
รายงาน E-commerce Barometer ของ PostNord ระบุว่า ปี 2568 เป็นปีที่อีคอมเมิร์ซสวีเดนทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยมียอดขายรวม 153 พันล้านโครนสวีเดน (ประมาณ 17,074 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 10% จากปี 2567 และสูงกว่าช่วงการระบาดของโควิด-19 ซึ่งเคยเป็นจุดสูงสุดเดิม ความแตกต่างสำคัญคือ การเติบโตในปี 2568 ไม่ได้เกิดจากแรงกระตุ้นชั่วคราวเหมือนช่วงโรคระบาด แต่สะท้อนการตัดสินใจเชิงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เลือกซื้อสินค้าออนไลน์เป็นทางเลือกปกติในชีวิตประจำวัน
PostNord ได้ติดตามผลใน 8 อุตสาหกรรม พบว่าเกือบทุกกลุ่มเติบโตในทุกไตรมาส ยกเว้นกลุ่มหนังสือและสื่อที่ชะลอตัว โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์เภสัชกรรมขยายตัวโดดเด่นที่สุด เติบโต 24% ในไตรมาสแรก 17% ในไตรมาสที่สอง และ 18% ในไตรมาสที่สาม เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนแนวโน้มผู้บริโภคหันมาใช้ช่องทางออนไลน์ในการซื้อสินค้าสุขภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน กลุ่มเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านก็มีอัตราเติบโตแข็งแกร่ง ซึ่งเชื่อมโยงกับความเคลื่อนไหวในตลาดที่อยู่อาศัยและการใช้จ่ายเพื่อปรับปรุงบ้าน
แม้ตลาดฟื้นตัวและเติบโต แต่การแข่งขันในภาคอีคอมเมิร์ซกลับทวีความรุนแรงขึ้น ผู้ประกอบการต้องเผชิญทั้งการแข่งขันจากผู้เล่นต่างประเทศที่ดึงดูดผู้บริโภคสวีเดน และแรงกดดันด้านการลงทุนเทคโนโลยี เช่น ระบบดิจิทัล การตลาดออนไลน์ และประสบการณ์ลูกค้า ซึ่งมีต้นทุนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การมีเพียงตัวตนบนแพลตฟอร์มค้นหาไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องพัฒนาความสามารถด้านดิจิทัลอย่างรอบด้านเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
สำหรับแนวโน้มปี 2569 ผู้เชี่ยวชาญของ PostNord คาดว่าตลาดยังมีโอกาสขยายตัวต่อเนื่อง หากกำลังซื้อของครัวเรือนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจยังคงมีความไม่แน่นอน หากเกิดปัจจัยลบที่ไม่คาดคิด อาจทำให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายและส่งผลกระทบต่อการเติบโตของอีคอมเมิร์ซได้ โดยสรุป ปี 2568 ถือเป็นปีที่ยืนยันว่าอีคอมเมิร์ซได้เปลี่ยนผ่านจากพฤติกรรมชั่วคราวในช่วงวิกฤต สู่พฤติกรรมการบริโภคถาวรของตลาดสวีเดนแล้ว
ที่มาข่าว: Sweden Herald
บทวิเคราะห์ผลกระทบต่อไทย ข้อเสนอแนะ โอกาสและแนวทาง และความคิดเห็นของสคต. โคเปนเฮเกน:
จากข่าวนี้ สะท้อนว่าพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภคสวีเดนได้เปลี่ยนผ่านจากแรงกระตุ้นชั่วคราวช่วงโควิด ไปสู่พฤติกรรมถาวร ช่องทางออนไลน์มีบทบาทเพิ่มขึ้นทั้งในรูปแบบ B2C และการจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มค้าปลีกดิจิทัลของสวีเดนและกลุ่มประเทศนอร์ดิก การเติบโตในกลุ่มเภสัชภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้าน ยังชี้ถึงโอกาสในสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และการใช้ชีวิตภายในบ้าน ซึ่งรวมถึงหมวดสินค้าของไทยที่มีศักยภาพ เช่น กลุ่มอาหารสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร สินค้าของตกแต่งบ้าน งานหัตถกรรม และเฟอร์นิเจอร์ไม้
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดออนไลน์สวีเดนมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะจากผู้ประกอบการต่างชาติที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ผู้ส่งออกไทยอาจต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานสินค้า การรับรองความปลอดภัย ความโปร่งใสด้านข้อมูลผลิตภัณฑ์ และความสามารถด้านโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน (cross-border e-commerce) มากขึ้น นอกจากนี้ การลงทุนด้านการตลาดดิจิทัล การจัดการข้อมูลลูกค้า และการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในตลาดกลุ่มประเทศนอร์ดิก ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่อาจละเลย เนื่องจากการมีสินค้าอยู่บนแพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการแข่งขันในปัจจุบัน
ในเชิงโอกาส ไทยสามารถใช้การเติบโตของอีคอมเมิร์ซในสวีเดนเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายการส่งออกผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะสินค้าที่ตอบโจทย์แนวโน้มผู้บริโภคยุโรป เช่น ความยั่งยืน (sustainability) สุขภาพ ความเป็นธรรมชาติ และการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ การร่วมมือกับผู้นำเข้า ผู้กระจายสินค้า หรือแพลตฟอร์มท้องถิ่น เพื่อทำการตลาดเฉพาะกลุ่ม (niche marketing) อาจเป็นแนวทางที่เหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าสู่ตลาดโดยไม่แบกรับต้นทุนสูงเกินไป