
โรงงานจำนวน 2 แห่งมีกำหนดเริ่มเดินสายการผลิตภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษไอเอสไอ (ISI SEZ) ในช่วงกลางไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ขณะเดียวกัน ยังมีบริษัทอีกหลายแห่งอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งโรงงานหรือกิจการภายในพื้นที่ดังกล่าว
เขตเศรษฐกิจพิเศษ ISI SEZ ตั้งอยู่ในอำเภอเปรยนบ จังหวัดพระสีหนุ บนแนวเส้นทางด่วนพนมเปญ–สีหนุวิลล์ (PP–SHV) ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 800 เฮกตาร์ โดย ISI SEZ ได้เริ่มวางศิลาฤกษ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2025
โครงการดังกล่าว ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่นร่วมกับสถาบันออกแบบเฉพาะทางจากออสเตรเลีย และพัฒนาเป็น 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 300 เฮกตาร์ ใช้เป็นพื้นที่สำหรับโรงงานและสถานประกอบการ ส่วนระยะที่ 2 และ 3 จะประกอบด้วย อาคารสำนักงานบริการแบบ One-stop service หอพักพนักงาน อาคารพาณิชย์ ศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ
นอกจากนี้ ภายใน ISI SEZ ยังมีแผนติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ อาทิ ระบบผลิตน้ำสะอาด ระบบบำบัดน้ำเสีย สถานีไฟฟ้าย่อย และสาธารณูปโภคที่จำเป็นอื่น ๆ อีกด้วย
นาย Kheng Chansophal ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดของ ISI SEZ เปิดเผยว่า ตลอดปีที่ผ่านมา ทีมผู้เชี่ยวชาญ ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในการปรับพื้นที่ การถมดิน และการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานภายในโครงการ
ปัจจุบัน มีโรงงาน 2 แห่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ประมาณเดือนพฤษภาคม 2026 ขณะเดียวกัน ยังมีนักลงทุนต่างชาติอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะจากจีน ที่กำลังอยู่ระหว่างการประเมินความเป็นไปได้ในการเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานในพื้นที่ดังกล่าว
โดยโรงงานทั้ง 2 แห่งที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในขณะนี้ ได้แก่ โรงงานผลิตยางรถยนต์ และโรงงานผลิตระบบอากาศสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งล้วนเป็นการลงทุนจากนักลงทุนจีน
ข้อมูลที่น่าสนใจ
1) ตามข้อมูลของ CDC เขตเศรษฐกิจพิเศษ คือพื้นที่ที่มีทำเลยุทธศาสตร์ มีศักยภาพสูง และมีโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนพร้อมสรรพ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่กิจกรรมการลงทุนทั้งหมด โดยทั่วไปแล้ว SEZ จะตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสมที่สุด เพื่อช่วยให้ธุรกิจของนักลงทุนเติบโตและประสบความสำเร็จ
2) รายงานผลการดำเนินงานปี 2024 ของกระทรวงอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ระบุว่า ณ สิ้นปี 2024 กัมพูชามีเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีโรงงานดำเนินการอยู่ทั้งหมด 30 แห่ง เพิ่มขึ้น 4 แห่ง จากปี 2023
ความเห็นของสำนักงานฯ
1. เขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน การผลิต และการส่งออก โดยปัจจุบันกัมพูชายังคงพึ่งพาการลงทุนจากนักลงทุนจีนเป็นหลัก ซึ่งยังมองกัมพูชาเป็นฐานการผลิตที่มีศักยภาพ แม้เศรษฐกิจโลกจะมีความผันผวน
2. การกระจุกตัวของการลงทุนจากจีน เกิดทั้งโอกาสและความท้าทาย โดยช่วยขยายภาคอุตสาหกรรมและการจ้างงาน ซึ่งโครงสร้างการผลิตของกัมพูชากำลังขยับจากอุตสาหกรรมเสื้อผ้าและสิ่งทอไปสู่สินค้าและอุตสาหกรรมที่หลากหลายมากขึ้น เช่น ยานยนต์ ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม และสินค้าแปรรูป เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าไปลงทุนหรือเชื่อมโยงในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งด้านการผลิตชิ้นส่วน วัตถุดิบ โลจิสติกส์ และบริการสนับสนุน อย่างไรก็ดี ในระยะสั้นผู้ประกอบการควรติดตามสถานการณ์ไทย-กัมพูชาอย่างใกล้ชิด เพื่อคว้าโอกาสทางธุรกิจในอนาคต ต่อไป
_____________________________________________________________________
ที่มา The Phnom Penh Post
16 ธันวาคม 2568