fb
ตลาดข้าวในชิลี
โดย
Ratanaporn
ลงเมื่อ 07 พฤษภาคม 2569 11:00
สคต. ณ กรุงซันติอาโก (ชิลี) (TTC, Santiago (Chile))

1. ตลาดข้าวในภูมิภาคลาตินอเมริกา

ข้าวเป็นส่วนหนึ่งของอาหารหลักในชีวิตประจำวันของประชาชนส่วนใหญ่ในภูมิภาคลาตินอเมริกา การรับประทานข้าวได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยได้รับแรงสนับสนุนจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น และการขยายตัวของอุตสาหกรรมบริการด้านอาหารในภูมิภาค อีกทั้งจำนวนฐานประชากรของชนชั้นกลาง-สูงที่เพิ่มขึ้นที่นิยมรับประทานข้าวบาสมาติ ซึ่งเห็นว่าข้าวบาสมาติเป็นสายพันธุ์ข้าวในระดับพรีเมี่ยม นอกจากนี้ ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญมากขึ้นต่ออาหารเพื่อสุขภาพ ทำให้ผู้ผลิตสินค้ามีการผลิตและเปิดตัวสินค้าใหม่ ๆ จากข้าว เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค เช่น อาหารพร้อมปรุง / พร้อมทานจากข้าว เป็นต้น[1]

          พื้นที่การเพาะปลูกข้าวในภูมิภาคลาตินอเมริกากระจายอยู่ในประเทศต่าง ๆ โดยการเพาะปลูกข้าวจำเป็นต้องใช้พื้นที่ราบลุ่มและดินชุ่มน้ำ โดยพื้นที่เพาะปลูกข้าวในภูมิภาคลาตินอเมริกา ได้แก่ ประเทศบราซิลมีพื้นที่ราบลุ่มสำหรับเพาะปลูกข้าวประมาณ  24 ล้านเฮกตาร์ หรือ ในกลุ่มประเทศ Andean  (โบลิเวีย เอกวาดอร์ เปรู และเวเนซูเอลา) พื้นที่ริมแม่น้ำ (อาร์เจนตินา ปารากวัย และอุรุกวัย) ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวที่สำคัญ และสามารถรองรับความต้องการข้าวที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยประเทศบราซิลเป็นแหล่งผลิตและบริโภคข้าวที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคลาตินอเมริกา หรือมีส่วนแบ่งตลาดคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 39 ของการผลิตข้าวทั้งหมดในภูมิภาคฯ อุปสงค์ข้าวในบราซิลอยู่ที่ประมาณ 7.1 ล้านตัน ในขณะที่ประเทศที่มีการบริโภคข้าวในลำดับต้น ๆ ของลาตินอเมริกาอย่างเปรู และโคลอมเบีย มีอุปสงค์ข้าวอยู่ที่ประมาณ 2.8 ล้านตัน และ 2.3 ล้านตัน ตามลำดับ ทำให้ประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกาติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศที่มีการบริโภคข้าวมากที่สุดในโลก นอกจากนี้ บราซิลยังเป็นผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุด (จากปริมาณการนำเข้า) ของภูมิภาคลาตินอเมริกา

          ตลาดข้าวของลาตินอเมริกามีปริมาณการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 26.35 ล้านตัน ในปี 2568 และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยในอัตราร้อยละ 3.7 ระหว่างปี 2569 – 2578 และมีการคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณถึง 36.54 ล้านตันในปี 2578 โดยประเภทของข้าวที่มีการนำเข้ามากที่สุด คือ ข้าวกึ่งสีหรือข้าวสี คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 78 ของการนำเข้าข้าวทั้งหมด ในขณะที่ภูมิภาคลาตินอเมริกาส่งออกข้าวดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 50 ของข้าวที่ส่งออกทั้งหมด 

 

2. ตลาดข้าวในชิลี 

          ชิลีมีการผลิตข้าวในประเทศ หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 30 ของความต้องการบริโภคทั้งประเทศ (การบริโภคข้าวของชาวชิลีเฉลี่ยที่ 13 กิโลกรัมต่อคนต่อปี) เนื่องจากการเพาะปลูกข้าวมีข้อจำกัดด้านสภาพภูมิอากาศและพื้นที่การเพาะปลูก  ชิลีจึงจำเป็นต้องนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ โดยแหล่งนำเข้าหลัก ได้แก่ ปารากวัย อาร์เจนตินา และอุรุกวัย โดยในปี 2568 ชิลีมีการนำเข้าข้าวที่ปริมาณ 269,600 ตัน เนื่องจากความต้องการบริโภคข้าวในประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยชาวชิลีเริ่มหันมารับประทานข้าวเป็นอาหารหลักมากขึ้น และมีการคาดการณ์ว่าตลาดข้าวของชิลีจะมีการขยายตัวเฉลี่ยที่ร้อยละ 1.10 ระหว่างปี 2568 - 2577

ข้าวที่มีการจัดจำหน่ายในชิลี ส่วนใหญ่จะเป็นข้าวพันธุ์เมล็ดยาวและอ้วน (long‑wide and long‑slender grains) และบนบรรจุภัณฑ์จะต้องระบุสัดส่วนของปริมาณเมล็ดหักตามเกรด (1 หรือ 2) ตามมาตรฐานในประเทศ ประเภทของผลิตภัณฑ์ เช่น ข้าวสี (ข้าวขาว) ข้าวกล้อง ข้าวหุงสุก (pre‑cooked) เป็นต้น และถิ่นกำเนิด ทั้งนี้ บรรจุภัณฑ์ข้าวที่ปริมาณ 1 กิโลกรัม เป็นขนาดที่ผู้บริโภคชาวชิลีนิยมเลือกซื้อมากที่สุด นอกจากข้าวบรรจุถุงแล้ว ผู้บริโภคชาวชิลียังนิยมเลือกรับประทานข้าวที่มีส่วนผสมเพิ่มเติมที่ช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหาร รวมทั้งข้าวพร้อมปรุง/พร้อมทานที่สามารถช่วยลดระยะเวลาการเตรียมอาหาร ทั้งนี้ ราคาข้าวขายปลีกสำหรับผู้บริโภคล่าสุดในช่วงต้นปี 2569 มีราคาอยู่ที่ 1,500 – 2,500 เปโซชิลีต่อกิโลกรัม (หรือประมาณ 1.70 – 2.70 เหรียญสหรัฐต่อกิโลกรัม) สำหรับข้าวขาวมาตรฐานในซูเปอร์มาร์เก็ต

พื้นที่เพาะปลูกข้าวของชิลีส่วนใหญ่หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 94 กระจุกตัวอยู่ในตอนกลาง – ใต้ของประเทศ อยู่ในเขตเมือง Linares (แคว้น Maule) และอีกร้อยละ 6 อยู่ในแคว้น Ñuble (Bio Bio, San Carlos และ Ñiquen) อย่างไรก็ดี ผลผลิตข้าวในชิลีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการปรับปรุงเมล็ดพันธุ์ การชลประทาน และการใช้เครื่องมือที่ทันสมัย รวมทั้ง ภาครัฐบาลส่งเสริมการลงทุนด้านการปรับปรุงผลผลิตข้าวในประเทศ การนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาประยุกต์ใช้ในการเกษตรกรรม เพื่อช่วยการเพิ่มผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังคงเป็นความท้าทายต่อการเกษตรกรรม เนื่องจากข้าวเป็นพืชที่ต้องการน้ำจำนวนมาก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำฝนและความเพียงพอของน้ำอาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าว ทั้งนี้ ข้าวในชิลียังต้องเผชิญกับการยแข่งขันจากอาหารหลักอื่น ๆ เช่น มันฝรั่ง ข้าวสาลี และข้าวโพด ที่มีการบริโภคอย่างแพร่หลายในประเทศ[1] 

 

3. การนำเข้า ในปี 2568 

ในรายงานนี้จะพิจารณาข้าวในพิกัดศุลกากร (ตามที่มีการนำเข้า) ดังต่อไปนี้

ตารางที่ 1พิกัดศุลกากรของข้าว (ตามที่มีการนำเข้า)

พิกัดศุลกากร

รายละเอียด

10060000

ข้าว

100610000

ข้าวเปลือก

10061010

ข้าวเปลือกหรือข้าวหยาบที่มีคุณภาพเมล็ดพันธุ์

10061090

ข้าวเปลือกหรือข้าวหยาบ นอกเหนือจากข้าวคุณภาพเมล็ดพันธุ์

10062000

ข้าวไม่ขัดสี (Brown rice)

10063000

ข้าวกึ่งสี หรือข้าวสีทั้งหมด ที่ขัดหรือเคลือบ

10063010

ข้าวเมล็ดหักไม่เกินร้อยละ  5

10063020

ข้าวเมล็ดหักมากกว่าร้อยละ  แต่ไม่เกินร้อยละ 15

10063090

ข้าวกึ่งสี หรือข้าวสีทั้งหมก มีเมล็ดหักมากกว่าร้อยละ 15

10064000

ข้าวเมล็ดหัก

 

ตารางที่ 2มูลค่าการนำเข้าข้าว พิกัดศุลกากร 1006 ระหว่างปี 2566 - 2568

การนำเข้า (มูลค่า  CIF เหรียญสหรัฐ)

พิกัดศุลกากร

2568 

Var. %

2567

Var. %

2566

1006

120,651,476

-16.61

144,690,637

19.13%

121,455,203

Source: www.datasur.com

การนำเข้าข้าวของชิลี ช่วงปี 2567 / 2568 มีมูลค่าลดลงคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 16.61 เนื่องจากผลผลิตข้าวภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น การสต๊อกข้าว และราคาข้าวที่ลดลง เนื่องจากอุปทานข้าวในตลาดลาตินอเมริกาที่เพิ่มขึ้น (เช่น จากอาร์เจนติน่า) และการจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นของผู้ผลิตในท้องถิ่น[1]

ตารางที่ 3ปริมาณการนำเข้าข้าว พิกัดศุลกากร 1006 ระหว่างปี 2566 - 2568

การนำเข้า (ตัน)

พิกัดศุลกากร

2568 

Var. %

2567

Var. %

2566

1006

212,552

8.72

195,508

-4.14

203,449

Source: www.datasur.com

3.1 การนำเข้าข้าวตามถิ่นกำเนิด

ตารางที่ 4: ประเทศที่ชิลีนำเข้าข้าวสูงที่สุด (พิกัดศุลกากร 10061090) ในปี 2568

ประเทศ

มูลค่า CIF (เหรียญสหรัฐ)

ปากีสถาน

78,628

เปรู

22,850

ปารากวัย

8,546

โบลิเวีย

925

รวมมูลค่า

110,950

ชิลีนำเข้าข้าวพิกัดศุลกากร 10061090 จาก 4 ประเทศ โดยนำเข้าสูงสุดจากปากีสถาน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 70.87 ของการนำเข้าข้าวทั้งหมดในพิกัดดังกล่าว รองลงไป คือ เปรู (ร้อยละ 20.60) ปารากวัย (ร้อยละ 7.70) และโบลิเวีย (ร้อยละ 0.83) โดยไม่มีการนำเข้าจากไทย (ตารางที่ 4)

ตารางที่ 5: ประเทศที่ชิลีนำเข้าข้าวสูงที่สุด (พิกัดศุลกากร 10062000) ในปี 2568

ประเทศ

มูลค่า CIF (เหรียญสหรัฐ)

อาร์เจนตินา

88,395

บราซิล

35,427

ปารากวัย

9,716

สเปน

342

เปรู

12

รวมมูลค่า

133,894


ชิลีนำเข้าข้าว พิกัดศุลกากร 10062000 จาก 5 ประเทศ โดยนำเข้าสูงสุดจากอาร์เจนตินา คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 66.02 ของการนำเข้าข้าวทั้งหมดในพิกัดดังกล่าว รองลงไปคือ บราซิล (ร้อยละ 26.46) ปารากวัย (ร้อยละ 7.26) สเปน และเปรู (รวมกันน้อยกว่าร้อยละ 1) โดยไม่มีการนำเข้าจากไทย (ตารางที่ 5)

ตารางที่ 6: ประเทศที่ชิลีนำเข้าข้าวสูงที่สุด (พิกัดศุลกากร 10063010) ในปี 2568

ประเทศ

มูลค่า CIF (เหรียญสหรัฐ)

อาร์เจนตินา

16,328,355

ปารากวัย

8,490,475

อุรุกวัย

7,969,306

ปากีสถาน

1,245,936

เวียดนาม

1,041,861|

อิตาลี

252,900

อินเดีย

226,611

เปรู

200,725

สหรัฐอเมริกา

178,115

บราซิล

94,177

รวมมูลค่า

36,130,862

ชิลีนำเข้าข้าว พิกัดศุลกากร 10063010 จาก 13 ประเทศ โดยนำเข้าสูงสุดจากอาร์เจนตินา คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 45.19 ของการนำเข้าข้าวทั้งหมดในพิกัดดังกล่าว รองลงไปคือ ปารากวัย (ร้อยละ 23.50) อุรุกวัย (ร้อยละ 22.06)  ปากีสถาน (ร้อยละ 3.45) เวียดนาม (ร้อยละ 2.88) อิตาลี (ร้อยละ 0.70) อินเดีย (ร้อยละ 0.63) เปรู (ร้อยละ 0.56) สหรัฐอเมริกา (ร้อยละ 0.49) และ บราซิล (ร้อยละ 0.26) โดยนำเข้าจากไทยเป็นลำดับที่ 11 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.23 หรือเป็นมูลค่า 81,647 เหรียญสหรัฐ (ตารางที่ 6)

ตารางที่ 7: ประเทศที่ชิลีนำเข้าข้าวสูงที่สุด (พิกัดศุลกากร 10063020) ในปี 2568

ประเทศ

มูลค่า CIF (เหรียญสหรัฐ)

อาร์เจนตินา

22,933,884

ปารากวัย

12,749,790

อุรุกวัย

2,175,135

เวียดนาม

1,404,187

บราซิล

163,632

ปากีสถาน

159,500

เปรู

42,652

ไทย

16,636

โบลิเวีย

4,307

จีน

519

มูลค่ารวม

39,650,246

ชิลีนำเข้าข้าว พิกัดศุลกากร 10063020 จาก 10 ประเทศ โดยนำเข้าสูงสุดจากอาร์เจนตินา คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 57.84 ของการนำเข้าข้าวทั้งหมดในพิกัดดังกล่าว รองลงไปคือ ปารากวัย (ร้อยละ 5.49) เวียดนาม (ร้อยละ 3.54) บราซิล (ร้อยละ 0.41) ปากีสถาน (ร้อยละ 0.40) เปรู (ร้อยละ 0.11) ไทย (ร้อยละ 0.04) โบลิเวียและจีน (รวมกันเท่ากับร้อยละ 0.01) (ตารางที่ 7)

ตารางที่ 8: ประเทศที่ชิลีนำเข้าข้าวสูงที่สุด (พิกัดศุลกากร 10063090) ในปี 2568

ประเทศ

มูลค่า CIF (เหรียญสหรัฐ)

ปารากวัย

17,486,078

อาร์เจนตินา

6,611,267

อุรุกวัย

2,608,458

สหรัฐอเมริกา

491,517

อิตาลี

240,539

ปากีสถาน

221,196

อินเดีย

106,150

เปรู

42,004

ไทย

41,319

สเปน

39,391

รวมมูลค่า

27,924,487

ชิลีนำเข้าข้าว พิกัดศุลกากร 10063090 จาก 16 ประเทศ โดยนำเข้าสูงสุดจากปารากวัย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 62.62 ของการนำเข้าข้าวทั้งหมดในพิกัดดังกล่าว รองลงไปคือ อาร์เจนตินา (ร้อยละ 23.68) อุรุกวัย (ร้อยละ 9.34)  สหรัฐอเมริกา (ร้อยละ 1.76) อิตาลี (ร้อยละ 0.86) ปากีสถาน (ร้อยละ 0.79) อินเดีย (ร้อยละ 0.38) เปรู (ร้อยละ 0.15) ไทย (ร้อยละ 0.15) และสเปน (ร้อยละ 0.14) (ตารางที่ 8)

ตารางที่ 9: ประเทศที่ชิลีนำเข้าข้าวสูงที่สุด (พิกัดศุลกากร 10064000) ในปี 2568 

ประเทศ

มูลค่า CIF (เหรียญสหรัฐ)

ปารากวัย

13,591,958

อาร์เจนตินา

2,425,912

อุรุกวัย

251,774

บราซิล

198,245

จีน

123,624

อินเดีย

86,587

เปรู

18,736

เยอรมนี

2,696

เกาหลีใต้

1,499

รวมมูลค่า

16,701,035

ชิลีนำเข้าข้าว พิกัดศุลกากร 10064000 จาก 9 ประเทศ โดยนำเข้าสูงสุดจากอาร์เจนตินา คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 14.43 ของการนำเข้าข้าวทั้งหมดในพิกัดดังกล่าว รองลงไปคือ อุรุกวัย (ร้อยละ 1.51)  บราซิล (ร้อยละ 1.19) จีน (ร้อยละ 0.74) อินเดีย (ร้อยละ 0.52) เปรู (ร้อยละ 0.11) เยอรมนี (ร้อยละ 0.02) และเกาหลีใต้ (ร้อยละ 0.01) โดยไม่มีการนำเข้าจากไทย (ตารางที่ 9)

 

4. การส่งออก

          ชิลีส่งออกข้าวในปริมาณน้อยมา โดยมีมูลค่าการส่งออกที่  522,789 เหรียญสหรัฐ (ราคา FOB) ในปี 2568 พิกัดศุลกากร 1003090, 10063010, 10062000, 10063020

 

5. ช่องทางการจัดจำหน่าย 

แผนภาพที่ 1ช่องทางการจัดจำหน่าย 

image.png

 

6. กฎระเบียบด้านภาษีและการนำเข้า

ชิลีเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการจัดทำความตกลงทางการค้ากับประเทศต่าง ๆ มากที่สุด โดยปัจจุบันชิลีมีความตกลงทางการค้า จำนวน 35 ฉบับ ที่ลงนามร่วมกับประเทศภาคีประมาณ 65 ประเทศ ครอบคลุมความตกลงเขตการค้าเสรี 22 ฉบับ ความตกลงด้านเศรษฐกิจ 6 ฉบับ ความตกลงด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ 5 ฉบับ และพิธีสารเชิงพาณิชย์กับพันธมิตรแปซิฟิก โดยความตกลงทั้งหมดคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 88 – 90 ของ GDP โลก

6.1. การเก็บภาษี

อัตราการเก็บภาษีนำเข้าโดยทั่วไปอยู่ที่อัตราร้อยละทั้งนี้ สินค้าที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศหรือภูมิภาคใด ๆ ที่มีข้อตกลงทางการค้ากับชิลี สามารถสำแดงใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้านการนำเข้าตามเงื่อนไขของความตกลงทางการค้ากับประเทศนั้น ๆ

ทั้งนี้ ไทยและชิลีมีการจัดทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างกัน มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 และสินค้าทุกประเภท รวมทั้งข้าวได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า แต่ยังคงต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่อัตราร้อยละ 19 

 

6.2 เงื่อนไขการนำเข้า

          การนำเข้าข้าวของชิลี จะต้องได้รับการรับรองสุขอนามัยพืชจากกระทรวงเกษตรแห่งชาติของชิลี (SAG) และการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของอาหารของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งเอกสารประกอบการนำเข้า ดังต่อไปนี้

  • บัญชีราคาสินค้า (commercial invoice)

  • ใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า

  • ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading or Air Waybill)

  • บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อ (packing list) (หากจำเป็น)

  • ใบสำแดงราคา (value declaration) 

  • ใบรับรองการขาย (Certificate of Free Sale)

  • เอกสารอื่น ๆ (เช่น การรับรองความปลอดภัยจากกระทรวงสาธารณสุข การรับรองคุณภาพ)

เงื่อนไขของ SAG: สินค้าที่นำเข้านั้นจะต้องปราศจากศัตรูพืข / ปัญหาการกักกัน ซึ่งบรรจุภัณฑ์จะต้องสะอาดและปราศจากการปนเปื้อนของดิน หากสินค้านั้นเป็น GMO จะต้องมีการติดฉลากอย่างชัดเจน การวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืช/โรคพืชสำหรับพันธุ์ที่มีความหลากหลายและไม่มีมาตรฐานเฉพาะ

การนำเข้าที่มีมูลค่ารวมเกินกว่า 3,000 เหรียญสหรัฐ (FOB) จะต้องมีบริษัทตัวแทนนำเข้าสินค้าดำเนินการนำสินค้าออก ในขณะที่สินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 3,000 เหรียญสหรัฐ (FOB) ผู้นำเข้าสามารถดำเนินการนำสินค้าออกได้เอง[1]

7แนวโน้ม

          ชาวชิลีมีการบริโภคข้าวค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคลาตินอเมริกา ที่ผ่านมาการบริโภคข้าวในชิลีมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด โดยข้าวขาวยังคงได้รับความนิยมมากที่สุดในการบริโภค ทั้งนี้ ความต้องการบริโภคข้าวพิเศษชนิดอื่น เช่น ข้าวกล้อง ข้าวออร์แกนิค ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภค ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ ปราศจากสารกลูเตน และมีปริมาณน้ำตาลต่ำ ซึ่งในที่นี้ ผู้บริโภคเห็นว่าข้าวกล้องมีประโยชน์และมีเส้นใยสูงกว่าข้าวขาว ส่วนข้าวออร์แกนิคเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวที่ปราศจากสารสังเคราะห์และยาฆ่าแมลง นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบ เช่น แป้งข้าวเจ้า ขนมขบเคี้ยวจากข้าว เครื่องดื่มจากข้าว (สำหรับผู้บริโภคที่แพ้แลคโตส และผู้บริโภคที่ไม่รับประทานผลิตภัณฑ์จากสัตว์) มีส่วนช่วยสนับสนุนการขยายตัวของความต้องการข้าวในประเทศ รวมทั้ง ภาครัฐบาลมีโครงการสนับสนุนการเกษตรกรรมในประเทศ

 

8. บทสรุปและความเห็น สคต.ฯ

แม้ว่าข้าวจะมิใช่อาหารหลักของชาวชิลี ในสถานการณ์ที่ราคาข้าวมีแนวโน้มลดลงในตลาดโลก ชาวชิลีเริ่มหันมาบริโภคข้าวเพิ่มขึ้น เนื่องจากเหตุผลด้านสุขภาพ โดยเห็นว่าข้าว/ผลิตภัณฑ์จากข้าวปราศจากสารก่อภูมิแพ้ และมีกากใยอาหารสูง (โดยเฉพาะข้าวกล้อง) อย่างไรก็ดี ปัจจุบันผู้บริโภคมีการตระหนักมากขึ้น เกี่ยวกับการรับสารอาหารจำเป็นต่อร่างกาย และมีการหาข้อมูลเกี่ยวกับความแตกต่างของสารอาหารชนิดเดียวกันจากแหล่งอาหารต่าง ๆ เช่น 

  • ธัญพืชเต็มเมล็ด (Whole Grains/Complex Carbs): เช่น ข้าวกล้อง ควินัว ข้าวโอ๊ต มีไฟเบอร์สูง วิตามินบีและแร่ธาตุสูง ช่วยย่อยช้า ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี เหมาะสำหรับการลดน้ำหนักและผู้ป่วยเบาหวาน

  • พืชหัว (Root Vegetables/Complex Carbs): เช่น มันเทศ มันฝรั่ง เผือก มีแป้งเป็นหลัก แต่มีใยอาหารและวิตามิน (เช่น วิตามินเอ โพแทสเซียม) สูงกว่าแป้งแปรรูป ย่อยช้ากว่าข้าวขาว ทำให้รู้สึกอิ่มนาน

  • ผักใบเขียวและผักชนิดต่างๆ (Vegetables/Fiber): มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ แต่มีใยอาหารสูงมาก ช่วยระบบขับถ่ายและลดการดูดซึมน้ำตาล

  • ผลไม้ (Fruits/Simple Carbs): มีน้ำตาลธรรมชาติ (ฟรุกโตส) ให้พลังงานเร็ว แต่มาพร้อมกับไฟเบอร์และวิตามิน ทำให้ดีกว่าการบริโภคน้ำตาลแปรรูป

  • ธัญพืชขัดสี (Refined Carbs): เช่น ข้าวขาว ขนมปังขาว ผ่านการแปรรูปทำให้ใยอาหารหายไป ย่อยเร็ว ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเร็ว และส่งผลให้หิวบ่อย

จากข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้นในการบริโภคสารอาหารคาร์โบไฮเดรต และมีโอกาสที่ผู้บริโภคชาวชิลีจะหันไปบริโภคอาหารทดแทนข้าวเพิ่มขึ้น โดย สคต. ณ กรุงซันติอาโก เห็นว่าตลาดสินค้าอาหารเพื่อสุขภาพของชิลีมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการนำเสนอสินค้าผลิตภัณฑ์จากข้าวที่ตรงต่อความต้องการของผู้บริโภค เพื่อเป็นทางเลือกในการบริโภคอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้ สคต. ณ กรุงซันติอาโกเห็นว่า แนวโน้มการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ (อาหารในกลุ่ม Functional food และ Future food) ที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในชิลี แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวชิลีให้ความสนใจ และยินดีที่จะจ่ายในการบริโภคอาหารที่มีคุณประโยชน์ในราคาที่สูงขึ้น โดยกลุ่มอาหารที่จะเป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตสินค้าอาหารแปรรูปจากข้าวของไทย ได้แก่ อาหารประเภท เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ส่งเสริมการทำงานของร่างกาย บรรเทาอาการของโรค ชะลอการเสื่อมของร่างกาย  การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตเข้าช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภค และจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า รวมถึงการยืดอายุของสินค้าอาหารให้สามารถอยู่ได้นานขึ้นโดยยังคงรสชาติที่เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ แนวโน้มของผลิตภัณฑ์อาหารและสินค้าที่เกี่ยวข้องที่ผู้บริโภคชาวชิลีใความสนใจ ได้แก่ การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (กระบวนการผลิต บรรจุภัณฑ์) อาหารที่ดีกับกลุ่มผู้ป่วยเฉพาะโรคหรือปราศจากสารก่อภูมิแพ้ การลิ้มลองรสชาติอาหารใหม่ ๆ การใช้โปรตีนจากพืชทดแทนโปรตีนจากสัตว์ 

ปัจจุบันประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต (Future food) ที่หลากหลายออกสู่ตลาด ซึ่งวางจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่มสุขภาพ  อาหารเกษตรอินทรีย์ (organic foods)  อาหารกลุ่มที่ผลิตขึ้นมาใหม่ทางนวัตกรรม (novel foods) อาหารทางการแพทย์ (medical foods) ทั้งนี้ สถานการณ์การเศรษฐกิจชะลอตัว ราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น และความไม่แน่นอนด้านความมั่นคงทางอาหาร ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคส่วนใหญ่ อย่างไรก็ดี สคต. ณ กรุงซันติอาโก ยังคงเห็นว่า อาหารแห่งอนาคต ในส่วนของผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากข้าวยังคงมีแนวโน้มที่ดีและเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย เนื่องจากเป็นการเพิ่มมูลค่าให้สินค้า และให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าอุตสาหกรรมอาหารดั้งเดิม ทำให้มีโอกาสในการแข่งขันสูง ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีความต้องการเฉพาะกลุ่มได้มากกว่าอาหารทั่วไป โดยผู้ประกอบการไทยสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ชิลี เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดชิลี 

_______________________________

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงซันติอาโก

เมษายน 2569


 

 

 

 

 


 

                                   

                                                             

 

 

 

 


 

                                                             

 


[1]A Chilean courier service operating in the central coastal region -(https://www.litoralpress.cl/SimbiuPDF/2025/08/18/6107197.pdf 

A Bolivian multimedia agricultural magazine - https://publiagro.com.bo/2025/09/continua-la-tendencia-bajista-de-los-precios-mundiales-del-arroz/ 


 


[1]The world's largest market research aggregator and online store -https://www.researchandmarkets.com/reports/6076865/chile-rice-market-report-forecast 

A leading U.S.-based aggregator and distributor of global market research reports and intelligence - https://www.marketresearch.com/Expert-Market-Research-v4220/Chile-Rice-Forecast-40970239/ 

Chile Ministry of Agriculture - www.minagri.gob.cl


 


[1] A market research and business intelligence firm specializing in custom and syndicated reports on industries across Spain, Latin America, and emerging markets - https://www.informesdeexpertos.com/informes/mercado-latinoamericano-del-arroz 

The Chile´s rice industry (updated) REV.pdf
Share :
Instagram