
ตลาดสัตว์เลี้ยงในเวียดนามมีแนวดน้มเติบโตมากขึ้น

อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงของเวียดนามกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในอัตราเลขสองหลัก อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ผู้ประกอบการภายในประเทศอาจกำลังพลาดโอกาสในตลาดที่มีมูลค่าสูงกว่า ท่ามกลางความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในด้านอาหารสัตว์ การดูแลสุขภาพ การตัดแต่งขน รวมถึงบริการรับฝากเลี้ยงสัตว์ การขยายตัวของตลาดดังกล่าวสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและระดับรายได้ของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยในปัจจุบัน ผู้บริโภคชาวเวียดนามเริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและการดูแลสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงและเติบโตอย่างรวดเร็ว
ผลการศึกษาตลาดคาดการณ์ว่า ตลาดสัตว์เลี้ยงของเวียดนามจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 10–11 ต่อปี โดยเฉพาะตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่ง Euromonitor International คาดว่า จะเพิ่มขึ้นจาก 156 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2568 เป็น 170 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2569
นาย Nguyen Ba Vinh ตัวแทนจากคณะผู้จัดงาน Petfair Vietnam 2026 กล่าวว่า จุดเด่นของเวียดนามไม่ได้อยู่ที่ขนาดตลาดในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การเติบโตอย่างรวดเร็วของกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ ความต้องการในตลาดสัตว์เลี้ยงกำลังขยายตัวเร็วกว่าภาคธุรกิจผู้บริโภคแบบดั้งเดิม โดยแรงผลักดันสำคัญไม่ได้มาจากรายได้เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เช่น การขยายตัวของเมือง และจำนวนคนรุ่นใหม่ที่อาศัยอยู่คนเดียวเพิ่มขึ้น โดยผลสำรวจในอุตสาหกรรมยังพบว่า ประมาณร้อยละ 45 ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงในเวียดนามมองว่าสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัว แนวโน้มดังกล่าวกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค โดยเจ้าของสัตว์เลี้ยงหันมาเลือกซื้ออาหารคุณภาพสูง อาหารเสริม วัคซีน บริการตัดแต่งขน โรงแรมสำหรับสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์เฉพาะบุคคลมากขึ้น
นาง Vu Ngoc Anh Thuyen ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ TGM Research Vietnam กล่าวว่า การทำให้สัตว์เลี้ยงมีสถานะเสมือนมนุษย์ หรือ Pet Humanization ได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนความต้องการในตลาด ด้วยเหตุนี้ ภาคธุรกิจจึงกำลังเปลี่ยนจากการจำหน่ายสินค้าเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างระบบนิเวศบริการที่ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งด้านการดูแลสุขภาพ การบริการรับฝากเลี้ยง และบริการด้านไลฟ์สไตล์สำหรับสัตว์เลี้ยง
เพื่อเข้าสู่ตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการจำนวนมากจึงเริ่มดำเนินงานในรูปแบบบูรณาการ โดยผสมผสานการค้าปลีกเข้ากับบริการดูแลอย่างต่อเนื่อง เช่น การตัดแต่งขน การทำความสะอาด การฉีดวัคซีน และบริการรับฝากเลี้ยง อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการเวียดนามยังไม่สามารถครองส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มบริการมูลค่าสูงได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าความต้องการในตลาดจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ตาม
ในกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง เช่น อาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม อาหารเสริม ยารักษาสัตว์เฉพาะทาง ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ และบริการสัตวแพทย์ขั้นสูง ตลาดยังคงถูกครอบครองโดยบริษัทต่างชาติ แบรนด์หลักที่ดำเนินธุรกิจในเวียดนาม ได้แก่ Mars Petcare, Nestlé Purina, Royal Canin และ Hill's Pet Nutrition รวมถึงผู้ประกอบการจากประเทศไทย ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ในทางกลับกัน ผู้ประกอบการภายในประเทศส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในธุรกิจ การนำเข้าและจัดจำหน่าย การแปรรูปขั้นพื้นฐาน การจัดหาวัตถุดิบ และการให้บริการขนาดเล็ก
แม้เวียดนามจะมีข้อได้เปรียบด้านวัตถุดิบทางการเกษตรและผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมอาหารทะเล ซึ่งสามารถนำมาใช้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงได้ แต่เวียดนามกลับยังคงส่งออกวัตถุดิบราคาถูกเป็นหลัก ในขณะที่ต้องนำเข้าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปมูลค่าสูงเพื่อบริโภคภายในประเทศและจำหน่ายต่อ
นาย Vo Hong Duc ผู้ก่อตั้ง The Pet Vietnam ซึ่งผลิตอาหารสำหรับสุนัขและแมวระบุว่า บริษัทเวียดนามยังเผชิญความยากลำบากในการแข่งขันกับผู้เล่นระดับนานาชาติ ที่มีความได้เปรียบด้านการวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับความชอบของ สัตว์เลี้ยง พฤติกรรมการดูแล และพฤติกรรมการซื้อของเจ้าของ การเข้าใจตลาดเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องลงทุนในด้านการวิจัยและพัฒนา การควบคุมคุณภาพ ระบบโลจิสติกส์ และการสร้างแบรนด์ เพื่อสร้างความมั่นคงทางธุรกิจนอกจากนี้ ความกดดันด้านมาตรฐานไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวสินค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคุณภาพของบริการ ซึ่งจำเป็นต้องมี การฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องและการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อผู้บริโภคยินดีจ่ายเงินมากขึ้น ความคาดหวังด้านความปลอดภัยและความโปร่งใสเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย หากบริษัทเวียดนามไม่เร่งยกระดับศักยภาพของตนเอง มีความเสี่ยงที่จะสามารถขยายยอดขายได้ในตลาดที่เติบโตเร็ว แต่กลับถูกกันออกจากกลุ่มตลาดที่สร้างกำไรสูงที่สุด
(จาก https://vneconomy.vn/)
ข้อคิดเห็น สคต
ตลาดสัตว์เลี้ยงของเวียดนามกำลังเปลี่ยนผ่านจากการบริโภคสินค้าพื้นฐานไปสู่สินค้าพรีเมียมและบริการเฉพาะทางมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารสูตรเฉพาะ อาหารเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก บริการสัตวแพทย์ โรงแรมสัตว์เลี้ยง และบริการตัดแต่งขน ซึ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยมากขึ้น ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของตลาดสินค้าและบริการสัตว์เลี้ยงในเวียดนาม มาจากการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างสังคมและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะชนชั้นกลางและคนรุ่นใหม่ในเขตเมืองที่หันมาเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว ส่งผลให้ความต้องการสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ อาหารเสริม รวมถึงบริการดูแลสัตว์เลี้ยงขยายตัวอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เวียดนามยังคงพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงจากต่างประเทศในสัดส่วนสูง เนื่องจากอุตสาหกรรมภายในประเทศยังไม่สามารถผลิตได้เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะวัตถุดิบคุณภาพสูงและผลิตภัณฑ์พรีเมียม จึงถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยในการขยายการส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยง ขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รวมถึงสินค้าเพื่อสุขภาพสัตว์มายังตลาดเวียดนาม ไทยมีจุดแข็งด้านอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงที่ได้มาตรฐานสากล มีความเชี่ยวชาญด้านการแปรรูปอาหาร และมีชื่อเสียงด้านคุณภาพในตลาดโลก ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคเวียดนามที่กำลังมองหาสินค้าคุณภาพสูงมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเจ้าของสัตว์เลี้ยงระดับกลางถึงระดับสูง