
ภาคค้าปลีกและบริการแสดงสัญญาณเชิงบวกในไตรมาสแรก

รายงานเศรษฐกิจและสังคมสำหรับไตรมาสแรกของปี ที่สำนักงานสถิติแห่งชาติ ภายใต้กระทรวงการคลัง ระบุว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของ ปี 2569 ยอดค้าปลีกรวมของสินค้าและบริการผู้บริโภคอยู่ที่ประมาณ 1.9 ล้านล้านดอง (72,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะในเดือนมีนาคม 2569 รายได้อยู่ที่ 638.6 ล้านล้านด่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยอดค้าปลีกสินค้าครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 76.3 ของยอดค้าปลีกรวมทั้งหมด คิดเป็นมูลค่า 1.45 ล้านล้านด่ง ในกลุ่มนี้ เสื้อผ้าเป็นกลุ่มสินค้าที่มีการเติบโตมากที่สุดที่ร้อยละ 9.9 ตามมาด้วยอาหารและผลิตภัณฑ์อาหาร (+9.8%) และเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ในครัวเรือน (+8.2%) จังหวัดที่มีการเติบโตของยอดขายปลีก ได้แก่ กว๋างนิญ (Quang Ninh) (+12.8%) และ บั๊กนิญ (Bac Ninh) (+11.4%)
สำหรับภาคบริการ ธุรกิจที่พักและบริการอาหารก็มีผลประกอบการที่ดีเช่นกัน โดยมีรายได้ 234.7 ล้านล้านด่ง (เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.3) นครดานังและนครเกิ่นเทอเป็นเมืองที่มีรายได้มากที่สุดในกลุ่มนี้ นครดานังมีอัตราการเติบโตร้อยละ 18.1 และ นครเกิ่นเทอร้อยละ 15.1 ส่วนธุรกิจบริการอื่นๆ มีรายได้ 192.8 ล้านล้านด่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับปีก่อน
ในไตรมาสแรกของปี 2569 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยสร้างรายได้ประมาณ 22.9 ล้านล้านด่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.5 ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศในช่วงเทศกาลปีใหม่และวันหยุด โดยเวียดนามต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 6.76 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.4 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดสำหรับไตรมาสแรก
ในขณะเดียวกัน ภาคการขนส่งและโทรคมนาคมมีแนวโน้มเติบโตเช่นกัน โดยรายใต้การขนส่งผู้โดยสารเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.3 และรายได้จากโทรคมนาคมอยู่ที่ 102.8 ล้านล้านด่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3
ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า ตัวเลขในไตรมาสแรกปี 2569 สะท้อนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และเป็นฐานสำคัญสำหรับการเติบโตในช่วงที่เหลือของปี ทั้งนี้ นาง เหงียน ทู อวาน (Nguyen Thu Oanh) หัวหน้าแผนกสถิติบริการและราคา สำนักงานสถิติแห่งชาติ (General Statistics Office of Vietnam: NSO) ระบุว่า เวียดนามเป็นเศรษฐกิจแบบเปิด ระดับการบริโภคจึงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาทิ อุปสงค์ อุปทาน รายได้ของประชาชน และนโยบายการใช้จ่ายภาครัฐ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตของผลิตภัณฑ์รวมในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) ในระดับ 2 หลัก จำเป็นต้องเร่งดำเนินมาตรการส่งเสริมการขายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างเข้มข้น ควบคู่กับการใช้มาตรการภาษีที่ยืดหยุ่นเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและภาคการผลิตภายในประเทศ
นอกจากนี้ ทุกภาคส่วนยังควรติดตามความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันและสินค้าจำเป็นอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาเสถียรภาพของกำลังซื้อ และส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจมหภาค พร้อมทั้งส่งเสริมการบริโภคสินค้าในประเทศผ่านโครงการ “ชาวเวียดนามใช้สินค้าเวียดนาม” เพื่อกระตุ้นตลาดภายในประเทศ
ทั้งนี้ ในไตรมาสแรกของปี 2569 จากอัตราการเติบโตร้อยละ 10.9 ประกอบกับแรงหนุนจากการลงทุนภาครัฐและรายได้แรงงานที่เพิ่มขึ้น ตลาดภายในประเทศที่มีประชากรกว่า 103 ล้านคน ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเวียดนามตลอดปี 2569
(จาก https://vneconomy.vn/)
ข้อคิดเห็น สคต
จากข้อมูลสถิติในรายงาน Vietnam Domestic Market Report 2568 ของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนามระบุว่า ตลาดค้าปลีกสินค้าและบริการของเวียดนามในปี 2568 มีมูลค่า 269,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9–10 เมื่อเทียบกับปี 2567 และการเติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาสแรกของปี 2569 แสดงให้เห็นได้ว่าตลาดค้าปลีกสินค้าและบริการของเวียดนามมีการขยายตัวอย่างมาก การเติบโตของธุรกิจค้าปลีกมีส่วนสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและสังคมเวียดนาม ความต้องการบริโภคสินค้าและบริการของชาวเวียดนามเพิ่มขึ้น การซื้อสินค้าจะเน้นสินค้าอาหาร ของใช้จำเป็นสำหรับบริโภคในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการด้านการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อย่างไรก็ดี ภาคบริการก็เป็นที่น่าจับตามอง เพราะถือเป็นภาคส่วนที่มีศักยภาพใน การเติบโตเช่นกัน
แนวโน้มการเติบโตช่องทางการค้าปลีกสมัยใหม่ในเวียดนามไม่เพียงแต่ขยายตัวในส่วนของห้างค้าปลีกสมัยใหม่เท่านั้น แต่ในส่วนของอีคอมเมิร์ซในเวียดนามที่มีการขยายตัว ช่องทางการค้าออนไลน์เป็นเทรนด์ที่มาแรงในเวียดนาม โดยเฉพาะการขายผ่านช่องทาง SocialMedia ได้แก่ Facebook Live และ Tiktok เป็นการเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าเข้าถึงผู้บริโภคเวียดนามได้มากยิ่งขึ้น ช่องทางอีคอมเมิร์ชจึงเป็นช่องทางที่น่าสนใจของผู้ประกอบการที่ต้องการขยายการค้ามายังตลาดเวียดนาม เนื่องจากต้นทุนที่ต่ำกว่าการเปิดหน้าร้าน และสามารถเข้าผู้บริโภคเป้าหมายได้ดี อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้าออนไลน์ ผู้ประกอบการที่ต้องการเข้ามาทำตลาดในรูปแบบออนไลน์ในเวียดนาม ควรศึกษากฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการค้าออนไลน์ของเวียดนาม