
ข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรจีน (General Administration of Customs of China: GACC) สำนักงานสาขามณฑลกวางตุ้ง และ China News Service รายงานว่าในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มณฑลกวางตุ้งมีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกรวม 1.64 ล้านล้านหยวน ขยายตัวร้อยละ 22.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของช่วงเวลาเดียวกัน โดยมีแรงขับเคลื่อนจากทั้งภาคการส่งออกและการนำเข้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 1.04 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.6 ขณะที่มูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 0.60 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.3 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของภาคการผลิตและการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศจีน
ด้านโครงสร้างผู้ประกอบการ พบว่ามีผู้ประกอบการที่มีการนำเข้าและส่งออกจริงประมาณ 130,000 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.9 โดยภาคเอกชนยังคงเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการค้า มีมูลค่าการค้ารวม 1.09 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.2 ขณะที่วิสาหกิจที่มีการลงทุนจากต่างประเทศมีมูลค่าการค้ารวม 0.48 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.8
ด้านโครงสร้างสินค้า สินค้ากลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงและสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการส่งออก โดยการส่งออกสินค้าเครื่องจักรกลและอิเล็กทรอนิกส์มีมูลค่า 0.72 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.9 มีสินค้าเทคโนโลยีสำคัญ อาทิ หุ่นยนต์อุตสาหกรรม โดรน เครื่องจักร CNC (Computer Numerical Control) และเครื่องพิมพ์สามมิติ ขยายตัวในอัตราสูงถึงร้อยละ 32.3 ร้อยละ 66.7 ร้อยละ 78.5 และร้อยละ 172.3 ตามลำดับ ขณะที่สินค้ากลุ่มพลังงานสะอาด เช่น กังหันลม และกลุ่มสามสินค้าหลักยุคใหม่ (ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่ลิเทียม) ขยายตัวร้อยละ 38.6 และร้อยละ 54.6 ตามลำดับ
สำหรับตลาดคู่ค้า อาเซียน เขตบริหารพิเศษฮ่องกง และสหภาพยุโรป ยังคงเป็นคู่ค้าหลัก 3 อันดับแรกของมณฑลกวางตุ้ง โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 18.0 ร้อยละ 36.9 และร้อยละ 23.1 ตามลำดับ ขณะที่การค้ากับสหรัฐอเมริกาและไต้หวันขยายตัวร้อยละ 1.0 และร้อยละ 6.9 ตามลำดับ นอกจากนี้ การค้ากับตลาดเกิดใหม่ เช่น ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง เอเชียกลาง และแอฟริกา ขยายตัวในระดับสูง โดยเฉพาะตลาดแอฟริกา ที่เติบโตร้อยละ 41.8
ในด้านการนำเข้า สินค้าปัจจัยการผลิตสำคัญยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ได้แก่ วงจรรวม (IC) คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน และแร่ทองแดง มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 31.1 ร้อยละ 54.4 และร้อยละ 135.4 ตามลำดับ ขณะเดียวกัน สินค้าอุปโภคบริโภคที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิต อาทิ ข้าว เนื้อวัว และน้ำมันพืช มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 65.1 ร้อยละ 90.8 และร้อยละ 228.2 ตามลำดับ สะท้อนถึงการฟื้นตัวของกำลังซื้อภายในประเทศ
ผลกระทบด้านเศรษฐกิจต่อประเทศไทย และแนวทางการปรับตัวของภาครัฐ ภาคเอกชน และ ผู้ประกอบการไทย
การค้าระหว่างมณฑลกวางตุ้งและไทย ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 153,465 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 14.6 เมื่อเทียบกับปีก่อน การส่งออกของมณฑลกวางตุ้งไปไทยขยายตัวร้อยละ 20.5 ขณะที่การนำเข้าของมณฑลกวางตุ้งจากไทยขยายตัวร้อยละ 4.0 สะท้อนถึงความต้องการสินค้าในห่วงโซ่อุปทานการผลิตและการบริโภคภายในประเทศจีนที่ยังคงมีศักยภาพ
มูลค่าการค้าระหว่างมณฑลกวางตุ้งและไทย

ข้อมูลจาก Global Trade Atlas
การฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศจีนถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหาร ขณะเดียวกัน การเติบโตของสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงและสินค้ามิตรต่อสิ่งแวดล้อมของจีนก็สร้างแรงกดดันการแข่งขันในตลาดโลก ทำให้ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องปรับตัว พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม รักษาความสามารถในการแข่งขัน และสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมสีเขียว
ทั้งนี้ ภาครัฐสามารถสนับสนุนผู้ประกอบการไทยด้วยการยกระดับมาตรฐานสินค้าและนวัตกรรม รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือกับตลาดจีนและคู่ค้าสำคัญในภูมิภาค เช่น การขยายฐานลูกค้าผ่านงานแสดงสินค้าต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ประโยชน์จากการเติบโตของตลาดจีนและการขยายตัวของห่วงโซ่อุปทานโลกในระยะยาว
........................................
จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว
20 มีนาคม 2569
แหล่งข้อมูล
https://cceeccic.org/274416027.html