fb
การปรับขึ้นภาษี GST ถ่านหินในอินเดียและผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม

การปรับขึ้นภาษี GST ถ่านหินในอินเดียและผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม

โดย
Lawrence
ลงเมื่อ 10 กันยายน 2568 11:06
สคต. ณ เมืองเจนไน (อินเดีย) (TTC, Chennai (India))
67

รัฐบาลอินเดียได้ประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีสินค้าและบริการ (GST) สำหรับถ่านหินจากร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 18 พร้อมยกเลิกการจัดเก็บ Compensation Cess ที่ 400 รูปีต่อตัน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2568 เป็นต้นไป มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขโครงสร้างภาษี ลดปัญหาการสะสมของเครดิตภาษี (Input Tax Credit: ITC) ที่ไม่สมดุล ช่วยให้ระบบภาษีเกิดความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ก่อนหน้านี้รัฐบาลอินเดียได้จัดเก็บภาษีถ่านหินในอัตราร้อยละ 5 แต่สำหรับภาคบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น การทำเหมืองแร่และการขนส่ง กลับต้องเสียภาษี GST ในอัตราร้อยละ 18 ส่งผลให้เกิด Inverted Duty Structure อันเป็นสาเหตุให้ภาคอุตสาหกรรมไม่สามารถใช้สิทธิขอคืนภาษีได้เต็มที่ และต้องแบกรับภาระทางการเงินบางส่วน การยกเลิก Compensation Cess และการปรับขึ้นอัตรา GST ครั้งนี้ จึงเป็นการปฏิรูประบบภาษีที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรอุตสาหกรรมภายในประเทศ ได้แก่ The Associated Chambers of Commerce and Industry of India (ASSOCHAM) และ Federation of Indian Chambers of Commerce and Industry (FICCI) ซึ่งได้เสนอข้อเรียกร้องดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2567

ตารางเปรียบเทียบภาระภาษีถ่านหิน (ตัวอย่าง: ราคาถ่านหิน 3,500 รูปี/ตัน)

        รายการ                    ก่อนปรับโครงสร้าง (GST 5% + Cess 400 รูปี)                 หลังการปรับโครงสร้าง (GST 18%)

ราคาถ่านหิน (ฐานราคา)                             3,500 รูปีอินเดีย                                                   3,500 รูปีอินเดีย

GST                                          175 รูปีอินเดีย (5% ของ 3,500)                               630 รูปีอินเดีย (18% ของ 3,500)

Compensation Cess                               400 รูปีอินเดีย                                                            –

รวมภาระภาษี                                          575 รูปีอินเดีย                                                       630 รูปีอินเดีย

ราคาสุทธิที่ต้องชำระ                               4,075 รูปีอินเดีย/ตัน                                               4,130 รูปีอินเดีย/ตัน

หมายเหตุ: แม้ว่าภาระภาษีรวมจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่การยกเลิก Compensation Cess ซึ่งไม่สามารถใช้สิทธิขอคืนภาษีได้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้ระบบ GST เช่น อุตสาหกรรมซีเมนต์และเหล็ก สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นภาษีดังกล่าวอาจส่งผลกระทบแตกต่างกันในแต่ละภาคอุตสาหกรรม โดยภาคการผลิตไฟฟ้ามีแนวโน้มที่จะเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น เนื่องจากไฟฟ้าได้รับการยกเว้นจากการจัดเก็บ GST ผู้ผลิตไฟฟ้าจึงไม่สามารถใช้สิทธิในการขอคืนภาษีจากการซื้อถ่านหินได้ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตอาจเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5–1 ต่อหน่วย และมีความเป็นไปได้ที่จะส่งผลต่อค่าไฟฟ้า แม้การปรับขึ้นค่าไฟจะเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองก็ตาม

ขณะที่อุตสาหกรรมซีเมนต์และเหล็กกลับได้รับประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสามารถใช้สิทธิขอคืนภาษีได้เต็มรูปแบบ โดยคาดว่าจะส่งผลบวกต่อโครงการลงทุนในภาคก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานของอินเดียในระยะถัดไป

แม้จะยังไม่ได้มีการระบุชัดเจนว่า อัตราภาษีที่ปรับขึ้นนี้จะบังคับใช้กับถ่านหินนำเข้าด้วยหรือไม่ แต่ในทางปฏิบัติที่ผ่านมา อินเดียกำหนดอัตราภาษีสำหรับถ่านหินนำเข้าและถ่านหินในประเทศเท่ากันมาโดยตลอด นอกจากนี้ การปรับขึ้นอัตราภาษีถ่านหินครั้งนี้เป็นเสมือนแรงจูงใจทางอ้อมในการสนับสนุนการลงทุนพลังงานหมุนเวียน โดยอินเดียมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเป็นร้อยละ 50 ของการผลิตพลังงานทั้งหมดภายในปี 2573 และบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 การทำให้ต้นทุนถ่านหินสูงขึ้นเล็กน้อยจึงอาจมีส่วนช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระยะยาว

ทั้งนี้ การปรับขึ้นอัตราภาษีถ่านหิน ถือเป็นส่วนหนึ่งในปฏิรูประบบภาษี GST เพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างภาษีที่ซับซ้อน (inverted duty structure) ซึ่งส่งผลในทิศทางบวกต่อหลายอุตสาหกรรม เช่น ไฟฟ้า ปุ๋ย ก่อสร้าง สิ่งทอ เป็นต้น สำหรับตัวอย่างสินค้าอื่นๆ ที่มีการปรับอัตราภาษี ได้แก่

ซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง (Cement & Construction Materials) มีมติปรับลดอัตราภาษีซีเมนต์จากร้อยละ 28 เหลือร้อยละ 18 และลดอัตราภาษีวัสดุก่อสร้างบางประเภท เช่น หินอ่อน หินแกรนิต และอิฐมวลเบา จากร้อยละ 12 เหลือร้อยละ 5 คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนก่อสร้างลงร้อยละ 3–5 โดยเฉพาะในโครงการที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยา (affordable housing) ซึ่งเผชิญภาวะยอดขายลดลงในช่วงปี 2562–2567

เคมีภัณฑ์และปุ๋ย (Chemicals & Fertilisers) โดยอัตราภาษีสำหรับเคมีภัณฑ์สำคัญ เช่น กรดซัลฟิวริก กรดไนตริก และแอมโมเนีย ถูกปรับลดจากร้อยละ 18 เหลือร้อยละ 5 เพื่อแก้ไขปัญหา inverted duty structure ที่ทำให้ต้นทุนการผลิตปุ๋ยสูงขึ้นในอดีต มาตรการนี้จะช่วยลดต้นทุนปุ๋ยและบรรเทาภาระของเกษตรกร รวมถึงช่วยลดปัญหาสภาพคล่องของผู้ผลิตปุ๋ยที่เกิดจากการติดค้างของ ITC

เส้นใยสังเคราะห์และสิ่งทอ (Man-made Fibres & Textiles) มีการปรับลดอัตราภาษีเส้นใยสังเคราะห์ เช่น โพลีเอสเตอร์ จากร้อยละ 18 เหลือร้อยละ 5 ขณะที่อัตราภาษีเส้นด้ายสังเคราะห์ลดจากร้อยละ 12 เหลือร้อยละ 5 ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสิ่งทอสังเคราะห์ของอินเดีย และสนับสนุนศักยภาพการส่งออก

ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

เนื่องจากรัฐบาลอินเดียมักมีการออกประกาศใหม่อยู่เสมอ เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ รวมถึงกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ ดังนั้น การติดตามความเคลื่อนไหวด้านการออกกฎระเบียบและโครงสร้างภาษีของอินเดียอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถวางแผนการขยายตลาดในอินเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับระเบียบที่ปรับปรุงใหม่ การเตรียมแผนปรับทิศทางการเข้าสู่ตลาดเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน หรือการเตรียมลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการออกระเบียบใหม่

โดยในการปรับขึ้นอัตราภาษี GST ถ่านหินครั้งนี้ อาจเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ประกอบการไทยในกลุ่มธุรกิจก่อสร้างที่จะส่งออกวัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร และอุปกรณ์วิศวกรรมจากไทยไปอินเดีย หรือพิจารณาร่วมลงทุนกับพันธมิตรในอินเดียโดยใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ของไทยในการผลิต และใช้วัตถุดิบในอินเดีย หรือใช้วัตถุดิบนำเข้าบางส่วนจากไทยสำหรับผลิตและจำหน่ายในอินเดีย เพื่อลดต้นทุนในการผลิต รวมถึงผู้ประกอบการไทยในกลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานสะอาดอาจพิจารณาแสวงหาความร่วมมือในด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดกับพันธมิตรทางธุรกิจในอินเดียในช่วงที่อินเดียกำลังจะเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านจากการใช้ถ่านหินสู่พลังงาน

 

แหล่งอ้างอิง

1. India raises GST on coal to 18%; removes compensation cess, S&P Global Commodity Insights, September 3, 2025.

2Beyond consumer goods, GST Council extends relief to key industrial inputs — from coal and cement to chemicals and fibres, The Indian Express , September 6, 2025.

3. Higher GST on coal may benefit steel, cement sectors; power costs likely to go up slightly, BusinessLine, September 6, 2025.

 

Weekly News Page 8 - 12 SEP 25 _1.pdf
Share :
Instagram