fb
กัมพูชาคุมเข้มตลาดน้ำมัน ป้องกันการฝ่าฝืนกฎระเบียบ

กัมพูชาคุมเข้มตลาดน้ำมัน ป้องกันการฝ่าฝืนกฎระเบียบ

โดย
Nirawat
ลงเมื่อ 13 มีนาคม 2569 09:52
สคต. ณ กรุงพนมเปญ (กัมพูชา) (TTC, Phnom Penh (Cambodia))
2

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาดพลังงานโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในขณะนี้ รัฐบาลกัมพูชาระบุว่าจะการบังคับใช้กฎระเบียบด้านเชื้อเพลิงอย่างเข้มงวด มีความสำคัญต่อการรักษาเสถียรภาพของตลาด ควบคู่ไปกับการคุ้มครองผู้บริโภค

กระทรวงพาณิชย์กัมพูชา ได้ออกคำสั่งให้ผู้จัดจำหน่ายน้ำมัน สถานีบริการน้ำมัน และคลังน้ำมันทั่วประเทศ ปฏิบัติตามกฎระเบียบการซื้อขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอย่างเคร่งครัด เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทานและป้องกันการกำหนดราคาที่ไม่เป็นธรรม

ประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากรัฐบาล ปรับราคาขายปลีกน้ำมันรอบใหม่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม2569 ที่ผ่านมา โดยน้ำมันเบนซินเพิ่มเป็น 4,400 เรียลต่อลิตร (ประมาณ 1.10 ดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 14.2% จาก 3,850 เรียลต่อลิตร ขณะที่ดีเซลเพิ่มเป็น 5,150 เรียลต่อลิตร (ประมาณ 1.28 ดอลลาร์สหรัฐ)

เจ้าหน้าที่ของกระทรวงฯ เตือนว่า ราคาน้ำมันในประเทศอาจปรับเพิ่มขึ้นอีก หากความตึงเครียดในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งกระทบต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญที่รองรับราว 20% ของปริมาณน้ำมันโลก ทั้งนี้ หากการขนส่งผ่านช่องแคบดังกล่าวหยุดชะงัก ราคาน้ำมันในกัมพูชาอาจเพิ่มขึ้นอีก ประมาณ 5–20% ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า

กระทรวงพาณิชย์ยังสั่งให้ผู้ประกอบการสถานีให้บริการน้ำมัน ปฏิบัติตามมาตรฐานการบริหารจัดการเชื้อเพลิงและการขายปลีกอย่างเคร่งครัด โดยต้องจำหน่ายน้ำมันตามราคาที่ประกาศอย่างเป็นทางการ และรับประกันความถูกต้องของทั้งคุณภาพและปริมาณน้ำมันด้วย โดยผู้ประกอบการฯ ต้องบริหารสต็อกน้ำมันอย่างโปร่งใส รายงานปริมาณน้ำมันคงคลัง และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากปริมาณน้ำมันใกล้หมด หากคาดว่าจะเกิดการขาดแคลนหรือมีแผนหยุดจำหน่ายชั่วคราว ต้องแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน ซึ่งหากสถานีบริการน้ำมันไม่มีน้ำมันจำหน่าย ต้องประกาศให้ประชาชนทราบว่าจะมีการเติมน้ำมันเมื่อใด และต้องแจ้งหน่วยงานรัฐเมื่อปริมาณน้ำมันคงเหลือ ต่ำกว่า 10% เพื่อให้สามารถติดตามสถานการณ์ได้ทันเวลา

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังเตือนว่า ผู้ฝ่าฝืนคำสั่งอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยในกรณีที่เกิดข้อจำกัดด้านอุปทาน การจัดสรรน้ำมันต้องให้ความสำคัญกับบริการสาธารณะที่จำเป็น เช่น รถพยาบาล รถดับเพลิง รวมถึงภาคเกษตรและโลจิสติกส์

ด้านเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค การแข่งขัน และปราบปรามการฉ้อโกงของกัมพูชา (Consumer Protection, Competition and Fraud Repression Directorate-General : CCF) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์กัมพูชาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการปั่นราคา การกักตุน หรือการสร้างภาวะขาดแคลนเทียม ประชาชนสามารถ แจ้งข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการจำหน่ายน้ำมัน ผ่านสายด่วนกระทรวงพาณิชย์หมายเลข 1266 หรือผ่านแอปพลิเคชัน CCF Complaint App บนระบบ iOS และ Android

ข้อมูลที่น่าสนใจ

1. กัมพูชาพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทั้งหมด โดยในปัจจุบันนำเข้าน้ำมันส่วนใหญ่จากสิงคโปร์ รองลงมาคือเวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

2. เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 นาย Keo Rottanak รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเหมืองแร่และพลังงานกัมพูชา เปิดเผยว่า กัมพูชายังมีน้ำมันสำรองเพียงพอต่อความต้องการในประเทศได้ประมาณ 21 วัน แม้การนำเข้าอาจหยุดชะงักชั่วคราว โดยรัฐบาลได้หารือกับผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่เพื่อให้การส่งมอบดำเนินต่อเนื่อง พร้อมติดตามสถานการณ์ตลาดพลังงานโลกอย่างใกล้ชิด และอาจใช้มาตรการระยะสั้นควบคู่กับนโยบายระยะยาวเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน

3. ในประกาศราคาน้ำมันล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า รัฐบาลได้ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันลง 0.065 ดอลลาร์สหรัฐต่อลิตรผ่านการปรับภาษี เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน

4. ราคาน้ำมันหน้าสถานีให้บริการน้ำมันของกัมพูชา ระหว่างวันที่ 11 - 13 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 

   4.1) น้ำมันดีเซล (Euro 5 Diesel Premier) 6,050 เรียล หรือ 1.51 ดอลลาร์สหรัฐฯ / ลิตร 

   4.2) น้ำมันเบนซิน ธรรมดา  (Euro 4 Regular Premier) 5,200 เรียล หรือ 1.30 ดอลลาร์สหรัฐฯ / ลิตร  

   4.3) น้ำมันเบนซิน ชนิดพิเศษ (Euro 4 95 Excellium) 6,250 เรียล หรือ 1.56 ดอลลาร์สหรัฐฯ / ลิตร  

   (คิดที่อัตรา 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ = 4,000 เรียล/ ข้อมูลจาก TotalEnergies) 

ความเห็นของสำนักงานฯ

1. มาตรการกำกับดูแลของรัฐบาลกัมพูชาในขณะนี้ มุ่งรักษาเสถียรภาพของตลาดพลังงานในระยะสั้น ผ่านการควบคุมราคาขายปลีก การตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน และการกำหนดให้ผู้ประกอบการรายงานปริมาณสต็อกน้ำมันอย่างโปร่งใส มาตรการดังกล่าว จึงถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันการฉวยโอกาสทางการค้า และช่วยลดความตื่นตระหนกของประชาชนในช่วงที่ราคาพลังงานมีความผันผวนสูงในปัจจุบัน

2. การปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและต้นทุนของภาคธุรกิจในประเทศ โดยเฉพาะต้นทุนด้านการขนส่ง โลจิสติกส์ และการผลิต ซึ่งอาจนำไปสู่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อในวงกว้าง หากราคาพลังงานในตลาดโลกยังคงปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

3. อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกัมพูชายังคงพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงปิโตรเลียมทั้งหมด มาตรการทางการคลัง เช่น การปรับลดภาษีหรือการอุดหนุนราคาน้ำมัน อาจช่วยบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนในระยะสั้นเพียงเท่านั้น ซึ่งในระยะยาว คาดว่า รัฐบาลกัมพูชาจะให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานมากขึ้น เช่น การพัฒนาแหล่งพลังงานทางเลือก การบริหารคลังสำรองเชื้อเพลิง และการกระจายแหล่งนำเข้า เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดพลังงานโลก ดังนั้น ในช่วงนี้ ผู้ประกอบการจึงควรติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด เพื่อใช้ประกอบการวางแผนบริหารต้นทุนในการดำเนินธุรกิจต่อไป

________________________________________________________

ที่มา Khmer Times   

11 มีนาคม 2569

03-12-26 กัมพูชาคุมเข้มตลาดน้ำมัน ป้องกันการฝ่าฝืนกฎระเบียบ.pdf
Share :
Instagram