
กฎระเบียบการลงทุนของคนต่างชาติในสาธารณรัฐเคนยา จากหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนของเคนยา (Kenya Investment Authority หรือ KenInvest) และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กฎหมาย Investment Promotion Act และ Foreign Investments Protection Act พบว่าเคนยามีนโยบายเปิดเสรีการลงทุนจากต่างประเทศในระดับสูง โดยอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติถือหุ้นได้ถึงร้อยละ 100 ในธุรกิจส่วนใหญ่ เว้นแต่บางสาขาที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดตามกฎหมายเฉพาะหรือการกำกับของหน่วยงานเฉพาะด้าน สำหรับหน่วยงาน KenInvest ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย Investment Promotion Act ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักด้านการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกการลงทุน โดยมีระบบ one-stop service เพื่อประสานการดำเนินการกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น นายทะเบียนบริษัท หน่วยงานสรรพากร หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
1. การจัดตั้งกิจการโดยนักลงทุนต่างชาติ
นักลงทุนต่างชาติรวมถึงนักลงทุนไทยสามารถจัดตั้งกิจการในเคนยาได้ในรูปบริษัทจำกัด สาขาของบริษัทต่างประเทศ หรือรูปแบบนิติบุคคลอื่นตามกฎหมาย Companies Act โดยไม่มีข้อกำหนดทั่วไปว่าต้องมีหุ้นส่วนคนเคนยาในทุกกรณี ทั้งนี้ KenInvest ระบุว่านักลงทุนต่างชาติที่มีโครงการลงทุนตั้งแต่ 100,000 เหรียญสหรัฐฯ ขึ้นไป สามารถยื่นขอ Investment Certificate เพื่อรับการอำนวยความสะดวกจากหน่วยงานได้ ขณะที่ Kenya Revenue Authority (KRA) ซึ่งเป็นหน่วยงานสรรพากรและจัดเก็บภาษีของเคนยา กำหนดให้นักลงทุนต่างชาติที่จะมีรายได้ในเคนยาต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (PIN) และแสดงเอกสารหลักฐานการลงทุนประกอบด้วย
2. กลุ่มธุรกิจที่สามารถลงทุนได้
เคนยามีระบบการลงทุนที่อำนวยความสะดวกให้ นักลงทุนต่างชาติสามารถลงทุนได้ในภาคธุรกิจส่วนใหญ่ รวมถึงการผลิต การท่องเที่ยวและโรงแรม เกษตรและแปรรูปอาหาร โลจิสติกส์ คลังสินค้า ซอฟต์แวร์ ธุรกิจดิจิทัล การผลิตเนื้อหาออนไลน์ และธุรกิจบริการให้คำปรึกษาทั่วไป เป็นต้น
- กลุ่มการผลิต เป็นหนึ่งใน Priority Sector ที่เปิดให้มีการลงทุนได้อย่างเสรีไม่มีข้อกำหนดทั่วไปว่าต้องมีผู้ถือหุ้นเคนยาในภาคการผลิต ยกเว้นกรณีพิเศษ เช่น โรงงานที่ผูกกับโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า/พลังงานรูปแบบเฉพาะ หรือมีองค์ประกอบเป็น Public Utility เช่น บริษัทไฟฟ้าแห่งชาติ ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Power and Lighting ที่กฎหมายแยกไว้ต่างหาก
ในทางปฏิบัติ นักลงทุนต่างชาติ (รวมไทย) ลงทุนโรงงานหรือฐานการผลิตได้ร้อยละ 100 ทั้งในเขตปกติและ
ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ/EPZ โดยข้อจำกัดหลักจะเป็นเรื่องภาษีและสิ่งแวดล้อม
- กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม กำหนดให้นักลงทุนต่างชาติสามารถลงทุนในโรงแรม รีสอร์ต บริษัทให้บริการการท่องเที่ยว กิจกรรม MICE ได้โดยไม่มีข้อกำหนดให้ต้องมีหุ้นส่วนเคนยา แต่ต้องถือใบอนุญาตประกอบธุรกิจท่องเที่ยว/โรงแรมตามที่หน่วยงานท่องเที่ยวและสาธารณสุขกำหนด
- กลุ่มเกษตรและแปรรูปสินค้าเกษตร เปิดให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนใน Value Chain ทั้งการปลูก การแปรรูป และโลจิสติกส์อาหาร โดยไม่มีข้อจำกัดการถือหุ้นของคนต่างชาติ ในกิจการแปรรูปอาหารหรือโรงงานแปรรูปเกษตร แต่ข้อจำกัดสำคัญในภาคเกษตรจะอยู่ที่สิทธิในที่ดิน คือ นักลงทุนต่างชาติไม่สามารถถือกรรมสิทธิ์ที่ดินได้โดยตรง ต้องใช้รูปแบบเช่าระยะยาว หรือถือผ่านโครงสร้างที่กฎหมายอนุญาต
สำหรับโครงการขนาดใหญ่ เช่น โรงงานแปรรูปในเขตชลประทานหรือใกล้ทรัพยากรน้ำ ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย Land, Water, Environmental Management และอาจต้องผ่านขั้นตอน EIA ก่อน
- กลุ่มโลจิสติกส์และคลังสินค้า ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม Infrastructure and Logistics Services ที่เปิดให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนได้ร้อยละ 100 ในธุรกิจของบริษัทที่ให้บริการ Logistics, Freight Forwarding, Trucking, Warehousing และ Distribution ทั่วไป
- กลุ่มซอฟต์แวร์ ธุรกิจดิจิทัล และผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี เป็นกลุ่มที่รัฐบาลเคนยาอนุญาตให้กิจการ ICT หลายประเภทสามารถถือหุ้นโดยนักลงทุนต่างชาติได้ร้อยละ 100
- กลุ่มธุรกิจบริการที่ปรึกษา หากเป็นที่ปรึกษาทั่วไป เช่น Management Consulting, Business Advisory หรือ IT Consulting โดยหลักสามารถจัดตั้งบริษัทและนักลงทุนต่างชาติถือหุ้นได้เต็มจำนวน อย่างไรก็ดี หากเป็นวิชาชีพควบคุม เช่น กฎหมาย บัญชี หรือวิศวกรรม
ผู้ประกอบวิชาชีพต่างชาติยังต้องได้รับการขึ้นทะเบียนหรืออนุญาตจากองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องก่อนประกอบวิชาชีพในเคนยาเสียก่อน
3. กลุ่มธุรกิจที่ห้ามหรือจำกัด และธุรกิจที่ต้องขออนุญาต
แม้ภาพรวมจะเปิดเสรี แต่ยังมีสาขาที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดพิเศษหรือการกำกับเฉพาะ เช่น สาขาธุรกิจหลักทรัพย์ ประกันภัย ไฟฟ้า และกิจการสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎหมายรายสาขาและเงื่อนไขของหน่วยงานกำกับ เช่น การได้รับใบอนุญาตสำหรับกิจการที่เกี่ยวข้องกับ Electronic Communications, Network Services หรือในกรณีของภาคการเงินและประกันภัย นักลงทุนต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับเฉพาะ เช่น Central Bank of Kenya และ Insurance Regulatory Authority ซึ่งอาจกำหนดคุณสมบัติผู้ถือหุ้น ทุนขั้นต่ำ และเงื่อนไขด้านการบริหารกิจการเพิ่มเติม
4. การจ้างงานและแรงงานต่างชาติ
KenInvest ระบุว่าเคนยามีตลาดแรงงานขนาดใหญ่ และการจ้างงานอยู่ภายใต้กฎหมายแรงงานของประเทศซึ่งคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกจ้าง เช่น วันลาประเภทต่างๆ และเงื่อนไขการเลิกจ้างอย่างเป็นธรรม สำหรับการจ้างผู้บริหารหรือผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ นักลงทุนต้องขอใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง โดย KRA ระบุให้ผู้ลงทุนต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในเคนยาต้องมีเอกสารรองรับการลงทุนและ Work Permit ที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อการประกอบธุรกิจ
ทั้งนี้ ยังไม่พบข้อกำหนดเชิงตัวเลขที่ใช้บังคับทั่วไปว่าบริษัทต่างชาติต้องจ้างคนเคนยาขั้นต่ำกี่คนต่อแรงงานต่างชาติหนึ่งคน แต่ในทางปฏิบัติหน่วยงานของรัฐอาจจะพิจารณาการสร้างงานแก่คนท้องถิ่นและแผนถ่ายทอดทักษะประกอบการอนุมัติใบอนุญาตทำงานได้
5. การนำเงินลงทุน รายได้ หรือกำไรออกนอกประเทศ
จากกฎหมาย Foreign Investments Protection Act ซึ่งรับรองการคุ้มครองการลงทุนของต่างชาติ และรับประกันสิทธิในการโอนเงินทุน เงินปันผล และดอกเบี้ยออกนอกประเทศ ภายใต้กฎหมายภาษีและกฎเกณฑ์ด้านธุรกรรมเงินตราต่างประเทศของเคนยา ทำให้นักลงทุนต่างชาติสามารถนำกำไรหรือเงินลงทุนกลับประเทศได้ หากเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมาย ผ่านระบบธนาคารที่ได้รับอนุญาต และได้ปฏิบัติตามภาระภาษีที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว ในกรณีที่กิจการขาดทุน กฎหมายไม่ได้ห้ามการโอนเงินลงทุนส่วนที่เหลือกลับออกนอกประเทศ แต่ต้องเป็นไปหลังจากการชำระหนี้และภาษี รวมทั้งดำเนินขั้นตอนการเลิกกิจการหรือชำระบัญชีตามกฎหมายแล้ว
6. การบอกเลิกกิจการหรือถอนการลงทุน
การเลิกกิจการในเคนยาอยู่ภายใต้กฎหมาย Companies Act และ Insolvency Act โดยผู้ประกอบการต้องดำเนินการภายใต้หลักปฏิบัติของหน่วยงาน Registrar of Companies เพื่อชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ ชำระค่าจ้างหรือสิทธิประโยชน์ค้างจ่ายให้ลูกจ้าง และชำระภาษีให้กับ KRA ก่อนแจกจ่ายทรัพย์สินส่วนที่เหลือแก่ผู้ถือหุ้น เมื่อล้างภาระผูกพันต่างๆ ครบถ้วนแล้ว นักลงทุนต่างชาติสามารถโอนทรัพย์สินหรือเงินส่วนที่เหลือกลับออกนอกประเทศได้ตามหลักคุ้มครองที่กำหนดไว้ใน Foreign Investments Protection Act
7. ประเด็นเฉพาะสำหรับกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพต่อผู้ประกอบการไทย
7.1 โรงแรมและการท่องเที่ยว
กลุ่มโรงแรมและการท่องเที่ยวเป็นสาขาที่นักลงทุนต่างชาติสามารถลงทุนได้โดยทั่วไปภายใต้ระบบเปิดเสรีของเคนยา และเป็นสาขาที่ KenInvest ให้ความสำคัญในฐานะภาคบริการสำคัญของประเทศ ผู้ประกอบการจะต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจในระดับท้องถิ่น รวมถึงใบอนุญาตรายสาขาที่เกี่ยวข้องกับโรงแรม การบริการนักท่องเที่ยว สุขอนามัย และสิ่งแวดล้อมตามลักษณะกิจการ
7.2 อาหาร เกษตร และแปรรูป
ภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารเป็นสาขาที่เคนยาส่งเสริมอย่างชัดเจน นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้าลงทุนได้ในกิจกรรมการผลิต การแปรรูป การกระจายสินค้า และการเกษตรเชิงพาณิชย์ตามกรอบกฎหมายทั่วไป หากโครงการเกี่ยวข้องกับที่ดิน สิ่งแวดล้อม การนำเข้าเมล็ดพันธุ์ มาตรฐานอาหาร หรือโรงงานผลิต จะต้องตรวจสอบกฎหมายและใบอนุญาตจากหน่วยงานเฉพาะเพิ่มเติมเป็นรายกรณี
7.3 โลจิสติกส์และคลังสินค้า
ภาคโลจิสติกส์ คลังสินค้า และการกระจายสินค้าเป็นอีกสาขาที่เปิดรับการลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในบริบทที่เคนยาเป็นศูนย์กลางการค้าของแอฟริกาตะวันออก หากกิจการเกี่ยวข้องกับการขนส่งเฉพาะทางเขตปลอดอากร ท่าเรือ หรือการดำเนินงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษ อาจต้องขอใบอนุญาตหรือปฏิบัติตามกฎของหน่วยงานท่าเรือ ศุลกากร หรือหน่วยงานเขตเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติม
7.4 Content creator / Software / Consultant services
สำหรับธุรกิจผลิตเนื้อหาออนไลน์ ธุรกิจซอฟต์แวร์ ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และบริการที่ปรึกษาทั่วไป ถือเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มสอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของเคนยา และโดยหลักสามารถถือหุ้นต่างชาติได้เต็มจำนวน อย่างไรก็ดี ควรแยก พิจารณาว่าธุรกิจเข้าข่าย “ผู้ให้บริการโครงข่ายหรือการสื่อสารที่ต้องได้รับใบอนุญาต” หรือไม่ หากเข้าข่ายดังกล่าว ก็จะต้องตรวจสอบเงื่อนไขใบอนุญาตของ Communications Authority เพิ่มเติม