fb
รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประจำเดือนกันยายน 2568

รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประจำเดือนกันยายน 2568

โดย
Yin
ลงเมื่อ 03 ตุลาคม 2568 12:15
สคต. ณ กรุงย่างกุ้ง (เมียนมา) (TTC, Yangon (Myanmar))
74
  1. ภาพรวมเศรษฐกิจ/ สถานการณ์สำคัญ

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศของโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จนถึงปีงบประมาณ 2025-2026 (ณ เดือน สิงหาคม 2568) มีมูลค่าทั้งสิ้น 74,947.508 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ยังคงลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ฮ่องกง 4) สหราชอาณาจักร และ 5) ไทย ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 5 มูลค่า 4,504.783ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 6.19 โดยมีโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จำนวน 106 โครงการ

1.1 เครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) รายงานล่าสุด (ข้อมูล เม.. 68) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของเมียนมา (GDP) ปี 67 ขยายตัวร้อยละ 1.1 อัตราเงินเฟ้อ ปี 67 อยู่ที่ร้อยละ 26.50 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per Capita) ปี 67 อยู่ที่ระดับ 1,179 เหรียญสหรัฐฯ รวมทั้งคาดการณ์ ปี 68 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของเมียนมา (GDP) ปี 68 คาดว่าขยายตัวร้อยละ 1.9 อัตราเงินเฟ้อ ปี 68 คาดว่าร้อยละ 30 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per Capita) ปี 68 คาดว่า 1,187 เหรียญสหรัฐฯ ดังตาราง

ตารางที่ 1 – เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจเมียนมา

ตัวชี้วัดทาง

เศรษฐกิจที่สำคัญ

ปี 2561

ปี 2562

ปี 2563

ปี 2564

ปี 2565

ปี 2566

ปี 2567

 

ปี 2568

(คาดการณ์)

GDP Growth (%)

6.3%

6.6%

-9%

-11.99%

4.0%

0.99%

-1.1%

1.9%

GDP (billions of US$)

66.7

68.8

81.26

68.05

61.77

64.51

64.28

65.01

GDP per Capita (US$)

1,270

1,300

1,530

1,271

1,146

1,190

1,179

1,187

Inflation (%)

7.3

9.1

2.2

9.60

28.00

25.48

26.50

30.00

ที่มา: IMF  https://www.imf.org/en/Publications/WEO/weo-database/2025/april

1.2 อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

ตารางที่ 2 เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเงินจ๊าตต่อสกุลเงินสำคัญ ก.ย. 67 และ ก.ย.68

ประเทศ/สหภาพ

สกุลเงิน

อัตราทางการ

สิ้นเดือน ก.ย. 67

อัตราทางการ

สิ้นเดือน ก.ย. 68

อัตราตลาดออนไลน์

สิ้นเดือน ก.ย. 68

อัตราตลาด

สิ้นเดือน ก.ย. 68

USA 

USD

2,100.00 MMK

2,100.0 MMK

3,633.00 MMK

4,090.00MMK

Euro

EUR

2,346.30 MMK

 2,462.15 MMK

4,259.51 MMK

4790.00 MMK

Singapore 

SGD

1,609.10 MMK

1,628.48 MMK

2,817.26 MMK

3,165.00 MMK

Thailand

THB

61.59 MMK

65.12 MMK

112.65 MMK

126.00 MMK

                    ข้อมูลจากธนาคารกลางเมียนมา https://forex.cbm.gov.mm/index.php/fxrateMyanmar Market Price Application

1.3 ภาวะการลงทุน

1.3.1 มูลค่าการลงทุนตามรายประเทศนักลงทุนสำคัญ

ภาพรวมด้านการลงทุนทางตรงของต่างประเทศในเมียนมา (FDI) ในเดือนมิถุนายน 256คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเมียนมา (Myanmar Investment Commission : MIC) อนุมัติโครงการไปแล้ว คิดเป็นมูลค่า 129.393 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ดังตาราง

ตารางที่ 3ประเทศที่มีการลงทุนทางตรง FDI ในเมียนมา เดือนสิงหาคม 2568

อันดับ

ประเทศ

มูลค่าการลงทุน 

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

ส.ค. 68

สัดส่วน (%)

1

สิงคโปร์

36.226

27.99%

2

จีน

33.063

25.55%

3

ไทย

31.589

24.41%

4

ฮ่องกง

27.120

20.95%

5

เกาหลีใต้

0.500

0.38%

6

ญี่ปุ่น

0.500

0.38%

7

ไต้หวัน

0.395

0.30%

 

รวม

129.393

100%

https://www.dica.gov.mm

ตารางที่ 4 - มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เคยได้รับอนุญาตสะสม จนถึงปีงบประมาณ 2025-2026

image.png

                                                         https://www.dica.gov.mm

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เคยได้รับอนุญาตสะสมจนถึงปีงบประมาณ 2025-2026 (ณ สิงหาคม 2568) มีมูลค่าทั้งสิ้น 96,046.333 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่เข้ามาลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ไทย 4) ฮ่องกง และ 5) สหราชอาณาจักร ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 3 มูลค่า 11,716.417 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 12.49 โดยมีโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว จำนวน 160 โครงการ

 

 

ตารางที่ 5 - มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่ยังดำเนินการอยู่ จนถึงปีงบประมาณ 2025-2026

image.png

                                                                                         https://www.dica.gov.mm 

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศของโครงการที่ยังดำเนินการอยู่จนถึงปีงบประมาณ 2025-2026 (ณ เดือนสิงหาคม 2568) มีมูลค่าทั้งสิ้น 74,947.508 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ยังคงลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ฮ่องกง 4) สหราชอาณาจักร และ 5) ไทย ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 5 มูลค่า 4,504.783 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 6.19 โดยมีโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จำนวน 106 โครงการ

 

1.3.2 มูลค่าการลงทุนตามประเภทสาขาการลงทุนที่สำคัญ

ในส่วนของอุตสาหกรรมที่ต่างชาติลงทุนในเมียนมาของปีงบประมาณ 2025 - 2026 ในเดือน สิงหาคม 2568 รายละเอียดดังตาราง

ตารางที่ 6 – อุตสาหกรรมที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในเมียนมาปีงบประมาณ 2025-2026 (ส.ค. 68)

อันดับ

ประเภทธุรกิจ

มูลค่า 

(ล้านเหรียญสหรัฐ)

ส.ค. 68

สัดส่วน (%)

1

Manufacturing

93.396

72.18%

2

Power

9.908

7.65%

3

Services

2.589

2.00%

4

Livestock&Fisheries

2.500

1.93%

5

Agriculture

0.525

0.40%

 

รวม

129.393

100%

          https://www.dica.gov.mm

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตารางที่ 7 สาขาการลงทุนจากต่างประเทศที่ยังดำเนินการอยู่ จนถึงปีงบประมาณ 2025-2026 

         image.pnghttps://www.dica.gov.mm

2. สถานการณ์การค้า (การนำเข้า-ส่งออก) ของเมียนมา

1) สถิติการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา (ข้อมูล GTA: .. –.. 68)

ตารางที่ 8 – มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา (ม.. –.. 2568)

                                                                                                หน่วย : ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Export

Import

Trade Volume

2025

2024

%

2025

2024

%

2025

2024

%

Jan-July

Jan-July

change

Jan-July

Jan-July

change

Jan-July

Jan-July

change

11,951

12,429

-4%

12,752

12,775

-0.18%

24,703

25,204

-2%

 GTA: Global Trade Atalas

ในเดือนมกราคม  กรกฎาคม 2568 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศโดยรวมของเมียนมามีมูลค่า 24,703 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 2%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยในส่วนของการส่งออกมีมูลค่า 11,951 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 4% การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศของเมียนมามีมูลค่า 12,752 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 0.18% ทั้งนี้ ในเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2568 เมียนมาได้ดุลการค้าเป็นมูลค่า 801 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 

สินค้าที่เมียนมาส่งออก ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องแต่งกาย ก๊าซธรรมชาติ พืชพันธุ์ ผักต่างๆ  สินแร่ รองเท้า ยางพารา  ปลา สัตว์น้ำ ไม้ เมล็ดน้ำมัน อัญมณี เป็นต้น 

สินค้าที่เมียนมานำเข้า ที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องจักรกล ผ้าทอ เส้นด้าย ยานพาหนะ พลาสติก เหล็ก ปุ๋ย เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ยา เป็นต้น

2) ข้อมูลล่าสุดของกระทรวงพาณิชย์เมียนมา (เม.. - มิ.. 67)

* กระทรวงพาณิชย์เมียนมา เปิดเผยข้อมูลล่าสุดเดือน มิ.. 67 โดยข้อมูลหลังจากนั้นไม่มีการเผยแพร่เพิ่มเติม*

                สินค้าส่งออกสำคัญของเมียนมา

ตารางที่ 9 – มูลค่าการส่งออกสินค้าที่สำคัญของเมียนมา (เมษายน – มิถุนายน 2567) ที่มา : กระทรวงพาณิชย์เมียนมา

ลำดับ

สินค้า

มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

สัดส่วน  (%)

1

MANUFACTURING GOODS

1,896.82

53.06%

2

AGRICULTURAL PRODUCTS

1,405.20

39.31%

3

MARINE PRODUCTS

144.973

4.05%

4

MINERALS

46.838

1.31%

5

FOREST PRODUCTS

15.521

0.43%

6

ANIMAL PRODUCTS

1.851

0.05%

7

OTHER PRODUCTS

63.302

1.77%

 

รวม

3,574.520

100.0%

 

สินค้านำเข้าสำคัญของเมียนมา

     ตารางที่ 10 – มูลค่าการนำเข้าสินค้าที่สำคัญของเมียนมา (เมษายน – มิถุนายน 2567) ที่มา : กระทรวงพาณิชย์เมียนมา

ลำดับ

สินค้า

มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

สัดส่วน (%)

1

สินค้า  Commercial Raw material

1,985.968

59.60%

2

สินค้า  Investment Goods

519.433

15.58%

3

สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Goods)

826.467

24.80%

 

รวม

3,331.868

    100%

ในช่วงเดือนเมษายน - มิถุนายน 2567 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศโดยรวมของเมียนมามีมูลค่า 6,906.388 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มูลค่าการส่งออกของเมียนมามี 3,574.520 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมูลค่าการนำเข้าของเมียนมามี 3,331.868 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้เมียนมาได้ดุลการค้าเป็นมูลค่า 242.652 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

สินค้าที่เมียนมาส่งออก ที่สำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม การเกษตร ประมง สินแร่ ผลิตภัณฑ์ป่าไม้ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เป็นต้น

สินค้าที่เมียนมานำเข้า ที่สำคัญ ได้แก่ วัตถุดิบ สินค้าทุน สินค้าอุปโภคบริโภค เป็นต้น

 

 3) สถานการณ์การค้าระหว่างไทย – เมียนมา (ข้อมูลกรมศุลกากรไทย: .. –.. 68)

ตารางที่ 11 สรุปมูลค่าการค้าระหว่างไทย – เมียนมา

รายการ

มูลค่า: ล้านเหรียญสหรัฐฯ

อัตราขยายตัว (%)

สัดส่วน (%) / โลก

2567

ม.ค. – ..

2568

ม.ค. – ..

2567

ม.ค. – ..

2568

ม.ค. – ..

2567

ม.ค. – ..

2568

ม.ค. – ..

มูลค่าการค้า

4,810

5,060

-8.3

4.94

1.21

1.13

การส่งออกของไทย

2,672

2,961

-11.66

9.76

1.36

1.33

การนำเข้าของไทย

2,138

2,099

-3.8

-1.8

1.05

0.93

ดุลการค้าของไทย

534

862

-33.50

38.05

 

 

       ที่มา : Thailand’s Trade Statistic (moc.go.th)

ปี 2568 มูลค่าการค้ารวมระหว่างไทยและเมียนมาระหว่างเดือนมกราคม - สิงหาคม มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 5,060 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.94 จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยไทยมีการส่งออกไปยังเมียนมาเป็นมูลค่า 2,961 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.76 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากการขอใบอนุญาตนำเข้าสินค้าของประเทศเมียนมาใช้เวลานาน สำหรับการนำเข้าสินค้าจากเมียนมามายังประเทศไทยมีมูลค่า 2,099 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 1.8 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ไทยได้ดุลการค้าเป็นมูลค่า 862 ล้านเหรียญสหรัฐ 

สินค้าที่ไทยส่งออกไปเมียนมา ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์ น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรอืนๆ เม็ดพลาสติก เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ปูนซิเมนต์ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ เป็นต้น

image.png

สินค้าที่ไทยนำเข้าจากเมียนมา ที่สำคัญ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สัตว์น้ำสด 

แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป กาแฟ ชา เครื่องเทศ ลวดและสายเคเบิล ไม้ซูง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ กล้อง เสนส์และอุปกรณ์การถ่ายรูป ถ่ายภาพยนตร์ เป็นต้น

image.png

 

 

 

3. สถานการณ์สำคัญ 

3.1 ทางเลือกการขนส่งไทย-เมียนมา (ท่าเรือระนอง-ย่างกุ้ง)รองรับผลกระทบจากการปิดชั่วคราว สะพาน 2 ฝั่งเมียวดี

จากสถานการณ์ “สะพาน 2 ฝั่งเมียวดี ปิดชั่วคราว” ตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. 68 ถึงปัจจุบัน ซึ่งต้องติดตามต่อไป ว่าจะเปิดเมื่อใด รวมทั้งเมียนมาได้เพิ่มความเข้มข้นการสกัดปราบปรามสินค้าลักลอบนำเข้ากับทุกช่องทางการค้า โดยสินค้าที่นำเข้าจากทุกประเทศ ทั้งนำเข้าจากไทยและจากประเทศอื่นๆ ต้องมีใบอนุญาตนำเข้า (Import License) จึงสามารถนำเข้าสู่เมียนมาได้ 

ผลกระทบ/โอกาส การปิดชั่วคราว สะพาน 2 ฝั่งเมียวดี เมียนมา ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่าจะเปิดเมื่อใด “เป็นข้อจำกัด” ต่อการค้าและการขนส่งของไทยผ่านช่องทางดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สามารถ “พิจารณาเส้นทางอื่นๆ ขนส่งทดแทน” เนื่องจากไทยและเมียนมามีพรมแดนติดกันตั้งแต่เหนือจรดใต้ (เชียงรายถึงระนอง) เช่น ด่านแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก จ.เชียงราย สามารถเชื่อมโยงภาคเหนือของไทยกับภาคเหนือเมียนมา ด่านท่าเรือระนอง-เกาะสอง-ท่าเรือย่างกุ้ง เชื่อมโยงไทย-เมียนมา และประเทศกลุ่ม BIMSTEC ทั้งนี้ นอกจากการค้าและขนส่งชายแดนไทย-เมียนมาแล้ว มีทางเลือกการค้าการขนส่งระหว่างประเทศ เช่น ท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง สามารถขนส่งระหว่างไทยและเมียนมาได้ โดยเฉพาะท่าเรือย่างกุ้ง ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าการขนส่งที่รัฐบาลเมียนมาส่งเสริมสนับสนุน ขอให้ภาคเอกชนพิจารณาการขนส่งเส้นทางต่างๆ เป็นทางเลือกทดแทนเส้นทาง “แม่สอด-เมียวดี-ย่างกุ้ง” ที่มีข้อจำกัดในช่วงนี้

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ สิ่งสำคัญ นอกจากพิจารณาทางเลือกเส้นทางขนส่งอื่นๆ ทดแทนเส้นทางที่มีข้อจำกัดแล้ว ผู้นำเข้าสินค้าสู่ตลาดเมียนมา ต้องขอ Import License นำเข้าเมียนมาให้ถูกต้อง เพื่อให้การค้าการขนส่งราบรื่น โดย สคต.ย่างกุ้ง ยินดีให้บริการ สามารถติดต่อได้ทางอีเมล์ ditpyangon@gmail.com ขอให้ภาคธุรกิจติดตามสถานการณ์ ปรับตัว หาทางเลือก ก้าวข้ามความท้าทาย คว้าโอกาสและปักหมุดตลาดเมียนมา เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมา เชื่อมั่นว่าตลาดเมียนมายังมีโอกาสและศักยภาพ หากก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ ได้

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

3.2 กระทรวงพาณิชย์ไทยเข้าพบสถานทูตเมียนมาประจำประเทศไทยหารือความร่วมมือและส่งเสริมการค้าไทยเมียนมา

เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทยพบคณะผู้แทนนำโดยอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ไทย โดยอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ไทย ได้เข้าพบหารือเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 68 ณ สถานทูตเมียนมา กรุงเทพฯ ในการประชุม ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้าชายแดนไทย-เมียนมา รวมทั้งแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างไทยและเมียนมา เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมา รวมทั้งธุรกิจและประชาชนทั้งสองประเทศ

ผลกระทบ/โอกาส การเข้าพบหารือดังกล่าว “เป็นโอกาสที่ดี” เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและแก้ไขปัญหาหรือข้อจำกัดทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างไทย-เมียนมา ซึ่งปัจจุบันการค้าชายแดนไทย-เมียนมา มีบางช่องทางมีข้อจำกัด คือการปิดชั่วคราว สะพาน 2 ฝั่งเมียวดี เมียนมา ตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. 68 ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่าจะเปิดเมื่อใด โดยการเข้าพบดังกล่าว เป็นกลไกหารือประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ช่วยส่งเสริมความร่วมมือและแก้ไขปัญหาหรือข้อจำกัดต่างๆ ร่วมกัน รวมทั้งช่วย “สร้างความเชื่อมั่น” ให้ภาคเอกชน ว่าภาครัฐทั้งไทยและเมียนมา ได้ประสานและหารือกันเรื่องดังกล่าว

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และปรับกลยุทธ์ธุรกิจรองรับ เช่น การพิจารณาใช้ช่องทางหรือเส้นทางอื่นๆ เป็นทางเลือกทดแทนช่องทางที่มีข้อจำกัด การดำเนินการตามกฎระเบียบการค้าเมียนมาที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะ การขอ Import License นำเข้าสินค้าสู่เมียนมา เพื่อให้การค้าการขนส่งไทย-เมียนมาราบรื่นต่อไป โดย สคต.ย่างกุ้ง ยินดีให้บริการ สามารถติดต่อได้ทางอีเมล์ ditpyangon@gmail.com

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

 

 

3.3 เอกอัครราชทูตไทยประจำเมียนมา เข้าพบหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เมียนมา

เอกอัครราชทูตไทย ประจำเมียนมา และคณะ (ผอ.สคต.ย่างกุ้ง และทีมสถานทูตไทย กรุงย่างกุ้ง) เข้าพบหารือ รมว.กระทรวงการต่างประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 68 ณ กรุงเนปยีดอ เพื่อหารือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความร่วมมือระหว่างกัน โดยเฉพาะเรื่องการค้า การลงทุน และการอำนวยความสะดวกการค้าชายแดน ทั้งนี้ นอกจากการเข้าพบหารือ รมว.กระทรวงการต่างประเทศเมียนมาแล้ว เอกอัครราชทูตไทยประจำเมียนมาและคณะฯ ได้เข้าพบหารือ รมว.กระทรวงพาณิชย์เมียนมา ในวันดังกล่าวด้วย เพื่อแสดงความห่วงกังวลเรื่องการปิดชั่วคราว ด่านเมียวดี (สะพาน 2) ฝั่งตรงข้ามด่านแม่สอด จ.ตาก ตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. 68 โดยได้สอบถามและรับฟังฝ่ายเมียนมา แล้วหารือทางออกร่วมกัน เพื่อลดผลกระทบและเกิดประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมา โดยมีประเด็นสำคัญ สรุปดังนี้ (1) ถนนเอเชีย 1 (AH1) เมียวดี-ย่างกุ้ง ซึ่งปัจจุบันทหารเมียนมาได้ยึดครองพื้นที่ได้เพิ่มขึ้นตลอดเส้นทาง อย่างไรก็ตาม ยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งในการซ่อมแซมถนนและสะพานที่ได้รับความเสียหายจากการสู้รบ และยืนยันความปลอดภัยก่อนกลับมาเปิดใช้งานด่านเมียวดี (สะพาน 2) ซึ่งต้องติดตามต่อไป (2) ในระหว่างนี้ ขอให้ใช้ด่านหรือเส้นทางอื่นๆ ไปพลางก่อน ได้แก่ ท่าเรือระนอง-เกาะสอง/ท่าเรือย่างกุ้ง ท่าเรือแหลมฉบัง-ท่าเรือย่างกุ้ง ด่านแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก (3) เน้นย้ำให้สินค้านำเข้าเมียนมาทุกด่าน ต้องมี Import license ก่อนนำเข้าเมียนมา โดยฝ่ายไทยขอให้ฝ่ายเมียนมาอำนวยความสะดวกและพิจารณาให้ Import License สินค้านำเข้าจากไทยเพิ่มเติม เพื่อลดปัญหาสินค้าลักลอบนำเข้าเมียนมา (4) ฝ่ายเมียนมาเสนอให้มีจุดตรวจร่วม (SSI : Single Stop Inspection) เพื่อคัดกรองสินค้าที่มี Import License ร่วมกันก่อนนำเข้าเมียนมา ซึ่งฝ่ายเมียนมาจะประสานและหารือกับหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้อง ถึงความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติต่อไป

ผลกระทบ/โอกาส การปิดชั่วคราว สะพาน 2 ฝั่งเมียวดี เมียนมา ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่าจะเปิดเมื่อใด “เป็นข้อจำกัด” ต่อการค้าและการขนส่งของไทยผ่านช่องทางดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สามารถ “พิจารณาเส้นทางอื่นๆ ขนส่งทดแทน” ประการสำคัญ ผู้นำเข้าสินค้าสู่ตลาดเมียนมา ต้องขอ Import License นำเข้าเมียนมาให้ถูกต้อง ทั้งนี้ การเข้าพบหารือทางการเมียนมา ทั้งท่าน รมว.กระทรวงการต่างประเทศเมียนมา และ รมว.กระทรวงพาณิชย์เมียนมา นำโดยเอกอัครราชทูตไทยประจำเมียนมา สอดคล้องและส่งเสริมกับการเข้าพบหารือในประเทศไทยของหน่วยงานภาครัฐ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การเข้าพบหารือเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย นำโดยอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ไทย เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 68 ที่ผ่านมา โดยหารือเรื่องต่างๆ ร่วมกัน ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดี แก้ไขปัญหาหรือข้อจำกัดต่างๆ และอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างกัน เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมา

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอสร้างความเชื่อมั่นภาคเอกชน ว่าเรื่องต่างๆ อยู่ในขั้นตอนหารือและแก้ไขร่วมกันระหว่างนี้ขอให้ภาคเอกชน เข้าใจสถานการณ์ ติดตามสถานการณ์ และปรับตัวรองรับ โดยเฉพาะเรื่องการขอ Import License และพิจารณาใช้ด่านหรือเส้นทางขนส่งอื่นๆ เช่น ท่าเรือระนอง-เกาะสอง/ท่าเรือย่างกุ้ง ท่าเรือแหลมฉบัง-ท่าเรือย่างกุ้ง ด่านแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก เป็นต้น สำหรับเรื่องเศรษฐกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ไทย โดยกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) สำนักงานพาณิชย์จังหวัดต่างๆ (สพณ.) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ กรุงย่างกุ้ง (สคต.ย่างกุ้ง) ยินดีให้บริการและสนับสนุนในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

3.4 เมียนมาตั้งเป้าส่งออกสินค้าประมง 750 ล้านเหรียญฯ ในปี 2568

เมียนมาตั้งเป้าส่งออกสินค้าประมง 750 ล้านเหรียญฯ ในปี 2568 โดยกรมประมงเมียนมา ตั้งเป้าการส่งออกสินค้าประมงปริมาณ 5.3 แสนตัน มูลค่า 750 ล้านเหรียญฯ ในปีงบประมาณ 2568-2569 (เม.ย. 68 - มี.ค. 69) ซึ่งเมียนมาส่งออกไปประเทศต่างๆ เช่น จีน ไทย บังคลาเทศ ญี่ปุ่น เป็นต้น 

ผลกระทบ/โอกาส การส่งเสริมและตั้งเป้าการส่งออกสินค้าประมงของเมียนมา “เป็นโอกาสอันดี” สะท้อนว่าเมียนมา มีศักยภาพและให้ความสำคัญกับธุรกิจดังกล่าว โดยเฉพาะธุรกิจด้านการเกษตรและประมง ซึ่งเมียนมามีนโยบายสนับสนุนให้เกิดการผลิตในเมียนมาและส่งออกจากเมียนมา เป็นทั้งความมั่นคงทางอาหารและรายได้เข้าประเทศ

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ผู้ประกอบการพิจารณาโอกาสธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น การส่งออกสินค้าประมงจากเมียนมา หรือการจับคู่รายได้การส่งออก (Export Earning) สินค้าประมงจากเมียนมา กับการขอใบอนุญาตนำเข้า (Import License) เพื่อนำเข้าสินค้าไทยมายังตลาดเมียนมา อย่างไรก็ตาม การขอ Import License นอกจากจับคู่กับ Export Earning ซึ่งสินค้าประมงเมียนมา มีศักยภาพและเป็นโอกาสในการจับคู่ดังกล่าวแล้ว เมียนมาจะพิจารณาอนุญาต Import License ตามความเหมาะสมด้วย เช่น ความจำเป็นของสินค้านำเข้า ประโยชน์ที่เมียนมาได้รับหากนำเข้า ปริมาณที่จัดสรรให้แต่ละสินค้านำเข้า เป็นต้น

ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง

ตุลาคม 2568

รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา เดือน กันยายน 68 (AutoRecovered).pdf
Share :
Instagram