาดดุล 11,237 ล้านยูโร
เมื่อพิจารณาในมิติของจำนวนธุรกรรมเพิ่มเติม พบว่า 34.3% ของยอดขายมีปลายทางอยู่ภายในประเทศสเปน ขณะที่ 65.7%เป็นยอดขายของธุรกรรมจากสเปนไปยังต่างประเทศ ซึ่งตอกย้ำบทบาทสำคัญของธุรกรรม E- Commerce ข้ามพรมแดนต่อโครงสร้างตลาด E- Commerce ของสเปน
มูลค่าการซื้อขาย E- Commerce จากสเปนไปต่างประเทศ จำแนกตามพื้นที่ภูมิศาสตร์

กราฟวงกลมนี้แสดงการกระจายตัวของมูลค่าธุรกิจ E- Commerce ธุรกรรมจากสเปนไปยังต่างประเทศ จำแนกตามภูมิภาคในไตรมาสที่ 1 ปี 2025 จากข้อมูลพบว่า สหภาพยุโรปมีสัดส่วนสูงสุด คิดเป็น 94.2% ของมูลค่ารวม สะท้อนให้เห็นว่าการค้า E- Commerce ข้ามพรมแดนของสเปนพึ่งพาตลาดในสหภาพยุโรปเป็นหลัก รองลงมาได้แก่ สหราชอาณาจักร 2.0% และสหรัฐอเมริกา 1.4% ขณะที่ภูมิภาคอื่นมีสัดส่วนค่อนข้างจำกัด ได้แก่ เอเชียแปซิฟิก 0.9% กลุ่มประเทศ C.E.M.E.A[1]. 0.9% ลาตินอเมริกา 0.3% และอื่น ๆ 0.3% โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมโยงทางการค้า ด้านโลจิสติกส์ และกฎระเบียบภายในสหภาพยุโรปที่เอื้อต่อการซื้อขายออนไลน์ระหว่างกันมากกว่าภูมิภาคอื่น ซึ่งมูลค่าธุรกรรม E- Commerce ที่มีต้นทางจากสเปนและส่งไปยังต่างประเทศ อยู่ที่ 14,562 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 14.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ของปีก่อนหน้า (YoY)
การกระจายตัวของมูลค่าธุรกิจ E- Commerce จากต่างประเทศเข้าสเปน จำแนกตามภูมิภาค

หมวดธุรกิจที่มีมูลค่าการซื้อขายจากสเปนไปยังต่างประเทศสูงสุด ได้แก่ บริการสนับสนุนตัวกลางทางการเงิน (10.1%) และ เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย (8.7%) ในขณะเดียวกัน ยอดขาย E- Commerce จากต่างประเทศเข้าสเปนมีมูลค่ารวม 3,325 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 21.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ของปีก่อนหน้า โดย 62.7% ของการซื้อดังกล่าวมีต้นทางมาจากประเทศในสหภาพยุโรป
นอกจากนี้ กลุ่มกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยว (ซึ่งรวมถึงตัวแทนการท่องเที่ยว การขนส่งทางอากาศ การขนส่งทางบก การเช่ารถ และโรงแรม) คิดเป็นสัดส่วนรวม 63.6% ของการซื้อสินค้าจากต่างประเทศเข้าสเปน
รายได้ E- Commerce ภายในประเทศสเปนเพิ่มขึ้น 23.8% เมื่อเทียบรายปี (YoY) อยู่ที่มูลค่า 7,866 ล้านยูโร โดยหมวด การบริหารราชการ ภาษี และประกันสังคม เป็นแหล่งรายได้หลัก คิดเป็นสัดส่วน 7.4%
แพลตฟอร์มออนไลน์ของสเปนในส่วนของการซื้อขายออนไลน์ แพลตฟอร์มที่มีจำนวนการเข้าชมต่อเดือนสูงสุด ปี 2025 ดังนี้

การวิเคราะห์ตามรูปแบบธุรกิจ (B2B/B2C)

การขยายตัวของธุรกิจ E- Commerce แบบ B2B ได้ก้าวผ่านระยะทดลองตลาดแล้ว ขณะที่ธุรกิจแบบ B2C ยังคงครองสัดส่วนรายได้หลักของตลาด E- Commerce สเปนในปี 2025 ที่ 85.42% การครองตลาดของ B2C สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่เติบโตอย่างเต็มที่และมีความต่อเนื่อง
ปัจจุบัน ธุรกรรม B2B กำลังเติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR[1]) อยู่ที่ 34.2% ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตโดยรวมของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ คาดว่ามูลค่าตลาด
E- Commerce B2B ของสเปนจะทะลุ 53.87 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2031โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการจัดซื้อ (procurement portals) และระบบการชำระเงินแบบบูรณาการ (Integrated Payments)[1]
การนำชุดเครื่องมือดิจิทัลมาใช้ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มีบทบาทสำคัญในการขยายบัญชีรายการสินค้าและบริการของผู้จัดจำหน่าย และเปลี่ยนกระบวนการออกใบแจ้งหนี้สู่ระบบดิจิทัล
ความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้นช่วยลดระยะเวลาการชำระเงิน และบรรเทาภาระด้านเงินทุนหมุนเวียน
ในขณะเดียวกัน บริษัทขนาดใหญ่ได้นำแพลตฟอร์มตลาดส่วนตัว (private marketplaces) มาใช้เพื่อรวมศูนย์การจัดซื้อ ส่งผลให้เกิดกระแสข้อมูลที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์โดยผู้ให้บริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูล
แนวโน้วการค้าปลีกและพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์
ภาพรวมพฤติกรรมผู้บริโภคออนไลน์ในสเปน (Clicks, Carts & Conversions)
80% 🔺 ซื้อสินค้าในช่วง Black Friday (ผู้ซื้อชาวสเปนตอบรับโปรโมชั่นแรงช่วงปลายปี)
73% 🔺 ให้ความสำคัญกับ ความยั่งยืน (Sustainability) ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมมีผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างชัดเจน
67% 🔺 ซื้อสินค้าจากร้านค้าออนไลน์ในต่างประเทศ ตลาดสเปนเปิดรับการซื้อข้ามประเทศ (Cross-border) สูง
50% 🔻 ซื้อสินค้าผ่านโซเชียลมีเดียโดยตรง Social Commerce ยังเติบโตได้อีก
44% 🔻 นิยมซื้อสินค้ามือสอง สินค้าที่นำกลับมาใช้ใหม่ (รีไซเคิล) ผ่านช่องทางออนไลน์ ตลาดสินค้ามือสองยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับบางประเทศในยุโรป
33% 🔻 นิยมสมัครสมาชิกออนไลน์
วิธีการชำระเงินยอดนิยมของผู้บริโภคสเปน
ผู้บริโภคออนไลน์ในสเปนยังคงนิยมการชำระเงินที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย โดยมีรูปแบบการชำระเงินหลักดังนี้
บัตรเครดิต/บัตรเดบิต 93%
Digital Wallet 76%
Buy Now, Pay Later (ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง) 44%
การซื้อสินค้าข้ามประเทศ (Cross-border)
67% ของผู้บริโภคในสเปนซื้อสินค้าจากร้านค้าออนไลน์ในต่างประเทศ และในจำนวนนี้ 27% ซื้ออย่างน้อยเดือนละครั้ง ตัวเลขดังกล่าวสูงขึ้นในบางกลุ่ม โดย
45% ในกลุ่มผู้บริโภคแบบสมัครสมาชิก (Subscription shoppers)
35% ในกลุ่ม Gen Z สะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่และกลุ่มที่คุ้นเคยกับการซื้อออนไลน์เป็นประจำ มีแนวโน้มเปิดรับการซื้อข้ามประเทศมากกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดโดยรวม
ประเทศยอดนิยมที่ชาวสเปนนิยมซื้อสินค้าทางออนไลน์: จีน 58% , สหราชอาณาจักร 31%สหรัฐอเมริกา 38%, ฝรั่งเศส 27% และ เยอรมนี 27% ก็เป็นตลาดสำคัญ เหตุผลหลักที่ชาวสเปนเลือกซื้อจากประเทศเหล่านี้คือราคาที่ถูก แต่อุปสรรคหลัก คือ ค่าจัดส่งสูง และ
ระยะเวลาจัดส่งนาน
ความยั่งยืน (Sustainability) กับพฤติกรรมผู้บริโภคสเปน
ผู้บริโภคออนไลน์ในสเปนให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน โดย 73% ระบุว่าความยั่งยืนมีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า และ 51% เชื่อว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า ประเด็นนี้จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น นอกจากนี้ 57% ต้องการทราบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการจัดส่งสินค้า ขณะที่ 29% พร้อมเข้าร่วมแคมเปญรีไซเคิลหรือโครงการรับซื้อคืนสินค้าจากร้านค้า สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจที่มีความโปร่งใสและใส่ใจสิ่งแวดล้อมจะได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดสเปน
คือประสบการณ์ด้านการจัดส่งและการคืนสินค้า โดย 84% ระบุว่า หากไม่มีตัวเลือกการจัดส่งที่ต้องการ จะตัดสินใจไม่ซื้อ ขณะที่ 82% ให้เหตุผลเดียวกันในกรณีที่ไม่มีตัวเลือกการคืนสินค้าที่เหมาะสม นอกจากนี้ ค่าจัดส่งที่สูง และการต้องจ่ายค่าคืนสินค้า ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าทิ้งตะกร้า สะท้อนว่าความยืดหยุ่น ความชัดเจนด้านค่าใช้จ่าย และความสะดวกในการคืนสินค้า เป็นหัวใจสำคัญในการปิดการขายในตลาดสเปน
ผู้บริโภคออนไลน์ในสเปนกว่า 58% เคยมีประสบการณ์คืนสินค้า โดยสาเหตุหลักมาจากคุณภาพสินค้าไม่เป็นไปตามคาดหมาย ขนาดสินค้าไม่พอดี สินค้าเสียหายระหว่างขนส่ง สินค้าไม่ตรงกับภาพโฆษณา หรือสินค้าไม่เหมาะกับตนเอง ด้านรูปแบบการคืนสินค้า 51% นิยมคืนผ่านจุดรับพัสดุ (Parcel Shop) ขณะที่ 35% ชอบให้ผู้ให้บริการมารับสินค้าคืนที่บ้าน สะท้อนว่าความสะดวกและความยืดหยุ่นในกระบวนการคืนสินค้าเป็นปัจจัยสำคัญต่อประสบการณ์ลูกค้าในตลาดสเปน
สินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ในสเปน ได้แก่ เสื้อผ้า (62%) ซึ่งเป็นหมวดหมู่ที่มีสัดส่วนสูงที่สุด รองลงมาคือหนังสือ (48%) และรองเท้า (46%) นอกจากนี้ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงอุปกรณ์กีฬาและงานอดิเรก ก็เป็นหมวดหมู่สำคัญที่ผู้บริโภคเลือกซื้อผ่านออนไลน์เช่นกัน สะท้อนให้เห็นว่าตลาด E- Commerce ของสเปนครอบคลุมทั้งสินค้าแฟชั่น สินค้าเพื่อการเรียนรู้ และสินค้าไลฟ์สไตล์อย่างหลากหลาย
51% ของผู้บริโภคชาวสเปนระบุว่า ความยั่งยืนจะมีความสำคัญต่อพวกเขามากยิ่งขึ้นในอีกห้าปีข้างหน้า สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบของแบรนด์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ 79% ของผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z และ 76% ของกลุ่ม Baby Boomers ในสเปน ระบุว่าความยั่งยืนเป็นเรื่องสำคัญสำหรับพวกเขา เมื่อเทียบกับ 70% ของกลุ่ม Millennials และ 68% ของกลุ่ม Gen X สะท้อนให้เห็นว่าความใส่ใจต่อประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมีอยู่ในทุกช่วงวัย แต่มีระดับความสำคัญแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละกลุ่มคนตามช่วงปีเกิดและยุคสมัยทางสังคม โดยมีเหตุการณ์สำคัญ เทคโนโลยี และวัฒนธรรมร่วมกันเป็นตัวกำหนด
ช่องทางการซื้อขายออนไลน์ของสเปน
ผู้บริโภคออนไลน์ในสเปนนิยมซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มหลักดังต่อไปนี้ โดย Amazon ครองอันดับหนึ่งที่ 87% สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของ Marketplace ระดับโลกในตลาดสเปน รองลงมาคือ Shein ที่ 45% ซึ่งได้รับความนิยมสูงโดยเฉพาะในกลุ่มแฟชั่นและกลุ่มวัยรุ่น ขณะที่ Alibaba / AliExpress อยู่ที่ 39% และ El Corte Inglés อยู่ที่ 38% แสดงให้เห็นว่าทั้งแพลตฟอร์มระดับสากลและผู้ค้าปลีกท้องถิ่นรายใหญ่ อย่างเช่น El Corte Inglés ยังคงมีบทบาทสำคัญในพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคสเปน
ลำดั สินค้าที่นิยมซื้อออนไลน์ : สินค้าในประเทศกับสินค้าจากต่างประเทศ
สินค้าในประเทศ
ลำดับ | ประเภทสินค้า | แบรนด์ที่ได้รับนิยม |
1 | แฟชั่น เครื่องแต่งกาย | Zara, Mango, Sfera |
2 | อิเล็กทรอนิกส์ /มีเดีย | Pccomponentes, MediaMarkt |
3 | อาหาร / Personal care | Mercadona, El Corte Ingles |
4 | ของเล่น hobby สันทนาการ | Poly |
5 | เฟอร์นิเจอร์ ของใช้ในบ้าน | Zara Home, El Corte Ingles |
สินค้าจากต่างประเทศ
ลำดับ | ประเภทสินค้า | แบรนด์ที่ได้รับความนิยม |
1 | การท่องเที่ยว อาทิ จองโรงแรม บัตรโดยสารเครื่องบิน รถไฟ รถเช่า ฯลฯ | Booking.com, Expedia, Viator, Travelloca, orbitz.com, EUrail, Airbnb.com, Omio |
2 | เสื้อผ้าและแฟชั่น | Privalia, Zalada, Net-a-Porter |
3 | สินค้าเทคโนโลยี (โทรศัพท์มือถิอ gadget) | eBay, Amazon, Samsung, Apple, Huawei |
4 | สันทนาการ (หนังสือ เพลง) | Amazon, eBay |
แนวโน้มด้านการใช้เทคโนโลยีใหม่ในตลาด E – Commerce เปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ AI และระบบอัตโนมัติ จะกำหนดอนาคตในตลาดสเปน
ตลาดค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซของสเปนกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จากข้อมูลของ ONTSI ในปี 2025 มูลค่าอีคอมเมิร์ซของสเปนมีรายได้ต่อปีมากกว่า 90,000 ล้านยูโร และยังคงเติบโตในระดับเลขสองหลักอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการผสานช่องทางออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงไม่ใช่เพียงตัวเลขการเติบโต แต่คือ “วิธีการแข่งขัน” ของธุรกิจ เทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังปรับโฉมโมเดลธุรกิจ การบริหารโลจิสติกส์ และความสัมพันธ์กับผู้ซื้อ ปี 2026 จะเป็นปีที่ผู้ค้าปลีกสเปนเร่งเสริมความแข็งแกร่งด้านประสิทธิภาพ โดยใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลางของการตัดสินใจ นี่คือแนวโน้มสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของการซื้อขายออนไลน์ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการซื้อสินค้า
Omnichannel: ลูกค้าซื้อได้ทุกที่ ทุกเวลา

Omnichannel ไม่ใช่เพียงกลยุทธ์ทางการตลาดอีกต่อไป แต่เป็น “ความจำเป็นในทางปฏิบัติ” สำหรับผู้ค้าปลีกที่ต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันในยุคดิจิทัล ซึ่งในปัจจุบัน เส้นแบ่งระหว่างร้านค้าหน้าร้านและช่องทางออนไลน์แทบจะเลือนหายไป ผู้บริโภคคาดหวังประสบการณ์การซื้อที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อผ่านออนไลน์แล้วไปรับสินค้าที่ร้าน (Click & Collect) หรือการซื้อที่ร้านแล้วคืนสินค้าผ่านผู้ให้บริการขนส่ง ทุกขั้นตอนต้องสะดวก รวดเร็ว และไม่มีอุปสรรค
ข้อมูลจาก Adigital[1]ระบุว่า มากกว่า 70% ของผู้ซื้อออนไลน์ในสเปนใช้หลายช่องทางในระหว่างกระบวนการตัดสินใจซื้อ ซึ่งสะท้อนว่าพฤติกรรมผู้บริโภคมีความซับซ้อนและเคลื่อนที่ระหว่างแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง
การรองรับพฤติกรรมนี้จำเป็นต้องมี:
การบริหารสินค้าคงคลังแบบรวมศูนย์
การมองเห็นข้อมูลสต็อกแบบเรียลไทม์ในทุกช่องทาง
ระบบพยากรณ์และวางแผนความต้องการแบบอัตโนมัติ
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการพยากรณ์เชิงคาดการณ์: ความได้เปรียบในการแข่งขันใหม่
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในธุรกิจค้าปลีกของสเปน โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านการตลาดหรือการบริการลูกค้าอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นเครื่องมือหลักในการวางแผนและพยากรณ์ความต้องการสินค้าอย่างแม่นยำ
โมเดลที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถคาดการณ์แนวโน้มความต้องการของสินค้าได้ล่วงหน้าหลายสัปดาห์ ปรับการคาดการณ์ตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น โปรโมชั่น หรือพฤติกรรมการค้นหาของผู้บริโภค และยังสามารถกำหนดนโยบายการจัดซื้อและการเติมสินค้าโดยอัตโนมัติ ช่วยลดความเสี่ยงจากสินค้าขาดสต็อกหรือสินค้าล้นคลัง ปี 2026 และในอนาคตข้างหน้า AI จะไม่ใช่เพียงนวัตกรรมที่สร้างความแตกต่าง แต่จะกลายเป็นมาตรฐานสำคัญของอุตสาหกรรมค้าปลีก และเป็นหัวใจของความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาด E- Commerce
กลยุทธ์การทำประชาสัมพันธ์/โปรโมทสินค้าที่นิยม 5 อันดับแรก (Marketing & Promotion Activities)
ใช้ คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มโอกาสให้สินค้าปรากฏในการค้นหา
รายละเอียดสินค้าชัดเจนและครบถ้วน เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจคุณสมบัติและข้อดี
การลงทุนใน ภาพถ่ายสินค้าคุณภาพสูง เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า
ใช้ เครื่องมือการตลาดของ Marketplace เช่น โฆษณาแบบเสียเงิน โปรโมชั่น และส่วนลด
กระตุ้นให้ลูกค้าให้ รีวิวสินค้า เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
ช่องทางการขนส่งสินค้า (E-Logistics)
การไปรษณีย์สเปน (Correos)
บริษัท Courier นานาชาติ อาทิ DHL Express, GLS, FedEx, UPS, SEUR
บริษัท Courier ของสเปน อาทิ NACEX, MRW, RIS
ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าแบบ Cross Border E-Commerce
สินค้าที่สั่งซื้อออนไลน์ในราคาไม่เกิน 150 ยูโร ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป การสั่งซื้อสินค้าผ่าน Marketplace จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมศุลกากรแบบเหมาจ่าย 3 ยูโร ต่อ 1 ประเภทสินค้าในพัสดุ[2]
กรณีสินค้านำเข้าจากประเทศในสหภาพยุโรป ได้รับการยกเว้น VAT
หน่วยงาน Agencia Tributaria กำกับดูแลด้านภาษี
ข้อสังเกต/ข้อควรระวังในการทำการค้าออนไลน์ (Things to Knows)
ผู้บริโภคในสเปน ให้ความสำคัญอย่างมากกับความปลอดภัยไซเบอร์ โดยผู้ขายต้องสร้างความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ให้กับผู้ซื้อ
ปัญหาด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดนในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบในทะเลแดง
ข้อจำกัดด้านภาษาในการสื่อสาร รวมถึงวัฒนธรรม และมุมมองที่ต่างกับชาวเอเชีย จึงควรมีระบบ Customer service หรือ Customer support desk ที่พร้อมสร้างความเข้าใจและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
สินค้าต้องห้ามหรือสินค้าที่อยู่ในรายการควบคุมของทางการสเปน
กฎหมาย กฎระเบียบและภาษีการประกอบธุรกิจออนไลน์ (Legal Framework, Regulations, Tax)
กฎหมายว่าด้วยการค้าออนไลน์ Nuevo Capítulo VIII del Título IX de la Ley 37/1992 (28 ธันวาคม)
กฎหมายว่าด้วยการปกป้องสิทธิ์ของผู้บริโภคสินค้า/บริการออนไลน์ (Law of Services of the Information Society and Electronic Commerce: LSSICE) ซึ่งรวมถึงการให้ข้อมูลที่ถูกต้องของสินค้า การชำระเงิน การส่งคืน และการบริการที่เกี่ยวเนื่อง
กฎหมายว่าด้วยความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจออนไลน์ (General Law for the Defense of Consumers and Users : LGDCU)
กฎหมายว่าด้วยการค้าปลีกออนไลน์ (Retail Trade Ordinance Law) ซึ่งรวมถึงการเก็บ VAT กฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการค้าออนไลน์ของสหภาพยุโรปฉบับใหม่สำหรับร้านค้าออนไลน์ในปี 2026 โดยอิงตามกฏหมาย 2017/2455 และ 2019/1995[3]
กฎหมายรองรับ EU Directive 1999/93/CE ว่าด้วยลายเซนต์อิเล็กทรอนิกส์
กฏหมายด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
LOPD (Organic Law on Data Protection) Law 15/1999
Information Society Services Law (LSSI) Law 34/2002 การให้ข้อมูลของสินค้าและบริการบนหน้าเว็บไซต์
กฎระเบียบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ในการพาณิชย์อิเล็คทรอสิกส์ของสเปน ผู้บริโภคจะต้องชำระค่าธรรมเนียมและภาษีที่เกี่ยวข้อง 2 ประเภท คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 22 และ ค่าธรรมเนียมการนำเข้า
ในส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น รัฐบาลสเปนได้ออกประกาศตั้งแต่กรกฎาคม 2564 ว่าสินค้าจากนอกสหภาพยุโรปที่มีมูลค่าต่ำกว่า 22 ยูโร ซึ่งถูกส่งเข้ามายังสเปนจะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่หากสูงกว่า 22 ยูโร จะมีการคำนวณภาษีในอัตราแปรผันตามมูลค่าของสินค้า
บริษัทที่ตั้งในสหภาพยุโรป และมีมูลค่าการค้าออนไลน์มายังสเปนมากกว่า 35,000 ยูโร ต่อปี สามารถชำระ VAT ตามอัตราของสเปน หรือเลือกชำระตามอัตราของประเทศที่บริษัทตั้งอยู่ ภายในวงเงินไม่เกิน 35,000 ยูโร และส่วนที่เกินจาก 35,000 ยูโร ชำระ VAT ตามอัตราของสเปนเป็นเวลา 2 ปี
กรณีที่ผู้ขายเป็นบริษัทจัดตั้งอยู่ในสหภาพยุโรป ส่งสินค้ามาให้ผู้ประกอบการในสเปน และโดยที่ทั้งสองฝ่าย ลงทะเบียน VIES-registered จะได้รับการยกเว้น VAT
ในส่วนค่าธรรมเนียมการนำเข้า หากสินค้ามีมูลค่าต่ำกว่า 150 ยูโร จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการนำเข้า แต่หากสินค้ามีมูลค่าเกิน 150 ยูโร (ทั้งที่ตั้งอยู่ใน หรือนอกสหภาพยุโรป) ต้องชำระค่าธรรมเนียมศุลกากร (arancel) ในอัตราตั้งแต่ร้อยละ 0-17 ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า
พระราชกฤษฎีกา 1619/2012 วันที่ 30 พฤศจิกายน ว่าด้วยกฎระเบียบว่าด้วยการออกใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ (e-invoice)
พระราชกฤษฎีกา 16/11/2007 ด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค
กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูล (Data Protection: LOPD) ซึ่งรวมถึงการลงทะเบียเว็บไซต์ และการเก็บข้อมูลของผู้บริโภค
ระเบียบด้านการคุ้มครองข้อมูลของสหภาพยุโรป (European Data Protection Regulation: RGPD)
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กระทรวงเศรษฐกิจและธุรกิจ (Ministry of Economy and Enterprises) ภายใต้การกำกับดูแลของ Secretary of State of Digital Advance
เว็บไซต์ www.mineco.gob.es
National Commission for the Markets and Competences (CNMC) ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาล รับผิดชอบด้านการส่งเสริมการประกอบธุรกิจ และปกป้องธุรกิจและผู้บริโภค
เว็บไซต์www.cnmc.es
Agencia Tributaria หน่วยงานจัดเก็บภาษี
เว็บไซต์ www.agenciatributaria.gob.es
Centro Nacional de Protección de las Infraestructuras Críticas (CNPIC) ความปลอดภัยทางไซเบอร์
เว็บไซต์ www.csirt.es
Confederación Española de Comercio (CEC) – สมาคมการค้าของสเปนที่ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการค้าปลีกและออนไลน์
Red.es – องค์กรที่สนับสนุนการพัฒนาธุรกิจดิจิทัลและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในสเปน
ข้อคิดเห็นของสำนักงาน
โอกาสของสินค้าไทย |
|
สินค้าที่มีศักยภาพหรือตัวอย่างกรณีศึกษาสินค้าไทย |
|
การเตรียมตัวของผู้ประกอบการไทย |
|
กลยุทธ์แนะนำสำหรับผู้ประกอบการไทยเจาะตลาดออนไลน์
|
|
กลยุทธ์แนะนำสำหรับภาครัฐในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเจาะตลาดออนไลน์ |
|
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด
มีนาคม 2569
ที่มา :
- DHL E- Commerce
- https://www.linkedin.com/pulse/omnichannel-retail-e-commerce-dr-j-udhaya-kumar/
- Adigital (Asociación Española de la Economía Digital)/ สมาคมเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งสเปน
- https://okasesores.es/nueva-ley-iva-tiendas-online-2026-ecommerce-ue/
- https://sede.agenciatributaria.gob.es/Sede/aduanas/comercio-electronico-pipe-envios-particulares/compras-internet-envios-particulares.html#:~:text=Cerrar-,Env%C3%ADos%20por%20un%20valor%20de%20m%C3%A1s%20de%20150%20euros,gestiones%20de%20esta%20misma%20p%C3%A1gina.