fb
จีนเผยการค้าวัตถุดิบสมุนไพรแพทย์แผนจีนปี 2025 ไทยครองแหล่งนำเข้าอันดับหนึ่ง

จีนเผยการค้าวัตถุดิบสมุนไพรแพทย์แผนจีนปี 2025 ไทยครองแหล่งนำเข้าอันดับหนึ่ง

โดย
Sirikoon
ลงเมื่อ 06 กุมภาพันธ์ 2569 14:22
สคต. ณ เมืองกวางโจว (จีน) (TTC, Guangzhou (China))
2

ภาพรวมการนำเข้าวัตถุดิบสมุนไพรที่ใช้ในแพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine) ในปี 2025 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของพฤติกรรมผู้บริโภคจีนอย่างเด่นชัด โดยความต้องการวัตถุดิบสมุนไพรจากต่างประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง แม้มูลค่าการค้ารวมจะชะลอตัวลงเล็กน้อย ผู้บริโภคจีนหันมาให้ความสำคัญกับสมุนไพรและวัตถุดิบที่สามารถใช้ดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน ป้องกันโรค และตอบโจทย์การใช้งานในอุตสาหกรรมยาและอาหารสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้การนำเข้าสมุนไพรที่มีคุณภาพ ความปลอดภัยสูง และสามารถใช้ได้ทั้งในภาคอาหารและยา ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศไทยมีบทบาทโดดเด่นในฐานะแหล่งนำเข้าสำคัญอันดับหนึ่งของจีน
ข้อมูลจากสถิติศุลกากรจีนระบุว่า ปี 2025 จีนมีปริมาณการค้าวัตถุดิบสมุนไพรแพทย์แผนจีน รวม 726,200 ตัน ลดลงเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.14 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่มูลค่าการค้ารวม อยู่ที่ 15,812 ล้านหยวน ลดลงร้อยละ 4.65 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มราคาสินค้าสมุนไพรที่ปรับตัวลดลง ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมของตลาดไปสู่การคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพและตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะด้านมากขึ้น
ส่งออกชะลอ–นำเข้าทรงตัว สะท้อนพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป
ในด้านการส่งออก จีนมีปริมาณการส่งออกวัตถุดิบสมุนไพรแพทย์แผนจีน อยู่ที่ 250,500 ตัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.36 แต่มีมูลค่าการส่งออกลดลงร้อยละ 8.58 เหลือ 8,530 ล้านหยวน แสดงให้เห็นว่า ความต้องการในตลาดปลายทางมีการเลือกซื้ออย่างระมัดระวังมากขึ้น และให้ความสำคัญกับราคาต่อหน่วยและการใช้งานเฉพาะทาง
ขณะที่การนำเข้าวัตถุดิบสมุนไพรแพทย์แผนจีนของจีน มีปริมาณ 455,700 ตัน ลดลงเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.40 แต่มีมูลค่านำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.42 อยู่ที่ 7,283 ล้านหยวน สะท้อนว่าจีนยังคงมีความต้องการนำเข้าสมุนไพรบางประเภทอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมยาแผนจีน อาหาร และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคจีนที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน การป้องกันโรค และการบริโภคสินค้าที่มีคุณสมบัติเป็นทั้ง      อาหารและยา

 

4.png

 

ด้านพฤติกรรมผู้บริโภคจีนสามารถจำแนกออกเป็นกลุ่มสำคัญที่ขับเคลื่อนอุปสงค์ วัตถุดิบสมุนไพรแพทย์แผนจีนนำเข้า ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุที่ให้ความสำคัญกับสมุนไพรบำรุงร่างกายและป้องกันโรคเรื้อรัง กลุ่มคนทำงานในเมืองที่นิยมผลิตภัณฑ์สมุนไพรในรูปแบบกึ่งสำเร็จรูป และพร้อมใช้งาน เพื่อเสริมสุขภาพในชีวิตประจำวัน และกลุ่มผู้บริโภคสายสุขภาพที่มองหาวัตถุดิบจากธรรมชาติ มีแหล่งที่มาชัดเจน และสามารถตรวจสอบคุณภาพได้ แนวโน้มดังกล่าว ทำให้สมุนไพรแพทย์แผนจีนนำเข้าที่มีมาตรฐานและความน่าเชื่อถือได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไทยยืนหนึ่งแหล่งนำเข้าวัตถุดิบสมุนไพรของจีน
เมื่อพิจารณาเชิงลึกด้านประเทศคู่ค้า พบว่าในปี 2025 จีนมีประเทศคู่ค้านำเข้าวัตถุดิบสมุนไพรแพทย์แผนจีนที่มีมูลค่าการค้าเกิน 100 ล้านหยวน จำนวน 13 ประเทศ โดยประเทศไทยครองอันดับหนึ่ง ด้วยมูลค่านำเข้าสูงถึง 1,955 ล้านหยวน และมีอัตราการเติบโตสูงถึงร้อยละ 53.28 เมื่อเทียบกับปี 2024 สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดจีนต่อคุณภาพและความสม่ำเสมอของวัตถุดิบจากไทย ส่วนในเชิงภูมิภาค แหล่งนำเข้าสมุนไพรของจีนยังคงกระจุกตัวอยู่ในอาเซียนและอินเดีย   คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 70.73 ของมูลค่านำเข้าทั้งหมด โดยอาเซียนมีอัตราการเติบโตของมูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 22.66 สะท้อนบทบาทของภูมิภาคนี้ในฐานะแหล่งวัตถุดิบสมุนไพร และ   สินค้าเกษตร ที่ตอบโจทย์โครงสร้างการบริโภคของจีนในระยะยาว

 

5.png

“สินค้าไทย” ที่มีศักยภาพในตลาดจีน
ข้อมูลด้านชนิดสินค้านำเข้าแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสินค้าไทยหลายรายการ มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบสมุนไพรแพทย์แผนจีนของจีน โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งในภาคอาหารและยา

 

6.png

 

1.ลำไยแห้ง ประเทศไทยเป็นแหล่งนำเข้าลำไยแห้งรายใหญ่ที่สุดของจีน คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 98.53 ของการปริมาณนำเข้าลำไยแห้งทั้งหมด ลำไยแห้งถูกนำไปใช้ทั้งในรูปแบบอาหาร ยาจีน เครื่องดื่มสมุนไพร และผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพ สะท้อนแนวโน้มการบริโภคของผู้บริโภคจีนที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติบำรุงร่างกาย
2.สมุนไพรและเครื่องเทศจากเขตร้อน สินค้าในกลุ่มพริกไทย ขิง ขมิ้น และสมุนไพรอบแห้งบางชนิด เป็นวัตถุดิบที่จีนมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมยาแผนจีน อาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยไทยมีความได้เปรียบด้านภูมิอากาศ ความหลากหลายของพืชสมุนไพร และศักยภาพในการผลิตเชิงพาณิชย์
3.วัตถุดิบเกษตรกลุ่มอาหารเป็นยา แนวโน้มของตลาดจีนให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีคุณสมบัติ “อาหารและยาในคราวเดียว” ซึ่งสอดคล้องกับจุดแข็งของไทยในด้านพืชสมุนไพร ผลไม้ และพืชเศรษฐกิจเขตร้อนที่สามารถพัฒนาเป็นวัตถุดิบสำหรับหลายอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่องถึงปี 2025 หน่วยงานศุลกากรจีนและสำนักงานกำกับดูแลตลาดได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบลำไยสดและลำไยสดในตลาดค้าปลีกปลายทางอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการตรวจสอบสารตกค้างทางการเกษตร ซึ่งมีการนำเนื้อ เมล็ด และเปลือกมาบดรวมกันเพื่อตรวจวิเคราะห์ ส่งผลให้พบกรณีสารตกค้างเกินมาตรฐานเป็นจำนวนมาก และเกิดกรณีการตีกลับสินค้า รวมถึงการปรับเงินผู้ประกอบการค้าปลีกในบางพื้นที่ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ค้าปลีกปลายทางในการนำลำไยมาวางจำหน่าย และทำให้ตลาดมีความคาดหวังสูงขึ้นต่อผู้ผลิตจากต้นทางในการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด
ส่วนลำไยแห้ง ไม่อยู่ภายใต้พิธีสารการนำเข้าลำไยสดของจีน และไม่จำเป็นต้องขึ้นทะเบียนสวน อย่างไรก็ตาม ต้องปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยอาหารของจีน โดยโรงงานแปรรูปต้องผ่านมาตรฐานด้านสุขอนามัย และต้องขึ้นทะเบียนผู้ผลิตและผู้ส่งออกกับศุลกากรจีน (GACC) ทั้งนี้ จีนให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการควบคุมสารตกค้าง เช่น สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สารกันเสีย และการปนเปื้อนอื่น ๆ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยอาหารที่กำหนดของจีน
ภายใต้บริบทดังกล่าว ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำ โดยเฉพาะการควบคุมสารตกค้างทางการเกษตร การยกระดับระบบตรวจสอบย้อนกลับ และการปฏิบัติตามมาตรฐานนำเข้าของจีนอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการพัฒนาการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการสินค้ากึ่งสำเร็จรูปและพร้อมใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของตลาด และรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสมุนไพรจีน ซึ่งยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในระยะยาว
ผลกระทบด้านเศรษฐกิจต่อประเทศไทย และแนวทางการปรับตัวของภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการไทย
การที่ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นแหล่งนำเข้าวัตถุดิบสมุนไพรแพทย์แผนจีนอันดับหนึ่งของจีน สะท้อนศักยภาพเชิงโครงสร้างของสินค้าเกษตรและสมุนไพรไทยในการตอบสนองตลาดจีนที่เน้นคุณภาพ ความปลอดภัย และการใช้งานในชีวิตประจำวัน หากไทยสามารถต่อยอดจากการส่งออกวัตถุดิบไปสู่การแปรรูป และพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรและอาหารสุขภาพ จะช่วยยกระดับบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุตสาหกรรมสุขภาพของจีน และสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดจีนได้

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรมุ่งพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์พฤติกรรมการบริโภคของผู้บริโภคจีน โดยเฉพาะลำไย สมุนไพรเขตร้อน และวัตถุดิบกลุ่มอาหารและยา ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานสินค้า ระบบตรวจสอบย้อนกลับ และการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เพื่อตอบรับความต้องการสินค้ากึ่งสำเร็จรูปและพร้อมใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งติดตามข้อกำหนดด้านการนำเข้า และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สินค้าไทยสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขัน และขยายบทบาทในตลาดสมุนไพรจีนได้อย่างมั่นคง

 ..........................................................


แหล่งข้อมูล
https://mp.weixin.qq.com/s/0ZS_HJiQzQGa8za9XGlvSw

จีนเผยภาพรวมการค้าสมุนไพรจีนปี 2025 “ไทย” ครองแชมป์แหล่งนำเข้าอันดับหนึ่ง.pdf
Share :
Instagram