fb
ทางเลือกการขนส่งไทย-เมียนมา (ท่าเรือระนอง-ย่างกุ้ง) รองรับผลก ระทบจากการปิดชั่วคราว สะพาน 2 ฝั่งเมียวดี

ทางเลือกการขนส่งไทย-เมียนมา (ท่าเรือระนอง-ย่างกุ้ง) รองรับผลก ระทบจากการปิดชั่วคราว สะพาน 2 ฝั่งเมียวดี

โดย
Yin
ลงเมื่อ 15 กันยายน 2568 11:10
สคต. ณ กรุงย่างกุ้ง (เมียนมา) (TTC, Yangon (Myanmar))
290
2

จากสถานการณ์ “สะพาน 2 ฝั่งเมียวดี ปิดชั่วคราว” ตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. 68 ถึงปัจจุบัน ซึ่งต้องติดตามต่อไป ว่าจะเปิดเมื่อใด รวมทั้งเมียนมาได้เพิ่มความเข้มข้นการสกัดปราบปรามสินค้าลักลอบนำเข้ากับทุกช่องทางการค้า โดยสินค้าที่นำเข้าจากทุกประเทศ ทั้งนำเข้าจากไทยและจากประเทศอื่นๆ ต้องมีใบอนุญาตนำเข้า (Import License) จึงสามารถนำเข้าสู่เมียนมาได้ 

ผลกระทบ/โอกาส การปิดชั่วคราว สะพาน 2 ฝั่งเมียวดี เมียนมา ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่าจะเปิดเมื่อใด “เป็นข้อจำกัด” ต่อการค้าและการขนส่งของไทยผ่านช่องทางดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สามารถ “พิจารณาเส้นทางอื่นๆ ขนส่งทดแทน” เนื่องจากไทยและเมียนมามีพรมแดนติดกันตั้งแต่เหนือจรดใต้ (เชียงรายถึงระนอง) เช่น ด่านแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก จ.เชียงราย สามารถเชื่อมโยงภาคเหนือของไทยกับภาคเหนือเมียนมา ด่านท่าเรือระนอง-เกาะสอง-ท่าเรือย่างกุ้ง เชื่อมโยงไทย-เมียนมา และประเทศกลุ่ม BIMSTEC ทั้งนี้ นอกจากการค้าและขนส่งชายแดนไทย-เมียนมาแล้ว มีทางเลือกการค้าการขนส่งระหว่างประเทศ เช่น ท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง สามารถขนส่งระหว่างไทยและเมียนมาได้ โดยเฉพาะท่าเรือย่างกุ้ง ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าการขนส่งที่รัฐบาลเมียนมาส่งเสริมสนับสนุน ขอให้ภาคเอกชนพิจารณาการขนส่งเส้นทางต่างๆ เป็นทางเลือกทดแทนเส้นทาง “แม่สอด-เมียวดี-ย่างกุ้ง” ที่มีข้อจำกัดในช่วงนี้

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ สิ่งสำคัญ นอกจากพิจารณาทางเลือกเส้นทางขนส่งอื่นๆ ทดแทนเส้นทางที่มีข้อจำกัดแล้ว ผู้นำเข้าสินค้าสู่ตลาดเมียนมา ต้องขอ Import License นำเข้าเมียนมาให้ถูกต้อง เพื่อให้การค้าการขนส่งราบรื่น โดย สคต.ย่างกุ้ง ยินดีให้บริการ สามารถติดต่อได้ทางอีเมล์ ditpyangon@gmail.com ขอให้ภาคธุรกิจติดตามสถานการณ์ ปรับตัว หาทางเลือก ก้าวข้ามความท้าทาย คว้าโอกาสและปักหมุดตลาดเมียนมา เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทยและเมียนมา เชื่อมั่นว่าตลาดเมียนมายังมีโอกาสและศักยภาพ หากก้าวข้ามความท้าทายต่างๆ ได้

********************************************

นสพ.Global New Light of Myanmar

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง

 

สำหรับท่าเรือระนอง เป็นอีกทางเลือกการค้าการขนส่งไทย-เมียนมา และภูมิภาคข้างเคียง โดยเมื่อวันที่ 10 ก.ย. 68 สมาคมไทย-พม่าเพื่อมิตรภาพ ได้จัดงานสัมมนา “ท่าเรือระนอง ทางเลือกการค้าการขนส่งไทย-เมียนมา” ซึ่งได้รับเกียรติจากเอกอัครราชทูตไทยประจำเมียนมา นำเสนอภาพรวมความสัมพันธ์ไทย-เมียนมาและโอกาสที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีการเสวนาเรื่องระนองการค้าทางทะเลทางเลือกการค้าไทย-เมียนมา โดยประธานสภาธุรกิจไทย-เมียนมา ประธานอาวุโสหอการค้า จ.ระนอง และ ผอ.สคต.ย่างกุ้ง ซึ่งดำเนินการเสวนาโดย รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช สรุป ดังนี้

  1. ตลาดเมียนมามีศักยภาพและโอกาส มีความต้องการสินค้าทุกสถานการณ์ นิยมสินค้าไทย เป็นเพื่อนบ้านติดกันยาวที่สุด 2,401 กิโลเมตร ตั้งแต่เหนือจรดใต้ (เชียงรายถึงระนอง) มีหลายด่านหลายเส้นทางระหว่างกัน และเมียนมายังมีทรัพยากรอีกมาก เมียนมาจึงเป็นทั้งตลาด แหล่งผลิต และประตูการค้าเชื่อมโยงภูมิภาค

  2. อย่างไรก็ตาม เมียนมามีความท้าทายต่างๆ เช่น สถานการณ์ความไม่สงบ (ชายแดนบางพื้นที่) ในเมียนมา กฎระเบียบการค้า โดยเฉพาะ การขอ Import License สินค้านำเข้าเมียนมา ซึ่งเมียนมาได้เพิ่มความเข้มงวดอย่างยิ่ง เพื่อปราบปราบสินค้าลักลอบนำเข้า รวมทั้ง มีบางด่าน/ช่องทางมีข้อจำกัด เช่น ด่านเมียวดี สะพาน 2 ที่ปิดชั่วคราว ตั้งแต่ 18 ส.ค. 68 เพื่อปรับการตรวจ Import License และเรื่องความปลอดภัย ในพื้นที่และถนนเอเชีย 1 (เส้นทางเมียวดี-ย่างกุ้ง) ซึ่งอาจใช้เวลาอีกระยะหนึ่งให้ปลอดภัยก่อน จึงกลับมาเปิดใช้ได้เช่นเดิมต่อไป ซึ่งต้องติดตามกันต่อไป ทั้งนี้หน่วยงานภาครัฐไทยและภาครัฐเมียนมา ได้พบหารือและหาแนวทางร่วมกัน ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการร่วมกันต่อไป

  3. ระหว่างนี้ขอให้ผู้ประกอบการ เข้าใจสถานการณ์ ติดตามสถานการณ์ และปรับตัวรองรับ โดยเฉพาะ การขอ Import License สินค้านำเข้าเมียนมา และพิจารณาใช้ ด่าน/เส้นทางขนส่งไทย-เมียนมาอื่นๆ เช่น แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก ท่าเรือระนอง-ท่าเรือย่างกุ้ง ท่าเรือแหลมฉบัง-ท่าเรือย่างกุ้ง เป็นต้น โดยเฉพาะท่าเรือย่างกุ้ง ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าการขนส่งที่รัฐบาลเมียนมาส่งเสริมสนับสนุน

  4. งานสัมมนาดังกล่าวเป็นโอกาสที่ดียิ่ง ส่งเสริมให้ “ท่าเรือระนอง” เป็นอีกทางเลือกการขนส่งรองรับการค้าชายแดน การค้าระหว่างประเทศ การค้าผ่านแดน เชื่อมโยงกับภูมิภาครอบข้าง เช่น BIMSTEC อาเซียน จีน เป็นต้น ซึ่งท่าเรือระนองอยู่ระหว่างพัฒนา Capacity Building เพื่อรองรับโอกาสทั้งปัจจุบันและอนาคต เช่น โครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบกระบวนการ ระบบ บุคลากร เป็นต้น โดยพิจารณาคำนึงเรื่องรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคมชุมชน สิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับเป็น Gateway และ Hub รองรับการค้าและการขนส่งไทย-เมียนมา และภูมิภาครอบข้าง เป็นอีกหนึ่งเส้นทางหลักในอนาคต เพื่อประโยชน์ร่วมกันของไทย-เมียนมา ภูมิภาค และทุกภาคส่วน ทุกมิติต่อไป “ระนองจิ๋วแต่แจ๋ว แล้วเติบโตไปด้วยกัน”

image.png

 

 

ข่าว ทางเลือกการขนส่งไทย-เมียนมา รองรับผล.pdf
Share :
Instagram