fb
สงครามในตะวันออกกลางดันราคาเชื้อเพลิงพุ่ง ผู้ผลิตอาหารแคนาดาเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมขนส่งเพิ่ม

สงครามในตะวันออกกลางดันราคาเชื้อเพลิงพุ่ง ผู้ผลิตอาหารแคนาดาเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมขนส่งเพิ่ม

โดย
Petra
ลงเมื่อ 19 เมษายน 2569 18:00
สคต. ณ นครแวนคูเวอร์ (แคนาดา) (TTC, Vancouver (Canada))
2

ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ และเริ่มส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วได้กลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อผู้ผลิตอาหารในแคนาดา หลายบริษัทเริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหว จนต้องนำมาตรการเรียกเก็บ “ค่าธรรมเนียมพิเศษด้านเชื้อเพลิง” จากร้านค้าปลีก (Retail Store) มาใช้ การเคลื่อนไหวดังกล่าวนับเป็นสัญญาณเตือนว่า ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งอยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว อาจปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้

รายงานจาก CBC เปิดเผยข้อมูลจากเอกสารภายในว่า ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอาหารรายใหญ่ (Distributor) อาทิ บริษัท Maple Leaf, Sunrise Farms และ Tree of Life ได้เริ่มแจ้งการปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมขนส่งในรูปแบบที่แตกต่างกัน โดยบางรายเรียกเก็บเป็นอัตราคงที่ต่อเที่ยวการจัดส่ง ขณะที่บางรายคำนวณตามน้ำหนักสินค้า โดยเฉพาะในกลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูปและสัตว์ปีก ซึ่งต้องอาศัยระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิเป็นพิเศษ ทั้งนี้ Maple Leaf เรียกเก็บเพิ่ม 11 เซนต์ต่อกิโลกรัม ส่วน Sunrise Farms เรียกเก็บ 5 เซนต์ต่อกิโลกรัม พร้อมค่าธรรมเนียมคงที่อีก 10 ดอลลาร์แคนาดาต่อการขนส่งหนึ่งครั้ ผู้ประกอบการในกลุ่ม Distributor ให้เหตุผลว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งน้ำมันของโลก เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้นทุนพุ่งสูงเกินควบคุม พร้อมย้ำว่ามาตรการดังกล่าวเป็นเพียงชั่วคราว และจะมีการปรับเปลี่ยนตามภาวะตลาดเป็นรายสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้ย่อมถูกส่งต่อไปยังร้านค้าปลีกในฐานะผู้รับสินค้า ซึ่งมีศักยภาพในการรับมือแตกต่างกันไปตามขนาดธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่ยอมรับว่าอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องผลักภาระต้นทุนบางส่วนไปยังผู้บริโภค โดยเฉพาะสินค้าเน่าเสียง่าย เช่น เนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้สด ซึ่งต้องมีการจัดส่งบ่อยครั้ง แม้การปรับราคาขึ้นเพียงเล็กน้อยต่อหน่วยอาจดูไม่มาก แต่เมื่อสะสมในระยะยาว ย่อมส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ

ในขณะที่ผู้ค้าปลีกรายย่อยต้องรับภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น กลุ่มผู้ค้าปลีกขนาดใหญ่กลับมีอำนาจต่อรองสูงกว่า ตัวอย่างเช่น กลุ่มบริษัท Empire ผู้บริหารห้าง Sobeys และ Safeway ได้ปฏิเสธการจ่ายค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่ม โดยเห็นว่าเป็นความรับผิดชอบของผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายในการบริหารต้นทุน ขณะที่กลุ่มบริษัท Loblaw และ Metro ระบุว่าอยู่ระหว่างการเจรจาเป็นรายกรณี

ประเด็นที่น่ากังวลยิ่งไปกว่าการปรับขึ้นราคาในระยะสั้น คือความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการต่อคำว่า “ชั่วคราว” เนื่องจากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมอาหารที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า เมื่อมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมใดแล้ว แม้ต้นทุนจะลดลงในภายหลัง ค่าธรรมเนียมดังกล่าวมักยังคงอยู่ หรือปรับลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สถานการณ์ครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นความขัดแย้งด้านต้นทุนระหว่างผู้ผลิตและผู้ค้าปลีก แต่ยังสะท้อนถึงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานอาหาร ซึ่งท้ายที่สุดผู้บริโภคคือผู้ที่ต้องแบกรับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ความเห็น สคต.
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมิได้เป็นเพียงวิกฤตราคาพลังงาน แต่กำลังพัฒนาไปสู่แรงกดดันต่อระบบอาหารโลก ผู้ประกอบการและผู้บริโภคทั้งในแคนาดาและไทยมีแนวโน้มต้องเผชิญกับต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญคาดว่าสินค้าที่จะได้รับผลกระทบในระยะแรก ได้แก่ สินค้านำเข้า เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม รวมถึงผักและผลไม้สด ซึ่งต้องพึ่งพาการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ

สำหรับสินค้าอาหารไทยในตลาดแคนาดา ต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จะส่งผลให้ราคาสินค้าบนชั้นวางสูงขึ้น และอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้นำเข้าสินค้าอาหารไทยในรัฐบริติชโคลัมเบีย พบว่าได้รับแจ้งการปรับขึ้นราคาจากผู้ส่งออกในประเทศไทยแล้ว และคาดว่าร้านค้าปลีกจะเริ่มทยอยปรับราคาสินค้าตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้เป็นต้นไป


 

Share :
Instagram