fb
รายงานสินค้าผลิตภัณฑ์กาแฟในตลาดอิหร่าน

รายงานสินค้าผลิตภัณฑ์กาแฟในตลาดอิหร่าน

โดย
Viriya
ลงเมื่อ 03 กุมภาพันธ์ 2569 16:31
14

สมัยโบราณเครื่องดื่มกาแฟในอิหร่านนับเป็นเครื่องดื่มสำหรับชนชั้นสูงเท่านั้น คาดว่ากาแฟเป็นเครื่องดื่มที่เข้ามาครั้งแรกในช่วงสมัยราชวงศ์ซาฟาวี (ประมาณ 500 กว่าปีที่ผ่านมา) กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่เข้ามามีบทบาทในวัฒนธรรมอิหร่านก่อนชาที่ปัจจุบันเป็นเครื่องดื่มประจำชาติที่ชาวอิหร่านนิยมบริโภค มีสถานที่หนึ่งซึ่งในคำเปอร์เซียเรียกกวันว่า Gahveh-khaneh" (Coffee House) เป็นศูนย์กลางทางสังคม แต่ต่อมาความนิยมถูกแทนที่ด้วยชา เนื่องจากชาปลูกได้ง่ายกว่าในแถบทางเหนือของอิหร่านและราคาถูกกว่า กาแฟที่ชาวอิหร่านดื่มจะเป็นกาแฟตำรับโบราณที่เอาเมล็ดกาแฟคั่วไปบดจนละเอียดสุดๆ แล้วต้มใส่น้ำในภาชนะสำหรับต้มกาแฟโดยเฉพาะหลังจากนั้นนำไปตั้งไฟจนเดือดและยกเสริ์ฟ ซึ่งจะเป็นวิธีเดียวกันกับที่ใช้ในประเทศตุรกี อาฟริกาตอนเหนือ ยูนาน และประเทศในตะวันออกกลาง หรือเป็นการต้มกาแฟกับหม้อต้มกาแฟ Moka pot กาแฟดั้งเดิมที่ชาวอิหร่านรับประทานจะเป็นกาแฟรสขมไม่ใส่นม หรือน้ำตาล

สถานการณ์ปัจจุบัน

แม้ว่าอิหร่านจะเป็นประเทศที่คนส่วนใหญ่นิยมดื่ม "ชา" เป็นหลัก (Tea-drinking nation) แต่ในช่วง 10-15 ปีที่ผ่านมา ตลาดกาแฟในอิหร่านมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z และ Millennials) ในเมืองใหญ่

ปัจจุบันเครื่องดื่มกาแฟได้รับความนิยมและการตอบรับเพิ่มมากขึ้นในบรรดาวัยรุ่น ชนชั้นกลาง และชนชั้นสูง คอฟฟีช็อปในอิหรานเริ่มเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีร้านค้าเปิดเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากทั้งในห้างสรรพสินค้า แหล่งชุมชน และสถานที่ต่างๆ ทั่วไป โดยร้านคอฟฟีช็อปจะให้บริการทั้งอินเทอร์เน็ตไร้สาย  ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มต่างๆ ทั้งร้อนและเย็น ไอศครีม ขนมเค็ก รวมทั้งสถานที่ดังกล่าวยังเป็นจุดนัดพบสำหรับบรรดาวัยรุ่น และนักศึกษาในอิหร่าน ขนาดตลาดกาแฟมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าการบริโภคจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 4-5 ต่อปี เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคกาแฟกลายเป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัย (Modernity) และไลฟ์สไตล์ตะวันตก ร้านกาแฟแบบ Specialty Coffee ผุดขึ้นมากมายในเตหะราน (Tehran) และเมืองใหญ่อื่นๆ ปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามีร้านกาแฟและค้อฟฟี่ช้อปได้เปิดให้บริการเพิ่มมากขึ้นเหมือนดอกเห็ดขึ้นในย่านชุมชนและได้สร้างอาชีพให้กับชาวอิหร่านเพิ่มมากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้มีแบรนด์กาแฟของอิหร่านขายในตลาดและศูนย์การค้าเพียงไม่กี่แบรนด์สามารถกล่าวได้ว่า การบริโภคกาแฟในอิหร่านเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทที่ประกอบธุรกิจการแปรรูปผลิตภัณฑ์กาแฟ ร้านขายกาแฟ คอฟฟี่ช้อป รวมถึงร้านค้าที่ขายอุปกรณ์หลากหลายรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมกาแฟ ก็มีปรากฎมากขึ้นในตลาดเช่นกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเตหะราน และย่านชุมชนห้างสรรพสินค้าต่างๆ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ปริมาณการนำเข้ากาแฟในตลาดอิหร่านเพิ่มสูงขึ้น

พฤติกรรมการบริโภค

เครื่องดื่มยอดนิยมระดับสากลนี้ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในครอบครัวชาวอิหร่าน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน วัยรุ่น หนุ่มสาว กลุ่มวัยทางาน กลุ่มนักศึกษา กลุ่มสังคมไฮโซเพิ่มมากขี้นและเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมรองจากชา ที่เป็นเครื่องดื่มประจำชาติอิหร่านที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มในอิหร่านที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป ปัจจัยที่ทำให้กาแฟสำเร็จรูปในอิหร่านขยายตัวในช่วงที่ผ่านมาเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และประหยัด การโฆษณาสินค้าและการนำเสนอสินค้าผ่านสังคมออนไลน์ ตลอดจนความหลากหลายของแบรนด์ในตลาดที่มีให้ลูกค้าเลือกซื้อและตัดสินใจมากขี้น แม้จะมีความท้าทายจากความผันผวนของราคาและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ตลาดกาแฟก็คาดว่าจะยังคงมีความยืดหยุ่น โดยได้รับแรงหนุนจากนวัตกรรมและการตั้งค่าที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค และความตระหนักที่เพิ่มขึ้นถึงความสำคัญของความยั่งยืนภายในอุตสาหกรรมกาแฟ การดื่มกาแฟของชาวอิหร่านคิดเป็นหนึ่งในสามของการดื่มชา คนวัยหนุ่มสาวมีแนวโน้มที่จะดื่มกาแฟมากกว่ากลุ่มอายุอื่นๆ 

สถิติการบริโภคกาแฟของชาวอิหร่านมีการบริโภคโดยประมาณ 15,000 ถึง 20,000 ตันต่อปี เฉลี่ยมีการบริโภคต่อหัวในประมาณ 200-300 กรัมต่อปี (น้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับยุโรป ซึ่งอยู่ที่ 5-8 กิโลกรัม)

จากการสำรวจของบริษัท Rahbar Bazaar Company จากบุคคลที่อาศัยอยู่ในกรุงเตหะรานที่ดื่มกาแฟสำเร็จรูปในกลุ่มเพศชายและเพศหญิงอายุระหว่าง 18 ถึง 55 ปี ผลการวิจัยพบว่า ประมาณครึ่งหนึ่งของคนในกลุ่มอายุนี้ บริโภคกาแฟสำเร็จรูปวันละ 1-2 ครั้ง โดยร้อยละ 10 ของคนในกลุ่มดังกล่าวดื่มกาแฟสำเร็จรูปมากกว่า 2 ครั้งต่อวัน และจำนวนคนที่เหลือในกลุ่มอายุนี้บริโภคผลิตภัณฑ์นี้น้อยกว่ากลุ่มข้างต้นดังกล่าวมาก นอกจากนี้ จากผลการสำรวจความนิยมและการบริโภคกาแฟสำเร็จรูป แบรนด์ Nescafe ทิ้งสถิติห่างจากแบรนด์อื่นๆ (เกือบสองเท่าของแบรนด์ที่สอง Trabica) แบรนด์ Ali Cafe  แบรนด์ Jacobs  แบรนด์ Multi Cafe และแบรนด์ที่ Klasno ที่จัดอยู่ในอันดับ แบรนด์สินค้าที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคตามลำดับ จากข้อมูลของผู้ตอบแบบสอบถามพบว่า รสชาติ กลิ่น และตราสินค้าเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลที่สำคัญที่สุดในการเลือกแบรนด์สำหรับผู้ดื่มกาแฟ

ในปัจจุบัน (Third Wave Coffee) ร้านกาแฟ ไม่มีเชนใหญ่ระดับโลกอย่าง Starbucks (เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตร) แต่มีเชนท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง เช่น Lamiz Coffee, Raees Coffee, Sam Café และร้านกาแฟอินดี้คุณภาพสูงจำนวนมาก อย่างไรก็ดี ร้านกาแฟได้กลายเป็นศูนย์กลางทางสังคม การทำงาน และการศึกษาใหม่ ๆ ทำให้ความต้องการกาแฟคุณภาพสูงเพิ่มขึ้น และเมนูยอดนิยมสำหรับบุคคลรุ่นใหม่ประกอบไปด้วย Espresso-based (Latte, Cappuccino) และเริ่มหันมาสนใจ Single Origin และการดริปกาแฟมากขึ้น ส่วนคนรุ่นเก่ายังอาจนิยมกาแฟสำเร็จรูป (Instant Coffee) หรือกาแฟตุรกี (Turk Coffee)

อย่างไรก็ตาม จากผลการสำรวจพบว่า ไม่มีความแตกต่างในการนิยมบริโภคแบรนด์ต่างๆ ระหว่างเพศชายและเพศหญิง แต่กลุ่มผู้บริโภคอายุระหว่าง 18-30 ปี นิยมบริโภคแบรนด์ Trabica และกลุ่มวัยกลางคนอายุระหว่าง 30-40 ปี นิยมบริโภคแบรนด์ Nescafe มากกว่ากลุ่มอายุอื่น ๆ เนื่องจาก     แบรนด์ Nescafe มีชื่อเสียงและผู้บริโภคให้ความไว้วางใจมานาน ส่วนแบรนด์ Ali Cafe ได้รับความตอบรับจากผู้บริโภคด้านรสชาติและกลิ่นหอมของกาแฟ ส่วนแบรนด์ Jacobs ได้รับความนิยมในด้านคุณภาพของสินค้า

ทั้งนี้ จากการสำรวจในด้านความนิยมของประเภทของกาแฟ พบว่า กาแฟประเภทคลาสสิกอยู่ในอันดับแรกที่ได้รับความนิยม รองลงมาคือ เอสเปรสโซ คาปูชิโน่ และกาแฟประเภทอื่นๆ นอกจากนี้ ยังพบว่า บุคคลที่ได้รับการสำรวจส่วนใหญ่ซึ่งเป็นจำนวนมากกว่าครึ่ง ไม่นิยมเติมอะไรลงในกาแฟสำเร็จรูปและบริโภคโดยไมใส่นมและน้ำตาล และคนอื่นๆ ที่เหลือนิยมเติมนมและน้ำตาลลงไปในกาแฟ นอกจากนี้เครื่องดื่มกาแฟพร้อมดื่มและกาแฟร้อนชนิดต่างๆ กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบและพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นที่น่าสังเกตว่าชาวอิหร่านไม่นิยมบริโภคกาแฟเย็น

หน่วยงาน nexlooks ซึ่งเป็นหน่วยงานวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาดของอิหร่าน ได้ศึกษาข้อมูล     แบรนด์ของกาแฟที่ได้รับความนิยมในอิหร่าน โดยเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นระยะๆ จาก 5 เมืองหลักของประเทศอิหร่าน พบว่า ยี่ห้อกาแฟที่ได้รับความนิยมในบรรดาผู้บริโภคกาแฟอิหร่านอันดับหนึ่งของอิหร่าน ได้แก่ Nescafe (อยู่ภายใต้บริษัทเนสท์เล่) มีชื่อเสียงในด้านการผลิตกาแฟสำเร็จรูปเนสกาแฟมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและจำหน่ายกาแฟสำเร็จรูปแบบคลาสสิก โกลด์ เอสเพรสโซ ฯลฯ อันดับที่สองคือแบรนด์ Ali Cafe เป็นแบรนด์อิหร่านคุณภาพสูงซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีกาแฟสำเร็จรูปแบบคลาสสิก เอสเพรสโซ มอคค่า ฯลฯ นอกจากนี้ ยี่ห้อที่มีการเติบโตในตลาด (Growth Rate) มากที่สุด ได้แก่ กาแฟสำเร็จรูปยี่ห้อ Starbucks ซึ่งแม้จะไม่มีส่วนแบ่งตลาดสูงเท่าใดนัก แต่สามารถเข้ามามีบทบาทและเป็นที่นิยมของผู้บริโภคในพื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงเตหะรานได้

ก่อนปี 2021 การบริโภคกาแฟต่อหัวในอิหร่านต่ำมาก อยู่ที่ประมาณ 0.25 กิโลกรัม หรือ 250 กรัมต่อคน ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 4 กิโลกรัม ด้วยเหตุนี้ อิหร่านจึงอยู่ในอันดับที่ 133 จาก 195 ประเทศทั่วโลก แต่ระหว่างปี 2021 ถึง 2023 การบริโภคกาแฟในอิหร่านเติบโตขึ้นอย่างมาก จนกระทั่งตามข้อมูลที่มีอยู่ การบริโภคกาแฟเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเป็น 450 กรัมต่อคน และในการจัดอันดับโลกปี 2023 อิหร่านอยู่ในอันดับที่ 64 ของโลกในแง่ของการบริโภคกาแฟต่อหัวโดยรวม จากการคาดการณ์ระบุว่า การบริโภคที่เพิ่มขึ้นนี้จะยังคงดำเนินต่อไป และจะเพิ่มขึ้นประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2028 เมื่อเทียบกับตัวเลขในปัจจุบัน

กาแฟพิเศษ (Specialty Coffee): แม้จะมีข้อจำกัดในการนำเข้ากาแฟคั่วและปัญหามาตรการคว่ำบาตร แต่จำนวนโรงคั่วกาแฟท้องถิ่นและร้านกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee Shops) กลับเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งช่วยผลักดันความต้องการกาแฟคุณภาพที่สูงขึ้น

ผลิตภัฑณ์สินค้ากาแฟที่ได้รับความนิยมในอิหร่าน

  1. Good Day
  2. illy
  3. Jacobs
  4. Mehmet Efendi
  5. Nestle
  6. Torabika Alicafe 
  7. AliCafe
  8. Bonmano
  9. LavAzzza
  10. Starbucks

ทั้งนี้ กาแฟแบรนด์ต่างประเทศในอิหร่านมีจำนวนจำกัดและราคาสูง   อาทิเช่น เนสกาแฟ จาคอบส์  (Jacobs) ดาวิดอฟฟ์Davidoff)  ชิโบTchibo) อิลลี่ (Illy) มีจำนวนจำกัดมาก ส่วนใหญ่นำเข้าจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ราคาสูง บางครั้งไม่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ Nescafé

แบรนด์อิหร่าน (ใช้วัตถุดิบนำเข้า) อาทิเช่น เบนมานู Bonmano มัลติคาเฟ่ Multicafe จาคอบส์ Jacobs (บรรจุภัณฑ์ในประเทศ) โตราบิกา Torabika (ต้นกำเนิดจากมาเลเซีย) แบรนด์เหล่านี้ นำเข้ากาแฟสำเร็จรูปจำนวนมากบรรจุภัณฑ์ในอิหร่าน นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ของร้านค้าเองอีกด้วย

การผลิตและการแปรรูป

อิหร่านเคยเป็นประเทศที่นำเข้าเมล็ดกาแฟแบบแปรรูปแล้ว และไม่มีการแปรรูปเมล็ดกาแฟภายในประเทศ จนกระทั่งผู้ผลิตในประเทศค่อยๆ นำอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องคั่วกาแฟ เข้าสู่ตลาด ด้วยวิธีนี้ ทำให้อุตสาหกรรมกาแฟในอิหร่านจึงค่อยๆ ก้าวออกจากรูปแบบการนำเข้าแบบผูกขาด     สู่การผลิต และผู้คนจำนวนมากสามารถแปรรูปเมล็ดกาแฟดิบได้ตามความต้องการและรสนิยมของตนเอง

อิหร่านนำเข้ากาแฟดิบมาจากประเทศผู้ผลิตหลัก เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ยูกันดา และเคนยา โดยมีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เป็นช่องทางหลักในการขนส่ง (Re-export Hub) ถึงแม้อุตสาหกรรมในประเทศจะปลูกไม่ได้ แต่อิหร่านมีอุตสาหกรรม โรงคั่ว (Roastery) และแปรรูป       ที่เติบโตมาก มีการนำเข้าสารกาแฟเข้ามาคั่ว บด และบรรจุในประเทศเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

เนื่องจากมีการแข่งขันในตลาดเพิ่มมากขึ้น บริษัทผู้ผลิตกาแฟในอิหร่านจึงพยายามเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ความหลากหลายนี้เห็นได้จากกาแฟดิบ กาแฟสำเร็จรูป กาแฟบรรจุภัณฑ์ รวมถึงรสชาติและส่วนผสมต่างๆ ของกาแฟอิหร่านนำเข้าสินค้ากาแฟในรูปของกาแฟดิบ โดยกาแฟนำเข้าดังกล่าวจะถูกแปรรูปและบรรจุเป็นผลิตภัณฑ์ ซึ่งปัจจุบันมี 8 บริษัทในอิหร่านที่กำลังดำเนินกิจการแปรรูปกาแฟขายในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น ประเทศในเอเชียกลาง เช่น อาเซอร์ไบจาน ทาจิกิสถาน และประเทศเพื่อนบ้านตะวันออกกลาง เช่น ซีเรีย อิรัก ปากีสถาน รัสเซีย อาร์เมเนีย และบังคลาเทศ

ประเภทของกาแฟสำเร็จรูป โดยทั่วไปแล้ว กาแฟสำเร็จรูปแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก: 1) กาแฟสำเร็จรูปคลาสสิก: กาแฟสำเร็จรูปประเภทนี้ทำจากเมล็ดกาแฟคั่วและบด มีรสชาติเข้มข้นและขมกว่า 2) กาแฟสำเร็จรูปโกลด์: กาแฟสำเร็จรูปประเภทนี้มีรสชาติอ่อนกว่าและละมุนกว่ากาแฟสำเร็จรูปคลาสสิก โดยใช้กระบวนการพิเศษที่เรียกว่าการอบแห้งแบบแช่แข็ง

ปัจจุบัน ชาวอิหร่านมีการบริโภคกาแฟประมาณ 200 ตันต่อปี โดยร้อยละ 20 เป็นกาแฟนำเข้าจากประเทศอิตาลี สวิสเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และอเมริกา ที่เหลือเป็นการแปรรูปกาแฟและบรรจุเป็นผลิตภัณฑ์ขายภายในประเทศ ทำให้อุตสาหกรรมการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์กาแฟเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมการแปรรูปที่ทำกำไรได้มากที่สุดในประเทศ กาแฟที่ใช้บริโภคในอิหร่านไม่เพียงแต่ทำขึ้นสำหรับเครื่องดื่มเท่านั้น แต่ยังนำมาใช้ในอุตสาหกรรมการทำขนมปัง ขนมหวานและช็อคโกแลต การผลิตภัณฑ์นมปรุงแต่งรส และการใช้ผลิตยา คิดเป็นกาแฟร้อยละ 60 ที่ถูกใช้เพื่ออุตสาหกรรมและเพื่อการส่งออก ส่วนอีกร้อยละ 40 เป็นกาแฟที่ประชาชนใช้บริโภค

การนำเข้า

จากการวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุด การนำเข้ากาแฟในอิหร่านแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากวัฒนธรรมกาแฟที่กำลังเฟื่องฟู โดยเฉพาะในกลุ่มคนหนุ่มสาว กาแฟถือเป็นหนึ่งในสินค้าฟุ่มเฟือยลำดับที่ 9 และ 10 โดยปกติอิหร่านจะนำเข้าเมล็ดกาแฟเกรดสองจากประเทศ เวียดนามและอินโดนิเซีย

กาแฟในอิหร่านเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเมล็ดกาแฟที่นำเข้าส่วนใหญ่เป็นกาแฟอาราบิกาและโรบัสตา ซึ่งจะนำมาคั่วและบรรจุในประเทศหลังจากนำเข้าแล้ว ประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เวียดนาม อินเดีย อินโดนีเซีย และยูกันดา เป็นผู้จัดหากาแฟรายหลักให้กับอิหร่าน

กาแฟนำเข้าแบ่งตามชนิดเมล็ดกาแฟได้แก่ 1️( กาแฟอาราบิกา ประมาณร้อยละ 6070 ของกาแฟนำเข้า รสชาติอ่อนกว่า มีความเป็นกรดสูงกว่า กลิ่นหอมแรงกว่า คาเฟอีนน้อยกว่า ราคาสูงกว่า นำเข้าจากประเทศบราซิล เอธิโอเปีย โคลอมเบีย เคนยา 2️( กาแฟโรบัสตา ประมาณร้อยละ 3040 ของการนำเข้า รสชาติขมกว่าและเข้มข้นกว่า คาเฟอีนสูง ราคาถูกกว่า นำเข้าจากเวียดนาม (มากที่สุด) อินเดีย อินโดนีเซีย ซึ่งกาแฟสองชนิดนี้มักนำเข้าหรือบริโภคในรูปแบบผสม

ทั้งนี้การนำเข้ากาแฟสำเร็จรูปนักธุรกิจส่วนใหญ่จะนำเข้าใน 3 รูปแบบหลัก  ดังนี้ 1) การนำเข้าแบบจำนวนมาก (เชิงอุตสาหกรรม) เป็นวิธีที่พบมากที่สุด คือ กาแฟสำเร็จรูปนำเข้าในรูปแบบผง หรือเม็ดบรรจุถุงขนาด 20 ถึง 25 กิโลกรัม แล้วนำมาบรรจุภัณฑ์ภายในประเทศจำหน่ายภายใต้     แบรนดอิหร่าน ซึ่งส่วนใหญ่อิหร่านนำเข้าด้วยวิธีการนี้  2) การนำเข้าแบบบรรจุภัณฑ์ในจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น: กระป๋องขนาด 500 กรัม หรือบรรจุภัณฑ์ขนาด 1 กิโลกรัม ในประเทศอิหร่าน: จะแบ่งบรรจุลงในซองหรือขวดเล็กๆ อีกครั้ง วิธีนี้พบได้น้อยกว่าแบบแรก 3) การนำเข้าบรรจุภัณฑ์สำเร็จรูป (พร้อมบริโภคในรูปบรรจุภัณฑ์แบบแก้ว ซอง หรือกระป๋อง ส่งตรงถึงผู้บริโภคแต่มีราคาแพง นำเข้าผ่านทางประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แบรนด์ดังจากต่างประเทศมักนำเข้ามาทางนี้

ประเทศที่ส่งออกกาแฟสำเร็จรูปไปยังอิหร่าน ได้แก่ 1️( อินเดีย เป็นผู้จัดหากาแฟสำเร็จรูปรายใหญ่ที่สุดให้กับอิหร่าน ราคาไม่แพง คุณภาพปานกลางถึงดี ส่วนแบ่งการนำเข้าสูงมาก 2️( เวียดนาม เป็น ผู้ผลิตโรบัสต้ารายใหญ่ กาแฟสำเร็จรูปราคาถูก เป็นผู้ซัพพลายสินค้าหลายยี่ห้อ 3️( บราซิล มีกาแฟที่มีคุณภาพสูงกว่า ราคาสูงกว่า แต่มีส่วนแบ่งตลาดน้อยกว่าอินเดีย 4️ (มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เป็นผู้ส่งออกกาแฟที่มีเม็ดกาแฟพิเศษแบบผสม 5️( สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นประเทศตัวกลาง ไม่ใช่ประเทศผู้ผลิต แต่เป็นประเทศทางผ่านสินค้าที่แบรนด์กาแฟจากยุโรปและต่างประเทศถูกนำเข้าผ่านเส้นทางนี้

ในแง่ของรูปแบบ สามารถแบ่งการนำเข้ากาแฟได้เป็น 2 ชนิดคือ 1) แบบเมล็ดกาแฟดิบ นำเข้ามากที่สุด นำมาป้อนในโรงงานคั่วและผลิตกาแฟ และขายส่งให้กับร้านกาแฟภายในประเทศ 2) กาแฟที่ผ่านการคั่ว บริโภคน้อย อายุการเก็บรักษาสั้น ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์เฉพาะกาแฟสำเร็จรูป ที่บริโภคในครัวเรือนเป็นส่วนใหญ่

จากการสำรวจพบว่าปริมาณการบริโภคกาแฟในอิหร่านในปี 2006 เฉลี่ยน้อยกว่า 100 กรัมต่อปีขณะที่ปัจจุบันการบริโภคกาแฟในอิหร่านเพิ่มขึ้น เฉลี่ยประมาณ 420 กรัมต่อปี

ตลาดกาแฟนำเข้าส่วนใหญ่ร้อยละ 95  เป็นการนำเข้าจาก 5 ประเทศหลัก ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เวียดนาม อินเดีย อินโดนีเซีย และยูกันดา ซึ่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีตลาดส่วนแบ่งนำเข้ามากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 52.89 ของมูลค่าการนำเข้ากาแฟของอิหร่าน คิดเป็นมูลค่า 78 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยในช่วงที่ผ่านมาอิหร่านนำเข้าผ่านด่านศุลกากร Shahid Rajaei ทางตอนใต้ของประเทศร้อยละ 82 ที่เหลือร้อยละ 12 เป็นการนำเข้าผ่านศุลกากร Mashhad  Bandarlange Bushehr และ Tehran

ข้อมูลสถิติการนำเข้าเมล็ดกาแฟดิบในอิหร่านพบว่า ในปี 2020 อิหร่านนำเข้าเมล็ดกาแฟดิบในปริมาณ 8,000 ตัน และในปี 2022 ที่ผ่านมา อิหร่านนำเข้าเมล็ดกาแฟดิบในปริมาณ 33,000 ตัน แสดงให้เห็นว่าปริมาณการนำเข้าเมล็ดกาแฟดิบเพิ่มมากขี้นถึง 4 เท่าตัว ภายในระยะเวลา 3 ปี

ตามข้อมูลสถิติการนำเข้ากาแฟของอิหร่านพบว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อิหร่านนำเข้ากาแฟในรูปของกาแฟสด เมล็ดกาแฟ กาแฟคั่ว ผงกาแฟ จากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยูกันดา อินโดนิเซีย โคลัมเบีย เอธิโอเปีย แม็กซิโก บราซิล จีน เวียดนามและอินเดีย และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์นี้จะถูกส่งออกไปยังประเทศอื่น ๆ อาทิ อินเดีย ตุรกี และประเทศเพื่อนบ้านอิหร่าน

ในปี 2023 แหล่งนำเข้ากาแฟหลักของอิหร่าน ได้แก่: สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) มูลค่า 31 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ส่วนใหญ่นำเข้าผ่าน UAE ในฐานะศูนย์กลางการส่งออกต่อ) อินเดีย (India) มูลค่า 4.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อินโดนีเซีย (Indonesia) มูลค่า  2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เคนยา (Kenya) มูลค่า 1.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตุรกี (Turkey) มูลค่า 1.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ปัจจุบัน สินค้ากาแฟในตลาดอิหร่านร้อยละ 80 เป็นกาแฟแปรรูปที่ผลิตในประเทศ และอีกร้อยละ 20เป็นการนำเข้ากาแฟจากต่างประเทศซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการลักลอบนำเข้ามาในประเทศเนื่องจากปัญหาการคว่ำบาตรและการทำธุรกรรมทางการเงิน  รวมทั้งสินค้ากาแฟจัดอยู่ในสินค้าหรูหราที่มีอัตราภาษีนำเข้าสูง และวัตถุดิบต้องนำเข้าซี่งมีราคาสูง ซึ่ง ปัจจุบันยังไม่มีการนำเข้ากาแฟและผลิตภัณฑ์จากประเทศไทย

ตารางแสดงการนำเข้าผลิตภัฑณ์กาแฟของอิหร่านปีงบประมาณปัจจุบัน (21 มี.ค.  –20 ธ.ค. 2025)

เลขพิกัด (Hs.Code)

รายการมูลค่า เหรียญ USDประเทศนำเข้า
09011190กาแฟไม่ได้คั่วและไม่ได้แยกคาเฟอีน

28,201,860

เวียดนาม อินโดนิเซีย อินเดีย UAE เคนยา บราซิลและอื่นๆ
09012190กาแฟคั่วไม่มีคาเฟอีน ยกเว้นสาย 09012110 และ 09011220

216,356

อิตาลี UAE
21011110กาแฟสำเร็จรูป

16,780,043

UAE อินเดีย บราซิล ตุรกี อิตาลี และอื่นๆ
21011190ผลิตภัณฑ์จากกาแฟอื่น ๆ นอกเหนือจากสารสกัด น้ำมันหอมระเหย และสิ่งเข้มข้นที่ไม่ได้ระบุไว้232,446UAE 
    

ที่มา: กรมศุลกากรแห่งชาติอิหร่าน

อิหร่านไม่ใช่ประเทศผู้ปลูกกาแฟ แต่เป็นประเทศนักคั่วและนักดื่มกาแฟหน้าใหม่ที่น่าจับตามอง ตลาดกาแฟในอิหร่านขับเคลื่อนด้วยคนรุ่นใหม่ที่โหยหาไลฟ์สไตล์สากล ท่ามกลางข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดีตลาดกาแฟในอิหร่านกำลังเปลี่ยนผ่านจากการบริโภคชามาสู่การดื่มกาแฟอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ส่งออกกาแฟดิบ อย่างไรก็ตาม ตลาดนี้ยังคงเผชิญกับความท้าทายจาก อัตราภาษีนำเข้าที่สูง และ มาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการชำระเงินระหว่างประเทศและการเข้าถึงอุปกรณ์ที่ทันสมัย ทำให้ผู้นำเข้าต้องหาช่องทางใหม่ ๆ ในการดำเนินธุรกิจ

ช่องทางการจัดจำหน่าย

ซูเปอร์มาร์เก็ต และไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้ากาแฟเฉพาะทาง ร้านออนไลน์ และ ช่องทางอื่นๆ

แหล่งและย่านขายกาแฟ

1.Grand Bazar เป็นตลาดที่มีกาแฟสำเร็จรูปบรรจุถุงขนาดใหญ่ (แบบผงหรือแบบเม็ด) เช่น กาแฟตุรกี (ส่วนใหญ่) กาแฟอาราบิก้าและกาแฟผสม เมล็ดกาแฟดิบ (มีจำนวนจำกัด) ซึ่งโดยปกติจะไม่มีกาแฟชนิดพิเศษหรือกาแฟคั่วสด

2.บริเวณใจกลางเมืองและบริเวณโดยรอบถนน Engelab /Shariati/Vali-Asr Sq. บริเวณนี้เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดในการซื้อกาแฟพิเศษ เมล็ดกาแฟ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

3. ซื้อกาแฟออนไลน์จากเวปไซต์ที่น่าเชื่อถือ

ผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตร (Sanctions)

ทำให้การโอนเงินระหว่างประเทศ (SWIFT) ทำได้ยาก ต้องผ่านตัวกลาง ดังนั้นจะส่งผลให้การขนส่งล่าช้าและต้นทุนสูงขึ้นในส่วนของเครื่องชงกาแฟ (Espresso Machines) ส่วนใหญ่นำเข้าจากอิตาลี ซึ่งมีราคาสูงมากเนื่องจากค่าเงินเรียลที่อ่อนตัว

ทั้งนี้ไม่มีข้อห้ามในการนำเข้ากาแฟ แต่มีข้อจำกัดด้านการเงินและการขนส่งที่เป็นอุปสรรคหลัก

 

 

Share :
Instagram