fb
กฎระเบียบว่าด้วยการป้องกันการฟอกเขียวในการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

กฎระเบียบว่าด้วยการป้องกันการฟอกเขียวในการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

โดย
Methenee
ลงเมื่อ 05 พฤศจิกายน 2569 20:13
สคต. ณ กรุงวอร์ซอ (โปแลนด์) (TTC, Warsaw (Poland))
1

ประเทศโปแลนด์กำลังดำเนินการบังคับใช้ข้อกำหนดสหภาพยุโรป (EU Directive 2024/825) เพื่อปราบปรามการฟอกเขียว (Greenwashing) ในธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นการกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องแสดงหลักฐานที่สามารถพิสูจน์และตรวจสอบได้อย่างชัดเจนเมื่อมีการกล่าวอ้างข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม

กฎเกณฑ์ใหม่นี้คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในประเทศโปแลนด์ในวันที่ 27 กันยายน 2027 ซึ่งล่าช้ากว่ากำหนดการตามกรอบของสหภาพยุโรปหนึ่งปี โดยจะกำกับดูแลการใช้ถ้อยคำทางการตลาดที่มีความคลุมเครืออย่างเข้มงวด เช่น คำว่า "เป็นมิตรต่อระบบนิเวศ" (ecological), "สีเขียว" (green), "เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ" (climate-friendly) หรือ "อีโค" (eco)

การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ต่อผู้ประกอบการที่ทำธุรกรรมกับผู้บริโภคโดยตรง (B2C) ทุกรายโดยไม่จำกัดขนาดขององค์กร ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ร้านค้าออนไลน์ขนาดเล็ก ผู้ขายบนแพลตฟอร์มตลาดกลางออนไลน์ ไปจนถึงแบรนด์สินค้าต่างๆ

ผู้ประกอบการจะไม่สามารถใช้ข้อความกล่าวอ้างด้านสิ่งแวดล้อมแบบกว้างๆ โดยปราศจากหลักฐานสนับสนุนที่แท้จริงได้อีกต่อไป ตัวอย่างเช่น หากมีเพียงบรรจุภัณฑ์เท่านั้นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผู้ประกอบการจะไม่สามารถโฆษณาสินค้าทั้งชิ้นว่าเป็นผลิตภัณฑ์สีเขียวได้ แต่จะต้องระบุข้อความกล่าวอ้างที่เจาะจงและสามารถตรวจสอบได้จริง อาทิเช่น บรรจุภัณฑ์นี้ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิลร้อยละ 80

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ส่งผลให้ประเด็นการฟอกเขียวมิได้เป็นเพียงเรื่องของการประชาสัมพันธ์หรือการรักษาชื่อเสียงขององค์กรอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายและความท้าทายด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบในการดำเนินงาน ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องตรวจสอบจุดสัมผัสลูกค้าทั้งหมดอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของสินค้า การจัดหมวดหมู่ ตัวกรองค้นหาสินค้า ป้ายโฆษณา สื่อสังคมออนไลน์ จดหมายข่าวประชาสัมพันธ์ รายการสินค้าบนตลาดกลางออนไลน์ ตลอดจนบรรจุภัณฑ์ของสินค้า ยิ่งไปกว่านั้น ระบบประมวลผลอัตโนมัติ เช่น ระบบจัดการข้อมูลผลิตภัณฑ์ (PIM) หรือฟีดข้อมูลสินค้า อาจกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ข้อผิดพลาดด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบแพร่กระจายไปทั่วทุกแพลตฟอร์มโดยไม่เจตนา

นอกจากนี้ ตราสัญลักษณ์รับรองความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ภาคเอกชนหรือแบรนด์จัดทำขึ้นเองโดยไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานมาตรฐานจะถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดขึ้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากผู้ผลิต ทั้งในมิติด้านสิ่งแวดล้อม ความทนทาน และความสามารถในการซ่อมแซม เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้บริโภค ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจะต้องแสดงข้อมูลที่เป็นมาตรฐานเดียวกันเกี่ยวกับการรับประกันสินค้าและการอัปเดตซอฟต์แวร์ด้วย

การฝ่าฝืนข้อบังคับใหม่เหล่านี้อาจมีโทษปรับขั้นรุนแรง โดยอาจมีอัตราโทษปรับสูงสุดถึงร้อยละ 10 ของรายได้รวมของบริษัท แม้ว่าจะมิใช่การลงโทษโดยอัตโนมัติในทันทีก็ตาม ทั้งนี้ จึงมีข้อเสนอแนะให้ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เริ่มดำเนินการตรวจสอบการสื่อสารทางการตลาด และปรับปรุงระบบข้อมูลผลิตภัณฑ์ของตนตั้งแต่บัดนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามกรอบกฎหมายและป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเชิงระบบในอนาคต

 

ข้อมูลเพิ่มเติม/ข้อคิดเห็นของสคต. วอร์ซอ

กฎระเบียบใหม่นี้เป็นความท้าทายที่ผู้ส่งออกและผู้ขายสินค้าไทยบนแพลตฟอร์มออนไลน์ในยุโรปต้องเตรียมรับมืออย่างเร่งด่วน สคต. ขอแนะนำให้ผู้ประกอบการไทยตรวจสอบฉลากสินค้าและคำอธิบายผลิตภัณฑ์ (Product Description) บนช่องทางออนไลน์ทั้งหมดให้มีความโปร่งใส ไม่กล่าวอ้างเกินจริง และต้องเตรียมเอกสารรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นสากลไว้เป็นหลักฐาน การปรับตัวล่วงหน้าไม่เพียงแต่จะช่วยป้องกันโทษปรับที่รุนแรง แต่ยังเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์สินค้าไทยในสายตาผู้บริโภคชาวยุโรปที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างแท้จริง

 

ที่มา:  marketingibiznes.pl

 

Share :
Instagram