
พลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์ (Min Aung Hlaing) ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีเมียนมา จากที่ประชุมรัฐสภาเมียนมา เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 69 โดยได้รับคะแนนเสียง 429 เสียง จาก 584 เสียง คิดเป็น 73.5% สำหรับรองประธานาธิบดี ได้แก่ นายเนียวซอ (Nyo Saw) ได้รับคะแนนเสียง 126 เสียง คิดเป็น 21.5% ได้รับเลือกเป็นรองประธานาธิบดีคนที่ 1 และ น.ส. นาน นี นี เอย์ (Nan Ni Ni Aye) ได้รับคะแนนเสียง 29 เสียง คิดเป็น 5% ได้รับเลือกเป็นรองประธานาธิบดีคนที่ 2
ผลกระทบ/โอกาส การเลือกตั้งในเมียนมาและการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมียนมาตามระบอบประชาธิบไตยและรัฐสภา ที่เกิดขึ้นเป็น “สัญญาณที่ดี” ต่อประเทศเมียนมา ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม ความสัมพันธ์และการยอมรับกับประเทศต่างๆ ที่ดีมากขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วน รวมทั้งการยอมรับจากคนเมียนมาและประเทศต่างๆ ด้วย ซึ่งหวังว่าการเลือกตั้งเมียนมาและการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมาตามระบอบประชาธิปไตย จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้เมียนมาเปลี่ยนผ่านทางการเมืองสู่ระบอบประชาธิปไตยและเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสันติภาพในเมียนมา ทั้งนี้ หลังจากการเลือกประธานาธิบดีเมียนมาจะมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมาต่อไป โดยหวังว่าเมียนมาจะมีการผ่อนคลายนโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และเรื่องต่างๆ มากขึ้น ให้เป็นกลไกตลาดมากขึ้นตามลำดับหรือตามความเหมาะสมต่อไป
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะ นโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และเรื่องต่างๆ ของรัฐบาลเมียนมาชุดใหม่ ซึ่งหากการเมืองเมียนมาเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย มีเสถียรภาพและได้รับการยอมรับมากขึ้น รวมทั้งหากผ่อนคลายนโยบายหรือมาตรการทางเศรษฐกิจมากขึ้น ก็จะส่งผลดีกับภาคธุรกิจ การค้า การลงทุน ทั้งธุรกิจเมียนมาและประเทศต่างๆ โดย สคต.ย่างกุ้ง ยินดีสนับสนุนธุรกิจไทยคว้าโอกาสและก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมาต่อไป
********************************************
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง (สคต.ย่างกุ้ง)
นสพ.Global New Light of Myanmar