
มาตรการส่งเสริมการใช้พลาสติกรีไซเคิลในญี่ปุ่น
สตท. ณ เมืองฮิโรชิมา
ญี่ปุ่นจัดได้ว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้มีการดำเนินการมาเป็นเวลานานในการลดการใช้พลาสติกซึ่งก่อให้ เกิดมลภาวะต่อโลก ตลาดพลาสติกรีไซเคิลของญี่ปุ่นได้พัฒนาภายใต้ระบบนิเวศที่ล้ำหน้าที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในการเก็บรวบรวมและแปรรูปพลาสติก โดยระบบดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากการคัดแยกขยะของครัวเรือนที่เข้มงวดมานานหลายทศวรรษ และการมีโครงสร้างพื้นฐานที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเก็บรวบรวมภาชนะและบรรจุภัณฑ์
ในปี 2023 อุตสาหกรรมรีไซเคิลพลาสติกของญี่ปุ่นได้มีการแปรรูปขยะพลาสติกมากเป็นปริมาณถึง 9.24 ล้านตัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของญี่ปุ่นในการต่อสู้กับมลพิษจากพลาสติกและการเสริมสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน แม้ว่าในอดีตที่ผ่านมาพลาสติกส่วนใหญ่ถูกนำไปรีไซเคิลเป็นความร้อน (Plastic Heat Recycle) มากกว่าการรีไซเคิลวัสดุ (Material Recycle) แต่ปัจจุบันญี่ปุ่นสามารถบรรลุอัตราการกู้คืนขยะพลาสติกได้ถึงประมาณ 85%
กฎหมายและมาตรการสำคัญเพื่อส่งเสริมพลาสติกรีไซเคิล
ยุทธศาสตร์การหมุนเวียนทรัพยากรพลาสติก (Plastic Resource Circulation Strategy) ประกาศเมื่อปี 2019 ภายใต้ความท้าทายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดด้านทรัพยากรและของเสีย ปัญหาขยะพลาสติกในทะเล ภาวะโลกร้อน และมาตรการจำกัดการนำเข้าขยะของกลุ่มประเทศในเอเชีย ญี่ปุ่นได้จัดทำ "ยุทธศาสตร์การหมุนเวียนทรัพยากรพลาสติก" โดยเป็นยุทธศาสตร์ที่กำหนดหลักการพื้นฐานและมาตรการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับหลัก "3Rs" สำหรับพลาสติก (ได้แก่ Reduce - การลดการใช้, Reuse - การนำกลับมาใช้ซ้ำ และ Recycle - การนำกลับมาใช้ใหม่) รวมถึงแนวคิดเรื่อง "Renewable" (ทรัพยากรที่ยั่งยืน) อีกทั้งยังได้มีการกำหนดเป้าหมายระยะต่างๆ สำหรับการรีไซเคิลพลาสติกไว้อย่างชัดเจน ดังนี้
ประเด็น มาตรการ เป้าหมาย
1. การนำกลับมาใช้ใหม่และการรีไซเคิล - ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสำหรับการนำกลับมาใช้ใหม่ - ภายในปี 2025
และการรีไซเคิล
- นำภาชนะและบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลใน - ภายในปี 2030
สัดส่วน 60%
- ใช้ประโยชน์จากพลาสติกที่ผ่านการใช้งานแล้วให้เกิด - ภายในปี 2035
ประสิทธิภาพสูงสุดในสัดส่วน 100% ผ่านการนำกลับ
มาใช้ใหม่ การรีไซเคิล และวิธีการอื่นๆ
2. การลดปริมาณ การรีไซเคิล และ - ลดปริมาณสะสมของพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งลง 25% - ภายในปี 2030
พลาสติกชีวภาพ - เพิ่มอัตราการรีไซเคิลขึ้นเป็นสองเท่า - ภายในปี 2030
- นำพลาสติกชีวภาพมาใช้ในปริมาณประมาณ 2 ล้านตัน - ภายในปี 2030
กฎหมายพื้นฐานว่าด้วยการสร้างสังคมวัสดุหมุนเวียนที่ยั่งยืน (Fundamental Law for Establishing a Sound Material-Cycle Society) ประกาศใช้ในปี 2000 มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างสังคมที่สามารถพัฒนาอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับการส่งเสริมเศรษฐกิจที่มั่นคงซึ่งสร้างภาระต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด โดยกำหนดลำดับความสำคัญสำหรับการจัดการขยะพลาสติก ได้แก่ ลด → นำกลับมาใช้ใหม่ → การรีไซเคิลวัสดุ → การรีไซเคิลทางเคมี → การนำกลับมาใช้เป็นพลังงาน รวมทั้งมีการกำหนดบทบาทของรัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่น ภาคธุรกิจ และประชาชนทั่วไป กฎหมายนี้ยังเป็นกรอบการทำงานโดยรวมสำหรับกฎหมายอื่นๆของญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการและการรีไซเคิลพลาสติกใช้แล้วด้วย
กฎหมายส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรพลาสติก (Act on Promotion of Resource Circulation for Plastics) มีผลใช้บังคับเมื่อปี 2022 เป็นกฎหมายเพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรพลาสติกในรูปแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน กฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดมาตรการต่างๆ สำหรับแต่ละภาคส่วน เช่น สำหรับผู้บริโภค : การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคในการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกอย่างเหมาะสมสำหรับผู้บริโภค สำหรับหน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่น : ระบบส่งเสริมการรีไซเคิลผลิตภัณฑ์โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสำหรับผู้ประกอบการ : การเก็บรวบรวมรวมถึงการรีไซเคิลโดยสมัครใจของภาคธุรกิจ
กฎหมายส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพฉบับแก้ไข (Revised Act on the Promotion of Effective Utilization of Resources) มีผลบังคับใช้เมื่อ 1 เมษายน 2026 โดยเป็นการปรับปรุงกรอบนโยบายไปสู่การเป็นระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นมาตรการสำคัญที่สุดเท่าที่เคยมีมาในการส่งเสริมการเติบโตของตลาดพลาสติกรีไซเคิล โดยเป็นยุทธศาสตร์ระดับประเทศที่มุ่งเป้าเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของทรัพยากรและความสามารถในการแข่งขันด้านอุตสาหกรรม ซึ่งต่างไปจากนโยบายแบบเดิมซึ่งมุ่งเน้นเพียงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและลดขยะ ประเด็นสำคัญของแผนดังกล่าว คือ การสนับสนุนการลงทุนขนาดใหญ่โดยภาครัฐและเอกชนมูลค่า 1 ล้านล้านเยนในด้านต่างๆเช่น การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการรีไซเคิลให้ทันสมัย การนำเทคโนโลยีการรีไซเคิลขั้นสูงมาใช้ การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานแบบหมุนเวียนสำหรับวัสดุรีไซเคิล โดยสำหรับพลาสติกรีไซเคิลแผนดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นความต้องการพลาสติกรีไซเคิลจากฝ่ายผู้ซื้อควบคู่ไปกับการเพิ่มปริมาณอุปทานจากฝ่ายผู้ผลิต นอกจากนั้น ตั้งแต่เดือนเมษายน 2026 ผู้ผลิตจะต้องจัดทำและรายงานแผนการใช้พลาสติกรีไซเคิล อีกทั้งรัฐบาลยังมีแผนที่จะทยอยบังคับใช้ข้อกำหนดเรื่องการใช้พลาสติกรีไซเคิลในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ขวดบรรจุภัณฑ์ ภายในปีงบประมาณ 2028
กฎระเบียบของญี่ปุ่นเกี่ยวกับ rPET มีผลใช้บังคับเมื่อมกราคม 2026 โดยเป็นการกำหนดให้การผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับเครื่องดื่มที่เป็นพลาสติก PET จะต้องใช้พลาสติกรีไซเคิลอย่างน้อย 15% ในขณะเดียวกัน กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) ได้กำหนดให้ใช้ขวดไร้สี ฉลากที่ลอกออกได้ง่าย และฝาปิดที่ปราศจาก PVC ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในด้านความต้องการตลอดห่วงโซ่อุปทานของบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม PET ของญี่ปุ่น ยิ่งไปกว่านั้นยังได้มีการบูรณาการมาตรฐานเหล่านี้เข้ากับกฎหมายส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Purchasing Act) โดยการกำหนดให้ในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น จะต้องเลือกผลิตภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิล rPET เป็นอันดับแรก
นวัตกรรมที่เกี่ยวกับพลาสติกรีไซเคิล
พัฒนาการของตลาดพลาสติกรีไซเคิลในญี่ปุ่นได้รับแรงขับเคลื่อนจากการนวัตกรรมที่สำคัญ เช่น
1. เทคโนโลยีรีไซเคิลทางเคมี ซึ่งผ่านขั้นตอนการทดลองมาเป็นเวลานาน จนในที่สุดในปี 2025 สามารถนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบในเชิงพาณิชย์ได้แล้ว เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นการย่อยสลายพลาสติกใช้แล้วและพลาสติกผสมในระดับโมเลกุลให้กลับไปเป็นแนฟทาหรือโมโนเมอร์ ซึ่งทำให้สามารถนำวัสดุพลาสติกรีไซเคิลไปใช้ในภาคส่วนที่ต้องการมาตรฐานสุขอนามัยสูง เช่น บรรจุภัณฑ์อาหาร ฯลฯ
2. การคัดแยกพลาสติกด้วย AI และหุ่นยนต์ ปัจจุบันสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในอุตสาหกรรมการผลิตพลาสติก ในญี่ปุ่น คือหุ่นยนต์สำหรับคัดแยกพลาสติกด้วยความเร็วสูงซึ่งใช้กล้อง AI และเซ็นเซอร์อินฟราเรดระยะใกล้ (NIR) ทำให้สามารถจำแนกประเภทเรซินของพลาสติกได้อย่างละเอียดแทนการคัดแยกด้วยมือ ซึ่งช่วยยกระดับความบริสุทธิ์ของวัสดุรีไซเคิลให้สูงขึ้นอย่างมาก รวมทั้งยังช่วยลดอัตราการสูญเสียที่เกิดจากการปนเปื้อนลงได้อย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย
3. การนำเทคโนโลยีบล็อกเชนและ Digital Product Passports (DPP) มาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการตรวจสอบ "ที่มา" ของวัสดุรีไซเคิล โดยเป็นเทคโนโลยีซึ่งคิดค้นโดยบริษัทสตาร์ทอัพ ทำให้เกิดความโปร่งใสของที่มาของพลาสติกรีไซเคิลได้ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน
ประเด็นที่จะมีผลกระทบต่อสินค้าส่งออกของไทย กฎหมายและระเบียบต่างๆของญี่ปุ่นซึ่งมุ่งเป้าการลดมลพิษจากพาสติก โดยการส่งเสริมตลาดพลาสติก รีไซเคิล จะมีผลต่อการผลิตสินค้าต่างๆซึ่งมีส่วนประกอบหรือใช้วัสดุที่เป็นพลาสติก รวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติก โดยการใช้พลาสติกที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้จะถูกจำกัดยิ่งขึ้นตามลำดับ จนน่าจะถูกห้ามใช้ในที่สุด ดังนั้น ผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าของไทยซึ่งมีญี่ปุ่นเป็นตลาดเป้าหมายจำเป็นต้องเริ่มพิจารณาการใช้ส่วนประกอบ วัสดุ รวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติกรีไซเคิลเพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบดังกล่าวของญี่ปุ่นซึ่งจะเข้มงวดขึ้นตามลำดับ นอกจากนั้น การใช้พลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) ก็อาจเป็นอีกทางเลือกหนี่ง
กันยายน 2569
ที่มาข้อมูล .
1. รายงานเรื่อง “The recycled plastic market in Japan” (日本の再生プラスチック市場 ) โดย CNET Japan 24 สค. 2026 (https://japan.cnet.com/release/31200654/ )
2. รายงานเรื่อง “The recycled plastic industry : Review of 2025 and Outlook for 2026 ”プラスチックリサイクル業界:2025年の総括と2026年の展望 | โดย Far East Network Co., Ltd 27 ธค. 2025 (https://www.fareastnetwork.co.jp/theme553/theme24271/)
3. รายงานเรื่อง “ Type of recycled plastic and chemical recycle” (プラスチックリサイクルの種類とケミカルリサイクル ) โดย PS Japan Corporation 27 มค. 2025 (https://www.psjp.com/sustainable/column/chemical-recycle/)