
อียิปต์มีความสัมพันธ์และการทำงานร่วมกับ OECD มาอย่างยาวนาน โดยไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่ไต่ระดับความร่วมมือมาเป็นขั้นเป็นตอน ดังนี้
จุดเริ่มต้นและการลงนามปฏิญญา (ปี 2550) อียิปต์เข้าเป็นประเทศลำดับที่ 40 ที่ลงนามใน ปฏิญญา OECD ว่าด้วยการลงทุนระหว่างประเทศและบรรษัทข้ามชาติ (Declaration on International Investment and Multinational Enterprises) เพื่อส่งเสริมมาตรฐานบรรษัทภิบาลและการลงทุนที่โปร่งใส
การมีบทบาทในภูมิภาค อียิปต์เป็นหนึ่งในผู้ร่วมขับเคลื่อนและดำรงตำแหน่งประธานร่วม (Co-chair) ในกรอบความริเริ่ม MENA-OECD Initiative ซึ่งเน้นการพัฒนาธรรมาภิบาลและการลงทุนในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ
โครงการความร่วมมือรายประเทศ (Country Programme)อียิปต์ได้ลงนามดำเนินโครงการ OECD-Egypt Country Programme ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือแบบทวิภาคีขนาดใหญ่ ประกอบด้วยโครงการย่อยกว่า 35 โครงการ ครอบคลุม 5 เสาหลัก ได้แก่
การเติบโตทางเศรษฐกิจ (Economic Growth)
การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation)
ธรรมาภิบาล (Governance)
สถิติเชิงโครงสร้าง (Statistics)
การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development)
ปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างอียิปต์และ OECD กำลังอยู่ใน "ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ" โดยมีสถานะล่าสุด ดังนี้
การสิ้นสุดเฟสแรกและการขยายเวลา เดิมทีโครงการ Country Programme มีกำหนดสิ้นสุดลง แต่ในเดือนมกราคม 2569 รัฐบาลอียิปต์ได้ตกลงขยายระยะเวลาโครงการออกไปอีก 6 เดือนจนถึงเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อสะสางรายงานและกิจกรรมที่ค้างอยู่ให้เสร็จสิ้น
การปิดฉากเฟสแรกและการเผยแพร่รายงานนโยบาย (เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569) นายกรัฐมนตรีอียิปต์ (Mostafa Madbouly) และรัฐมนตรีกระทรวงวางแผนฯ ได้เข้าร่วมการประชุมระดับสูงเพื่อปิดโครงการเฟสแรกอย่างเป็นทางการ โดยมีการเปิดตัวรายงานข้อเสนอแนะเชิงนโยบายใหม่ 10 ฉบับ ครอบคลุมเรื่องบรรยากาศการลงทุน พลังงานสะอาด นวัตกรรม การใช้จ่ายภาครัฐ และนโยบายปัญญาประดิษฐ์ (AI)
การยกระดับสถานะในคณะกรรมการ อียิปต์ได้รับการตอบรับให้เข้าร่วมในฐานะ "ผู้เข้าร่วม" (Participant) ในคณะกรรมการวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และการเป็นผู้ประกอบการ (SME & Entrepreneurship Committee) ของ OECD ซึ่งถือเป็นการขยับเข้าใกล้มาตรฐานการทำงานของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วไปอีกขั้น
รัฐบาลอียิปต์วางเป้าหมายในการร่วมมือกับ OECD ไว้ 3 ประกาสำคัญ คือ
การเข้าเป็นสมาชิกภาพสมบูรณ์ (Full Membership) นายกรัฐมนตรีอียิปต์ได้ประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในเดือนพฤษภาคม 2569 ว่าเป้าหมายสูงสุดคือ การปฏิบัติตามเกณฑ์เพื่อเข้าเป็นสมาชิกสามัญของ OECD ในอนาคต ซึ่งโครงการ Country Programme ที่เพิ่งจบเฟสแรกไปนั้นเปรียบเสมือนการเตรียมความพร้อม (Accession Road)
การปฏิรูปเชิงโครงสร้างตาม Vision 2030ใช้องค์ความรู้และมาตรฐานของ OECD ในการปฏิรูประบบราชการ การคลัง การส่งเสริมบทบาทภาคเอกชน และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
สร้างความน่าเชื่อถือเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน (FDI) เพื่อปลดล็อกวิกฤตเศรษฐกิจภายในประเทศ อียิปต์ต้องการการรับรองมาตรฐานจาก OECD เพื่อยืนยันกับนักลงทุนว่า อียิปต์มีสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ปลอดภัยและโปร่งใส
อียิปต์เผชิญความผันผวนทางเศรษฐกิจอย่างหนักในช่วงปีที่ผ่านมา การปรับนโยบายตามคำแนะนำของ OECD จะช่วยสร้างกรอบวินัยการเงินการคลังที่แข็งแกร่ง (Macroeconomic Stability) ให้แก่อียิปต์ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้อียิปต์จัดการกับวิกฤตหนี้และเงินเฟ้อในครั้งนี้ได้
การปฏิรูปกฎระเบียบราชการที่ซับซ้อนตามมาตรฐาน OECD จะช่วยลดขั้นตอนการนำเข้า-ส่งออก ยกระดับการจดทะเบียนสิทธิบัตร และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจะช่วยดึงดูดทุนข้ามชาติมาสู่อียิปต์ได้มากขึ้น
อียิปต์เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อระหว่างเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา (ผ่านคลองสุเอซและเขตเศรษฐกิจพิเศษ SCZone) การพัฒนาประเทศให้ได้มาตรฐาน OECD จะช่วยเพิ่มแต้มต่อทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Leverage) ให้อียิปต์กลายเป็นทางเลือกที่สำคัญสำหรับการย้ายฐานการผลิต (Nearshoring/Friendshoring) ของชาติตะวันตกที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากจีน
การที่อียิปต์พยายามปฏิรูปประเทศตามกรอบ OECD จะช่วยให้กลไกคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย-อียิปต์ และแผนปฏิบัติการร่วมฯ (ปี 2567-2572) ของกระทรวงพาณิชย์ทำงานได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากกฎระเบียบทางการค้าของทั้งสองประเทศจะมีความสอดคล้องกันมากขึ้น
อียิปต์กำลังโปรโมตเขตเศรษฐกิจพิเศษคลองสุเอซ (SCZone) กระทรวงพาณิชย์มองว่านี่คือโอกาสสำคัญของนักลงทุนไทยในการใช้เป็นฐานผลิตเพื่อส่งออกไปยังแอฟริกา ยุโรป และตะวันออกกลาง (เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่อียิปต์มีกับภูมิภาคเหล่านั้น) ปัจจุบัน เริ่มมีเอกชนไทยเข้าไปตั้งโรงงานเสื้อผ้าสำเร็จรูปในพื้นที่นี้แล้ว
มาตรฐานการจัดการห่วงโซ่อาหารของอียิปต์ที่ดีขึ้นตามเกณฑ์ OECD จะช่วยให้ผู้ส่งออกอาหารไทยทำงานได้สะดวกขึ้น เปิดโอกาสให้กลุ่มสินค้าศักยภาพสูงของไทย ได้แก่ อาหารฮาลาลและอาหารแปรรูป และชิ้นส่วนยานยนต์และผลิตภัณฑ์ยาง ทั้งนี้ อียิปต์มุ่งเป้าพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศของตน ไทยจึงสามารถส่งออกวัตถุดิบและชิ้นส่วนสนับสนุนได้
แม้อียิปต์จะปฏิรูปตาม OECD แต่ในระยะสั้นอียิปต์ได้ออกกฎระเบียบที่เข้มงวดเพื่อลดการขาดดุลการค้า เช่น การห้ามสติกเกอร์แก้ไขข้อมูลฉลากสินค้าอาหารแปรรูปหลังนำเข้า และระบบการลงทะเบียนโรงงานก่อนส่งออก (Factory Registration) ซึ่งผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือ
อียิปต์ยังอยู่ในช่วงการลอยตัวค่าเงินและแก้ปัญหาเงินเฟ้อ กระทรวงพาณิชย์จึงแนะนำให้ผู้ส่งออกไทยใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงความเสี่ยงอื่นๆ อย่างรอบด้าน
------------------------------------
ที่มา