
สถาบันวิเคราะห์เศรษฐกิจ Rexecode ร่วมกันกับสถาบัน Skema Business School จัดทำรายงานสำรวจความคิดเห็นจากผู้นำเข้าสินค้าในทวีปยุโรปจำนวน 480 รายประจำปี 2026 เพื่อประเมินศักยภาพการแข่งขันในการส่งออกสินค้าฝรั่งเศสเปรียบเทียบกับประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ทั้งหมด 10 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น สเปน เยอรมนี อิตาลี สหราชอาณาจักร ทวีปเอเชีย และกลุ่มประเทศยุโรปกลางและตะวันออก (โปแลนด์ สาธารณะรัฐเช็ก สโลวีเนีย ฮังการี โรมาเนีย บัลแกเรีย เอสโตเนีย ลิทัวเนีย และลัตเวีย) โดยใช้เกณฑ์การประเมินสองด้าน ได้แก่ ความสามารถในการแข่งขันที่ดูจากความคุ้มค่าของคุณภาพ และความสามารถในการแข่งขันด้านราคา ได้ผลสรุปว่า
ความสามารถในการแข่งขันด้านคุณภาพของสินค้าฝรั่งเศสยังคงทำผลงานได้ค่อนข้างดี เมื่อพิจารณาจากเกณฑ์ต่าง ๆ เช่น คุณภาพ ชื่อเสียง ระดับนวัตกรรม บริการที่เกี่ยวข้องกับการขาย หรือความหลากหลายของผู้จัดจำหน่าย มีคะแนนรวมอยู่อันดับที่ 4 รองจากเยอรมนี ญี่ปุ่น และอิตาลี ถึงแม้จะลดลงหนึ่งอันดับจากการสำรวจในปี 2022 แต่สามารถติดสามอันดับแรกของสินค้า 3 ใน 4 ภาคอุตสาหกรรม ได้แก่
อุตสาหกรรมอาหาร (อันดับ 2 จาก 10)
เภสัชกรรมและสุขอนามัย-ความงาม (อันดับ 3)
เครื่องแต่งกายกับเครื่องประดับ (อันดับ 3)
ในขณะที่ความสามารถในการแข่งขันที่ประเมินด้วยปัจจัยด้านราคา ฝรั่งเศสอยู่ในอันดับที่ 6 รองจาก จีน ประเทศในทวีปเอเชีย กลุ่มประเทศยุโรปกลางและตะวันออก อิตาลี และสเปน เรียงตามลำดับ ทั้งนี้ อันดับของฝรั่งเศสลดลงมาต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี หลังจากที่เคยอยู่ในอันดับ 3 ในปี 2020 และอันดับ 5 ในปี 2022 อันดับที่ลดลงมาเนื่องมาจากข้อเสนอสินค้าไม่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้นำเข้า
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาแต่ละประเภทอุตสาหกรรม พบว่าเฉพาะสินค้ากลุ่มเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับของฝรั่งเศสเท่านั้นที่ได้รับการจัดอันดับสูงสุดในด้านความคุ้มค่าระหว่างราคาและคุณภาพ ส่วนสินค้าประเภทอื่นมักถูกมองว่ามีราคาสูงเมื่อเทียบกับคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเภสัชกรรมและผลิตภัณฑ์ด้านสุขอนามัยและความงามซึ่งอยู่ในลำดับสุดท้าย
จากความเห็นของนาย Laurent Ferrara ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศของ Skema และผู้ร่วมจัดทำสำรวจในครั้งนี้ กล่าวว่าในบริบทของการแข่งขันของตลาดส่งออกทั่วโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น สินค้าฝรั่งเศสไม่สามารถแข่งขันได้ในด้านราคา และหากเมื่อใช้คุณภาพเทียบกับราคาแล้วยังคงสูงเกินไป ผลสะท้อนนี้แสดงให้เห็นได้จากมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกในปี 2025 มียอดการขาดดุลการค้าอยู่ที่ประมาณ 70,000 ล้านยูโร โดยปริมาณการส่งออกสินค้าอาหาร เภสัชกรรม ผลิตภัณฑ์สุขอนามัย-ความงาม และสินค้าเครื่องใช้ในครัวเรือนสู่สหภาพยุโรปลดลงเกือบครึ่งหนึ่งในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เห็นได้จากสัดส่วนการส่งออกสินค้าเข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรปในช่วงระหว่างปี 1996-2024 (ภาพประกอบด้านล่าง)

นาย Olivier Redoulès และนาง Marlène Goncalves Andrade นักเศรษฐศาสตร์ประจำสถาบัน Rexecode แสดงความเห็นว่า ถึงแม้ฝรั่งเศสจะใช้ความพยายามอย่างมากในการลดต้นทุนแรงงานและภาษีในประเทศเพื่อให้ต้นทุนสินค้ามีราคาลดลง แต่หากเทียบกับประเทศอื่นๆแล้วยังคงไม่เพียงพอ
นอกจากฝรั่งเศสแล้ว เยอรมนีเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ประสบกับปัญหาในการแข่งขันทางด้านราคาเช่นเดียวกัน โดยได้คะแนนรวมในลำดับที่ 7 รองจากฝรั่งเศส แต่กลับได้ลำดับที่ 1 ในด้านความสามารถในการแข่งขันด้านความคุ้มค่าของคุณภาพ ซึ่งคุณภาพสินค้าเยอรมันสามารถชดเชยจุดอ่อนในด้านราคาในสายตาผู้ซื้อจากต่างประเทศ
ประเทศที่มีพัฒนาการอย่างมากในด้านการแข่งขันด้านคุณภาพของสินค้า ได้แก่ อิตาลีและจีน ซึ่งอิตาลีเลื่อนจากอันดับสุดท้ายในปี 2022 ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 4 และ จีนจากลำดับท้ายในปี 2010 ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 2 ในปัจจุบัน
สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความท้าทายเป็นอย่างมากให้กับผู้ประกอบการฝรั่งเศส นอกจากจะต้องเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคาแล้วยังต้องยกระดับมาตรฐานสินค้าให้สูงขึ้นด้วย ซึ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสินค้าจากจีนการต่อสู้ด้านราคาทำได้ไม่ง่ายนัก ในขณะเดียวกันคุณภาพสินค้าฝรั่งเศสหลายอย่างลดลงและกำลังถูกสินค้าจากประเทศคู่แข่งตามหลัง โดยเฉพาะจีนที่ยกระดับการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สินค้าฝรั่งเศสยังคงมีชื่อเสียงและมีความหน้าเชื่อถือในด้านอุตสาหกรรมอาหาร เป็นจุดแข็งของฝรั่งเศสได้คะแนนเป็นอันดับ 1 นอกเหนือจากนั้นได้แก่ การออกแบบ นวัตกรรม และระยะเวลาในการจัดส่งที่ได้เปรียบสินค้าจากจีน อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าฝรั่งเศสจำเป็นต้องเลือกและมุ่งเน้นความพยายามไปยังอุตสาหกรรมที่ฝรั่งเศสมีความสามารถสำคัญสูงสุดเป็นหลัก
ความเห็น สคต.
ในปี 2025 ฝรั่งเศสส่งออกสินค้าทั่วโลกคิดเป็นมูลค่า 615,000 ล้านยูโรเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 ผ่านผู้ประกอบการ 152,000 ราย การนำเข้าสินค้าคิดเป็นมูลค่า 684,000 ล้านยูโร เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 คิดเป็นมูลค่าการเสียดุลการค้า 69,200 ล้านยูโรซึ่งลดลงจากปี 2024 (79,000 ล้านยูโร)
โดยฝรั่งเศสส่งออกสินค้าให้ไทยคิดเป็นมูลค่า 1,595 ล้านยูโร ลดลงร้อยละ 0.07 และนำเข้าสินค้าจากไทย 2,419 ล้านยูโร เพิ่มขึ้นจากปี 2024 ( 2,346 ล้านยูโร) ร้อยละ 3.11 สินค้านำเข้าสำคัญ 7 อันดับแรก ได้แก่
หมวดมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า(ไม่รวมถึงชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า) (HS Code 85) คิดเป็นมูลค่า 529 ล้านยูโร เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.18
หมวดเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ แท่งเชื้อเพลิง (คาร์ทริดจ์) ที่ยังไม่ได้ใช้ของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ รวมทั้งเครื่องจักรและเครื่องอุปกรณ์สำหรับการแยกไอโซโทป (HS Code 84) คิดเป็นมูลค่า 495 ล้านยูโร เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.91
เส้นใยนำแสงและกลุ่มเส้นใยนำแสง เคเบิลใยนำแสง นอกจากเคเบิลใยนำแสงตามประเภท 85.44 แผ่นบาง และแผ่นทำด้วยวัตถุโพลาไรส์ รวมทั้งเลนส์ (รวมถึงคอนแทกเลนส์) ปริซึม กระจกเงา และวัตถุเชิงทัศนศาสตร์อื่น ๆ ทำด้วยวัตถุใดก็ตาม ไม่ได้ประกอบ นอกจาก ของดังกล่าวทำด้วยแก้วที่ไม่ได้ตกแต่งเพื่อใช้งาน ทางทัศนศาสตร์ (HS Code 90) มูลค่า 273 ล้านยูโร ลดลงร้อยละ 6
ยางธรรมชาติ บาลาตา กัตตาเปอร์ชา กวายูล ชิเคิล และกัมธรรมชาติที่คล้ายกัน ในลักษณะขั้นปฐม หรือเป็นแผ่น แผ่นบาง หรือเป็นแถบ (HS Code 40) มูลค่า 181 ล้านยูโร ลดลงร้อยละ 9.7
ยานบกนอกจากรถที่เดินบนรางรถไฟหรือรางรถราง ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบของยานดังกล่าว (HS Code 87) มูลค่า 129 ล้านยูโร ลดลงร้อยละ 6.42
ไข่มุก, ไข่มุกธรรมชาติหรือไข่มุกเลี้ยง รัตนชาติหรือกึ่งรัตนชาติ โลหะมีค่า โลหะที่หุ้มติดด้วยโลหะมีค่า และของที่ท าด้วยของดังกล่าว เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณที่เป็นของเทียม เหรียญกษาปณ์ (HS Code 71) คิดเป็นมูลค่า 114 ล้านยูโร ลดลงร้อยละ 16.32
ข้าว (HS Code 1004) มูลค่า 73.29 ล้านยูโร เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.97
จะเห็นได้ว่ายอดการนำเข้าสินค้าจากไทยมีแนวโน้มขยายตัวเล็กน้อยในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นขณะนี้ อาจส่งผลเปลี่ยนแปลงต่อความต้องการสินค้าบางประเภททั้งในตลาดฝรั่งเศสและทั่วโลก ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรเร่งพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมคุณภาพสินค้า การพัฒนาด้านการออกแบบ ระบบขนส่งและบริการ และการกำหนดราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพ ปัจจัยทั้งหมดรวมกันเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนการขยายตลาดส่งออกและเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต
ที่มาของข่าว
Dominique Chapuis
ข้อมูลจาก Les Echos
https://www.rexecode.fr/media/documents/document-de-travail/2026/etude-competitivite-skema-rexecode-document-de-travail-n.101-mars-2026