fb
สตรีอาหรับ GCC ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่
โดย
Suthida
ลงเมื่อ 07 สิงหาคม 2569 12:30
สคต. ณ เมืองดูไบ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) (TTC, Dubai (United Arab Emirates))

ภูมิภาคอ่าวอาหรับ GCC กำลังก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญ โดยมี สตรีเป็นกำลังขับเคลื่อนกลุ่มใหม่ การที่สตรีเข้าสู่ตลาดแรงงานและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มิได้เปลี่ยนเพียงโครงสร้างกำลังแรงงานเท่านั้น หากยังเปลี่ยนแปลง กำลังซื้อและ รูปแบบการบริโภคของภูมิภาค ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญที่สินค้าไทยหลายกลุ่มจะขยายการส่งออกเข้าสู่ตลาดที่มีมูลค่าสูงแห่งนี้

  • แนวโน้มใหญ่เมื่อกำลังแรงงานหญิงกลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจ

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญที่สุดของกลุ่มประเทศ GCC ในเวลานี้ มิได้เกิดจากตลาดน้ำมันหรือโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ แต่เกิดจากโครงสร้างกำลังแรงงานที่เปลี่ยนไป โดยรัฐบาลหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และบาห์เรน ได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมการศึกษาและการมีส่วนร่วมของสตรีในตลาดแรงงานอย่างจริงจัง ทำให้สตรีขยายบทบาทจากภาคดั้งเดิม เช่น ราชการ การศึกษา และสาธารณสุข ไปสู่สาขาใหม่ ทั้งเทคโนโลยี การเงิน การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง และแม้แต่ภาคอวกาศ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมิใช่การละทิ้งคุณค่าทางวัฒนธรรมและหลักศาสนา หากเป็นการปรับบทบาทให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยความรู้และนวัตกรรม

ตัวเลขสำคัญโดยสังเขป

  • สตรีที่มีงานทำในภูมิภาค  GCC เพิ่มจากประมาณ 7 ล้านคนในปี 2566 เป็น 7.4 ล้านคนในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ  5.7 ต่อปี (แยกเป็นพลเมือง GCC 2.3 ล้านคน และแรงงานต่างชาติ 3.1 ล้านคน โดยไม่รวม UAE)

  • อัตราการมีส่วนร่วมของสตรีในกำลังแรงงาน (ธนาคารโลก/ILO ปี 2568): กาตาร์ ร้อยละ 61.9, UAE ร้อยละ 53, คูเวต ร้อยละ 47.2, บาห์เรน ร้อยละ 42.3, ซาอุดีอาระเบีย ร้อยละ 33.6 และโอมาน ร้อยละ 30

  • ซาอุดีอาระเบียปฏิรูปเร็วที่สุด อัตราการมีส่วนร่วมของสตรีเพิ่มกว่า 2 เท่า จากร้อยละ 17.4 (ต้นปี 2560) เป็นร้อยละ 36.3 (ไตรมาสแรกปี 2568) ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงเหลือร้อยละ  10.5

  • จากห้องเรียน STEM สู่ภาคเศรษฐกิจใหม่

จุดเปลี่ยนสำคัญมิได้อยู่ที่จำนวนสตรีที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่อยู่ที่ สาขาที่เลือกเรียน”       โดยข้อมูลจากธนาคารโลกและยูเนสโก (ปี 2567) พบว่า สตรีมีสัดส่วนเกินร้อยละ 40 ของผู้สำเร็จการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (STEM) ในทุกประเทศ GCC ที่มีข้อมูล ได้แก่ โอมาน ร้อยละ 53.9 กาตาร์ ร้อยละ 50.7 ยูเออี ร้อยละ 46.3 ซาอุดีอาระเบีย ร้อยละ 45.6 และบาห์เรน ร้อยละ 42.4

ในภาครัฐ สตรีมีบทบาทสูงอยู่แล้ว โดยยูเออีระบุว่าสตรีคิดเป็นร้อยละ 66 ของกำลังแรงงานภาครัฐ และกว่าร้อยละ 30 ดำรงตำแหน่งบริหาร ส่วนบาห์เรนมีสตรีในตำแหน่งระดับสูงภาครัฐร้อยละ 48 และเป็นผู้ก่อตั้งธุรกิจสตาร์ทอัพเกือบ 1 ใน 5 ที่น่าสนใจคือการขยายสู่ภาคเทคนิคขั้นสูง เช่น สตรีคิดเป็นร้อยละ 50.7 ของพนักงานสำนักงานอวกาศยูเออี และสตรีชาวเอมิเรตส์คิดเป็นร้อยละ 86 ของแรงงานสัญชาติยูเออี ในบริษัทผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน Strata Manufacturing ทั้งนี้ ในทศวรรษข้างหน้า การจ้างงานสตรีมีแนวโน้มเติบโตมากที่สุดในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความมั่นคงทางไซเบอร์ เทคโนโลยีการเงิน (FinTech) เทคโนโลยีสุขภาพ พลังงานหมุนเวียน อุตสาหกรรมอวกาศ การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

  • โอกาสสินค้าใหม่เมื่อคุณภาพของอุปสงค์เปลี่ยนไป

การที่สตรีมีรายได้เป็นของตนเองและมีอำนาจตัดสินใจซื้อมากขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างการบริโภคและความต้องการนำเข้าสินค้าในยูเออี และ GCC โดยกลุ่มสินค้าที่มีแนวโน้มได้ประโยชน์ ได้แก่ สินค้าแฟชั่นและ         ไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะเครื่องแต่งกายสำนักงานและแฟชั่นมุสลิมร่วมสมัย (Modest Fashion) เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว โดยเฉพาะกลุ่มธรรมชาติและฮาลาล อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารพรีเมียม และอาหารพร้อมรับประทาน ผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก สินค้าเทคโนโลยีและอุปกรณ์อัจฉริยะ ตลอดจนสินค้ากลุ่มกีฬาและสุขภาพองค์รวม (Wellness) ซึ่งล้วนสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคหญิงรุ่นใหม่ในเมืองใหญ่ เช่น ดูไบ อาบูดาบี ริยาด และโดฮา

image.png

 

  • นัยเชิงยุทธศาสตร์ต่อผู้ส่งออกไทย

การเพิ่มขึ้นของสตรีในตลาดแรงงาน GCC มิได้เป็นเพียงการเพิ่มจำนวนผู้บริโภค หากเป็นการยกระดับ คุณภาพของอุปสงค์ กล่าวคือ ผู้บริโภคหญิงรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย ความยั่งยืน สุขภาพ และแบรนด์สินค้ามากขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยที่มุ่งเจาะตลาดนี้จึงควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานสินค้า การรับรองฮาลาล และการสร้างเรื่องราวของแบรนด์ที่สอดคล้องกับค่านิยมดังกล่าว

โดยสรุป การเปลี่ยนผ่านครั้งแรกของภูมิภาคอ่าวอาหรับคือการเปิดโอกาสให้สตรีเข้าถึงการศึกษาและการทำงานในภาครัฐ ส่วนการเปลี่ยนผ่านครั้งต่อไปจะทำให้สตรีกลายเป็นกำลังหลักของอุตสาหกรรมใหม่ที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจหลังยุคน้ำมัน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของยูเออี และ GCC ที่มุ่งสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ นับเป็นจังหวะเหมาะสมที่สินค้าไทยกลุ่มอาหารสุขภาพ อาหารฮาลาล เครื่องสำอางธรรมชาติ สินค้าแม่และเด็ก แฟชั่นมุสลิมร่วมสมัย และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ จะเร่งขยายตลาดเพื่อรองรับกำลังซื้อของผู้บริโภคหญิงที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ในระยะต่อไป การเพิ่มขึ้นของบทบาทสตรีในระบบเศรษฐกิจ GCC จะไม่เพียงช่วยเพิ่มจำนวนแรงงานและกำลังซื้อของภูมิภาค แต่ยังเป็นปัจจัยเร่งการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีการเงิน พลังงานสะอาด เทคโนโลยีสุขภาพ และเศรษฐกิจดิจิทัล ส่งผลให้ความต้องการสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการไทยจึงควรพัฒนาสินค้าให้มีนวัตกรรม มีมาตรฐานฮาลาล เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคหญิงยุคใหม่ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันและใช้ประโยชน์จากโอกาสทางการค้าที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจของภูมิภาคอ่าวอาหรับในระยะยาว

 

2026 PR Aug 7 The rise of women in the Gulf’s new economy.pdf
Share :
Instagram