
การรับประทานอาหารของชาวจีนในปี 2026 กำลังเปลี่ยนความหมายจากการตอบสนองเรื่องปากท้องไปสู่ประสบการณ์ใหม่ ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มยอมจ่ายเงินเพื่อเข้าครัว ทำอาหารร่วมกับผู้อื่น และใช้เวลาร่วมกันผ่านกิจกรรมที่ผสมผสานทั้งการเรียนรู้ ความบันเทิง และการเข้าสังคม สื่อให้เห็นว่าธุรกิจร้านอาหารของจีนกำลัง เข้าสู่ยุคใหม่ที่ไม่ได้แข่งขันกันเพียงรสชาติหรือราคา แต่แข่งขันกันด้วยคุณค่าที่ลูกค้าจะได้รับตลอดการใช้บริการ
ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจร้านอาหารจีน หลังการฟื้นตัว ของการบริโภคทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องเผชิญกับความท้าทายในการดึงดูดลูกค้า ร้านอาหารในเมืองใหญ่จึง เริ่มปรับบทบาทจากสถานที่รับประทานอาหารไปสู่พื้นที่สำหรับการเรียนรู้ การพักผ่อน การสร้างปฏิสัมพันธ์ และการทำกิจกรรมร่วมกัน เพราะในยุคที่ผู้บริโภคสามารถค้นหาร้านอาหารได้จากแพลตฟอร์มออนไลน์แทบทุกแห่ง การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่ที่เมนูหรือโปรโมชั่นเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าร้านใดสามารถมอบรูปแบบการให้บริการ ที่แตกต่างและทำให้ลูกค้าอยากกลับมาใช้บริการซ้ำได้มากกว่า
ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารจีน ครึ่งปีแรก 2026

ที่มา: https://www.stats.gov.cn/
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนระบุว่า ช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ยอดค้าปลีกสินค้าและบริการของประเทศมีมูลค่า 248,700 ล้านหยวน (ประมาณ 124,360,000 ล้านบาท) ขยายตัว 1.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้ธุรกิจร้านอาหารมีมูลค่า 28,255 ล้านหยวน (ประมาณ 14,130,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 2.8% สูงกว่าอัตราการเติบโตของยอดค้าปลีกรวม นอกจากนี้ ภาคธุรกิจที่พักและร้านอาหารยังมีมูลค่าเพิ่มขยายตัว 5.0% สะท้อนถึงเศรษฐกิจจีนที่ถึงแม้ว่าจะเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่การบริโภคด้านอาหารและบริการยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจภายในประเทศ
รายงานดัชนีการบริโภคธุรกิจร้านอาหารจีน (China Catering Consumption Index : CCI) ยังระบุว่า ตลาดร้านอาหารในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 มีลักษณะเป็นรูปตัว M โดยความต้องการบริโภคจะพุ่งสูงในช่วงวันหยุดสำคัญ ก่อนที่จะชะลอตัวในช่วงวันทำงาน อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนคำสั่งซื้อบางช่วงจะลดลง แต่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิลกลับเพิ่มขึ้น แสดงถึงพฤติกรรมผู้บริโภคว่ายินดีจ่ายมากขึ้นหากได้รับคุณภาพและประสบการณ์ที่ดีกว่าเดิม นอกจากนี้ ดัชนีปริมาณลูกค้าในเดือนพฤษภาคมยังเพิ่มขึ้น 8.5% และเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 10.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ชี้ให้เห็นว่าการรับประทานอาหารนอกบ้านยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก China Food and Beverage Enterprise Development Report 2026 ระบุว่า แม้ธุรกิจร้านอาหารจีนยังคงเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง แต่รายได้ของธุรกิจร้านอาหารทั่วประเทศในปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 5,790,000 ล้านหยวน (ประมาณ 26,500,000 ล้านบาท) โดยในปี 2026 มีอัตราการเพิ่มขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 3.2 บ่งบอกว่าตลาดยังมีศักยภาพในการขยายตัว แต่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องสร้างความแตกต่างมากกว่าการแข่งขันด้านราคา จึงเริ่มหันมาพัฒนาโมเดลธุรกิจที่เน้นสิ่งที่ผู้บริโภคจะได้รับเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับบริการและดึงดูดผู้บริโภคมากขึ้น
แนวโน้มการแข่งขันดังกล่าวชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าในเมืองเศรษฐกิจหลักอย่างนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางธุรกิจอาหารของจีน โดยข้อมูลปี 2026 ระบุว่ามีร้านอาหารนานาชาติมากกว่า 9,415 แห่ง ครอบคลุมอาหารจากกว่า 50 ประเทศ และยังมีร้านอาหารรูปแบบใหม่หรือ First Store เปิดให้บริการแล้ว 105 แห่ง ภายในปีเดียว บ่งบอกว่าผู้ประกอบการไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้านรสชาติหรือราคา แต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแนวคิดการให้บริการและสร้างความแตกต่างผ่านความประทับใจของผู้บริโภคมากขึ้น นอกจากการปรับตัวของผู้ประกอบการแล้ว ภาครัฐของจีนยังเดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมอาหารให้เป็นหนึ่งในเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจเมือง โดยนครเซี่ยงไฮ้ดำเนินโครงการ Global Taste in Shanghai 2026 เพื่อเชื่อมโยงร้านอาหารเข้ากับเทศกาล วัฒนธรรม การท่องเที่ยว กีฬา และกิจกรรมสร้างสรรค์ตลอดทั้งปี
ภายใต้โครงการดังกล่าว มีการจัดกิจกรรมมากกว่า 300 กิจกรรม ครอบคลุมทั้งเทศกาลอาหาร เวิร์กช็อปทำอาหาร กิจกรรมในย่านการค้า และกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้บริโภค ดึงดูดให้ประชาชนออกมาใช้เวลานอกบ้าน และกระตุ้นการใช้จ่ายในภาคบริการ ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทดลองรูปแบบธุรกิจและการให้บริการใหม่ที่เน้นการมีส่วนร่วมของลูกค้ามากขึ้น
ผลจากการดำเนินโครงการเริ่มสะท้อนผ่านตัวเลขของภาคธุรกิจร้านอาหาร โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 จำนวนลูกค้าที่เข้ารับประทานอาหารภายในร้านของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มขึ้น 15.8% ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 14.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นว่าการจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงอาหารเข้ากับประสบการณ์และกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ สามารถช่วยดึงดูดลูกค้าและกระตุ้นการใช้จ่ายได้อย่างเป็นรูปธรรม

ที่มา: https://www.baidu.com/
หนึ่งในตัวอย่างสำคัญที่ได้รับความสนใจในตอนนี้คือกิจกรรม จ่ายเงินเพื่อเข้าครัว ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำอาหาร ตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกวัตถุดิบ การเรียนรู้เทคนิค การประกอบอาหาร การจัดจาน ไปจนถึงการรับประทานอาหารร่วมกับผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดย CBNData ระบุว่า ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ เป็นคนวัยทำงานในเมืองใหญ่ที่ต้องการหากิจกรรมทำร่วมกับเพื่อนหรือครอบครัวหลังเลิกงานและในวันหยุด ทำให้การเข้าครัวไม่ได้เป็นเพียงการเรียนทำอาหาร แต่กลายเป็นกิจกรรมสันทนาการที่สร้างทั้งความสนุก ความสัมพันธ์ และคอนเทนต์สำหรับแบ่งปันบนสื่อสังคมออนไลน์
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของจีนที่ให้ความสำคัญกับการรับประทานร่วมกันมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นมื้ออาหารภายในครอบครัว การเลี้ยงรับรอง หรือการพบปะเพื่อนฝูง ซึ่งล้วนมองว่าอาหารเป็นสื่อกลางของการสร้างความสัมพันธ์ มากกว่าจะเป็นเพียงการบริโภคเพื่อความอิ่ม เมื่อผสมผสานกับพฤติกรรมของคนเมืองรุ่นใหม่ที่ต้องการกิจกรรมในเวลาว่าง ร้านอาหารจึงพัฒนาโมเดลใหม่ที่เปลี่ยนลูกค้าจากผู้รับบริการให้กลายเป็นผู้มีส่วนร่วมในประสบการณ์เดียวกัน สอดรับกับรายงาน Shanghai Global Gourmet Development and Trend Report 2026 ที่มองว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารกำลังเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม ชุมชนเมือง และการท่องเที่ยวอย่างมากยิ่งขึ้น
อีกหนึ่งแนวโน้มที่น่าสนใจในจีน คือ กระแสจ่ายเงินหาเพื่อนร่วมกิจกรรม ซึ่งได้รับความสนใจใน ช่วงเดือนสิงหาคม 2026 โดยผู้ใช้บริการสามารถเลือกหาผู้ร่วมทำกิจกรรม เช่น ทำอาหาร ออกกำลังกาย ปีนเขา และท่องเที่ยว เป็นต้น บ่งชี้ว่าผู้บริโภคจีนให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์และการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจบริการเริ่มพัฒนารูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
ความเห็นสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน:
มณฑลฝูเจี้ยนเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าจับตาสำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 ธุรกิจร้านอาหารมีรายได้ 128,136 ล้านหยวน (ประมาณ 577,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 2.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคมีมูลค่า 1,276,216 ล้านหยวน (ประมาณ 5,743,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 1.6% สะท้อนว่าการใช้จ่ายด้านอาหารและบริการของผู้บริโภคยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะเติบโตในระดับปานกลาง
เมืองเซี่ยเหมินมีบทบาทเป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ที่สำคัญของมณฑลฝูเจี้ยน และเป็นประตูการค้าระหว่างจีนกับอาเซียน จึงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการสำรวจตลาดและสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ นอกจากนี้ เมืองเซี่ยเหมินยังเป็นสถานที่จัดงาน China International Fair for Investment and Trade (CIFIT) ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยงานครั้งล่าสุดมีผู้แทนภาครัฐและภาคธุรกิจจาก 138 ประเทศและภูมิภาค เข้าร่วม กว่า 80,000 ราย และมีการลงนามโครงการลงทุน 1,154 โครงการ ซึ่งแสดงถึงบทบาทของเซี่ยเหมินในฐานะศูนย์กลางการค้าและการลงทุนระดับนานาชาติ
ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ผลิตและผู้ส่งออกวัตถุดิบอาหาร เครื่องปรุงรส อาหารพร้อมปรุง เครื่องดื่ม และผลไม้แปรรูป สามารถใช้มณฑลฝูเจี้ยนเป็นตลาดเริ่มต้นในการสร้างเครือข่ายกับผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจค้าปลีก เพื่อศึกษาความต้องการของผู้บริโภคและพัฒนาช่องทางจำหน่ายให้เหมาะสม ก่อนขยายตลาดไปยังมณฑลอื่นของจีน
สำนักงานฯ เห็นว่า ตลาดมณฑลฝูเจี้ยนมีศักยภาพด้านกำลังซื้อ มีประวัติศาสตร์การย้ายถิ่นฐานของคนจีนโพ้นทะเลที่เชื่อมโยงกับการค้าขายกับกลุ่มประเทศอาเซียน และยังเป็นที่ตั้งของงานแสดงสินค้าและงานสัมมนาที่สำคัญ ผู้ประกอบการไทยที่สนใจขยายตลาดในประเทศจีนอาจใช้มณฑลฝูเจี้ยนในการเปิดตลาดจีน พบปะคู่ค้า และติดตามแนวโน้มของอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อประกอบการวางแผนขยายธุรกิจในระยะยาว
https://www.news.cn
https://www.cbndata.com
https://www.baidu.com/
https://kpmg.com/cn
เรียบเรียงโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน
17 สิงหาคม 2569
17