
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 รถบรรทุกห้องเย็นที่บรรทุกมังคุดจากไทยเต็มคันวิ่งออกจากชายแดนเวียดนามมุ่งหน้าสู่ด่านโหย่วอี้กวน เมืองผิงเซียง โดยสามารถวิ่งผ่านด่าน (ไม้กั้นที่ 1) ฝั่งจีนได้ทันทีหลังจากขับข้ามแดน หลังจากนั้นได้ผ่านขั้นตอนพิธีการศุลกากรอย่างราบรื่น เช่น การเปิดตู้บรรทุก และทำการตรวจสอบ/ขั้นตอนการกักกันโรค โดยผ่านระบบการตรวจสอบที่ศูนย์บัญชาการ ซึ่งลดเวลาในการส่งตรวจสอบตัวอย่างผลไม้ที่นำเข้า และเพิ่มความเร็วในการตรวจสอบและปล่อยผลไม้นำเข้าให้ผ่านพิธีการศุลกากรได้อย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้ เรือที่ขนส่งทุเรียนผลสดได้แล่นเข้าสู่ท่าเรือชินโจว จากการเทียบท่าถึงการปล่อยผ่านพิธีการศุลกากรใช้เวลาเพียงแค่ 30 ชั่วโมง เนื่องจากได้รับผลประโยชย์จากนโยบายพิเศษในการรองรับผลิตภัณฑ์เกษตรที่นำเข้าของศุลกากรท่าเรือชินโจว กล่าวคือ การให้บริการยื่นสำแดงเอกสารล่วงหน้า การบริการตรวจสอบสินค้าตลอดทั้งวัน รวมถึงบริการปล่อยสินค้าได้ในทุกเวลา "7 วัน 24 ชั่วโมง" ซึ่งช่วยส่งเสริมให้ต้นทุนโลจิสติกส์ของบริษัทลดลงได้มากกว่าร้อยละ 30
ด่านโหย่วอี้กวนและด่านท่าเรือชินโจว เป็นด่านสำคัญในการนำเข้าผลไม้อาเซียนของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ซึ่งเขตปกครองฯ กว่างซีจ้วงได้รับคำขนามนามเป็นประตูสู่อาเซียน ซึ่งมีความได้เปรียบในความร่วมมือธุรกิจกับประเทศกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะในด้านทำเลที่ตั้ง ทำให้การขนส่งสินค้าจากอาเซียนมายังจีนมีประสิทธิภาพ กว่างซีเป็นพื้นที่ที่นำเข้าผลไม้อาเซียนผ่านทางบกที่มากที่สุดของจีน สำหรับด้านการนำเข้าผลไม้จากอาเซียน กว่างซีจะมีความได้เปรียบ ดังนี้
จุดเด่นของด่านนำเข้า

กว่างซีมีด่านนำเข้าศุลกากรจำนวน 22 แห่ง ประกอบด้วย ด่านท่าเรือ จำนวน 10 ด่าน ด่านทางบก จำนวน 9 ด่าน และด่านทางอากาศ จำนวน 3 ด่าน มีพื้นที่ตรวจสอบและกักกันผลไม้นำเข้าทั้งหมด 13 แห่ง แต่ในเชิงปฏิบัติจริง ด่านที่ดำเนินการนำเข้าผลไม้ไทยในปัจจุบันมีแค่ 6 ด่าน คือ ด่านโหย่วอี้กวน ด่านตงซิง ด่านรถไฟผิงเสียง ด่านท่าเรือชินโจว ด่านหลงปังและด่านท่าอากาศยานนานาชาติอู๋ซวีเมืองหนานหนิง ซึ่งมีจำนวนด่านนำเข้ามากที่สุดใน สำหรับท่าเรืออ่าวเป่ยปู้มีเส้นทางขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ระหว่างประเทศ จำนวน 76 เส้นทาง สามารถเชื่อมโยงท่าเรือหลักของประเทศกลุ่มอาเซียน
ด่านที่ได้รับอนุญาตนำเข้าผลไม้ทุกแห่งได้เปิดช่องทางพิเศษสำหรับการนำเข้าผลไม้โดยเฉพาะ โดยให้บริการการตรวจปล่อยสินค้าผลไม้ผ่านด่าน การตรวจสอบและกักกันโรคเป็นอันดับแรก และสามารถจัดส่งได้ทันทีเมื่อสินค้ามาถึงด่าน มุ่งมั่นที่จะให้ผ่านพิธีการศุลกากรภายใน 6 ชั่วโมง ปัจจุบัน มีสถาบัน/หน่วยงานตรวจสอบและกักกันโรค 164 แห่งที่มีความสามารถในการตรวจสอบผลไม้ ตัวอย่างเช่นทุเรียน ปริมาณงานการตรวจสอบในห้องปฏิบัติการของท่าเรือสูงถึง 350 ครั้งต่อวัน ระยะเวลาการตรวจสอบลดลงจากเดิม 7 - 10 วันเป็น 3 - 5 วัน สามารถบรรลุการตรวจสอบภายในเขตพื้นที่ การตรวจสอบที่ด่าน และการตรวจสอบโดยรวมได้อย่างรวดเร็ว
ปัจจุบันได้มีนโยบาย มาตรการส่งเสริมความสะดวกทางการค้าข้ามพรมแดนในเขตทดลองการค้าเสรีจีน (กว่างซี) ซึ่งกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยมีมาตรการที่สำคัญ เช่น การนัดหมายผ่านด่านศุลกากร และ การยื่นสำแดงสองขั้นตอน การยกระดับ Single Window สำหรับการค้าระหว่างประเทศ และการพัฒนาระดับการกำกับดูแลแบบอัจฉริยะ ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผ่านด่านศุลกากรของผลไม้อาเซียนได้เป็นอย่างมาก
ปี 2567 ด่านต่างๆ ในกว่างซีนำเข้าผลไม้จากอาเซียนมูลค่า 348,900 ล้านหยวน ปริมาณ 2.488 ล้านตัน มูลค่าการนำเข้าสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ โดยเป็นปริมาณการนำเข้าทุเรียน 723,000 ตัน มูลค่า 227,500 ล้านหยวน กล่าวได้ว่าทุเรียนที่นำเข้ามาจีนทุุก 3 ลูกจะมี 1 ลูกนำเข้าผ่านด่านจากกว่างซี
จุดเด่นด้านแพลตฟอร์มโลจิสติกส์
กว่างซีมีเครือข่ายโลจิสติกส์ที่ครบวงจรทั้งด้านทางบก ทางเรือ ทางอากาศ และทางราง เพื่ออำนวยความสะดวกการขนส่งผลไม้อาเซียนเข้าสู่ตลาดจีน กว่างซีสนับสนุนการก่อสร้างศูนย์ซื้อขายผลไม้จีน-อาเซียน จำนวน 3 แห่ง ในเมืองหนานหนิง เมืองชินโจว และเมืองฉงจั่ง ซึ่งได้ปฏิบัติตามมาตรการ 9 ข้อของศุลกากรแห่งชาติจีน พร้อมออกมาตรการรายละเอียด 20 ข้อ เพื่อสร้างศูนย์กระจายผลไม้ ศูนย์ซื้อขาย และศูนย์แปรรูปผลไม้ที่เปิดสู่ทั่วประเทศจีน รวมถึงประเทศกลุ่มอาเซียน

ศูนย์ซื้อขายผลไม้จีน-อาเซียน (ฉงจั่ง) ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ศูนย์ซื้อขายผลไม้จีน - อาเซียนของกว่างซี ได้เปิดดำเนินการแล้ว โดยประกอบด้วย 5 ฟังก์ชันหลัก ได้แก่ (1) การกระจายสินค้า (2) การซื้อขายออนไลน์ - ออฟไลน์ (3) โลจิสติกส์อัจฉริยะ (4) อีคอมเมิร์ซ และ (5) การจัดแสดงสินค้า ปัจจุบันดึงดูดผู้ประกอบการจีนจาก 28 มณฑลมาทำการค้าที่ศุนย์แห่งนี้ ปัจจุบันผลไม้ที่นำเข้าจากฉงจั่วถึงตลาดขายส่งผลไม้ที่เมืองกว่างโจวเพียงแต่ใช้เวลา 7 ชั่วโมง และถึงกรุงปักกิ่งภายใน 30 ชั่วโมง สามารถสร้างบริการแบบครบวงจรสำหรับผลไม้จากอาเซียน ตั้งแต่การผลิต การกระจายสินค้า จนถึงการขายทางตลาด

เมืองหนานหนิงได้ใช้ประโยชน์จากศูนย์กลางโลจิสติกส์ทางบกกับทางรางระดับประเทศ และฐานห่วงโซ่ความเย็นที่สำคัญระดับประเทศในการสร้างศูนย์ซื้อขายผลไม้ใหญ่ที่สุดในกว่างซี ด้วยปริมาณซื้อขายปีละกว่า 1.5 ล้านตัน และมีจำนวนผลไม้นำเข้ามากกว่า 300,000 ตัน
เมืองชินโจวใช้จุดเด่นท่าเรือในการสร้างช่องทางนำเข้าผลไม้อาเซียนผ่านทางเรือ ปัจจุบัน ท่าเรือชินโจวมีเส้นทางเชื่อมต่อ 21 ท่าเรือใน 10 ประเทศอาเซียน ผลไม้ที่นำเข้าสามารถกระจายไปยัง 73 เมืองใน 18 มณฑลของจีน โดยผ่านระบบการขนส่งทางบกและทางราง
จุดเด่นด้านการตลาด

กว่างซีเป็นสะพานเชื่อมตลาดจีนที่มีประชากร 1,400 ล้านคน กับตลาดอาเซียนที่มีประชากร 700 ล้านคน ทำให้ตลาดการค้าผลไม้ของกว่างซีมีศักยภาพอย่างมหาศาล โดยกว่างซีมีความพร้อมในช่องทางการจำหน่ายทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ สำหรับช่องทางออนไลน์ เช่น การจำหน่ายมังคุดไทยผ่านห้องไลฟ์สดที่แพลตฟอร์ม Pinduoduo ได้รับผลจำหน่ายกว่า 100,000 ออเดอร์ภายใน 3 นาที รวมถึงผ่านการจำหน่ายที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างๆ ด้วย เช่น Taobao Tmall และ JD.com เป็นต้น ผู้บริโภคเพียงแค่กดสั่งออเดอร์ผ่านโทรศัพท์มือถือก็ทำให้ผลไม้อาเซียนขนส่งตรงจากคลังสินค้าทัณฑ์บนเมืองหนานหนิงส่งไปถึงมือผู้บริโภคได้ สำหรับช่องทางออฟไลน์ กว่างซีมีตลาดขายส่งผลไม้ที่ขนาดใหญ่ เช่น ตลาดค้าส่งสินค้าเกษตร Higreen โดยในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตลาดมีการจำหน่ายผลไม้อาเซียนปริมาณ 25,000 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยะ 34.9 จากช่วงเวลาเดียวกัน รวมถึงมีซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีชื่อเสียงหลายแห่งที่จำหน่ายผลไม้จากอาเซียนด้วย เช่น Walmart CR Vanguard และ Yonghui เป็นต้น โดยเฉพาะในเดือน มิถุนายน - กันยายน ผลไม้อาเซียนกลายเป็นผลไม้ยอดนิยมในสถานที่จำหน่ายดังกล่าว นอกจากนี้ หน่วยงานทางการของกว่างซียังมีนโยบายและมีกิจกรรมส่งเสริมการขายผลไม้อาเซียนอย่างต่อเนื่องทั่วกว่างซี เช่น การจัดกิจกรรม “2025 ASEAN Fruits Gather in Guangxi” และการจัดงานเจรจาการค้าต่างๆ เป็นต้น
จุดเด่นด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม
เมื่อเร็วๆ นี้ กว่างซีได้ประกาศแพลตฟอร์ม AI สำหรับการค้าขายผลไม้ โดยปัจจุบันมีบริษัทด้านเทคโนโลยีเข้าร่วม 6 ราย โดยการประยุกต์ใช้ AI และ Big Data ร่วมกับการขนส่งและการกระจายผลไม้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ และการลดต้นทุน ขณะเดียวกัน กว่างซีเร่งสร้างศูนย์นวัตกรรม AI จีน-อาเซียน มุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างศักยภาพการนำเข้าผลไม้ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการให้บริการด้านการผ่านด่านแบบอัจฉริยะ การขนส่งโลจิสติกส์ ห่วงโซ่ความเย็น การจัดแสดงสินค้า ช่องทางการจำหน่าย และระบบการชำระเงินแบบครบวงจร
ช่วงเดือน มกราคม - มิถุนายนที่ผ่านมา ผลไม้อาเซียนที่จีนนำเข้าผ่านด่านในกว่างซี มีปริมาณ 780,000 ตัน เติบโตร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเดือนมิถุนายน มีการนำเข้าผลไม้อาเซียนปริมาณ 212,000 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 48 ประกอบด้วย ทุเรียน 179,000 ตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 47.8) มังคุด 5,000 ตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 88.4) ลิ้นจี่ 7,000 ตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ113.8) แก้วมังกร 3,000 ตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 162.8) ชนิดผลไม้ดังกล่าวมีสัดส่วนรวมเป็นร้อยละ 91.5 ของการนำเข้าทั้งหมด
ความเห็น สคต. ณ เมืองหนานหนิง สคต.มีการติดตามอย่างใกล้ชิดต่อมาตรการต่างๆ ของเขตปกครองฯ กว่างซีที่ได้ส่งเสริมประสิทธิภาพการนำเข้าผลไม้โดยเฉพาะผลไม้ไทย ซึ่งหน่วยงานจีนได้ให้ความสำคัญในการกระชับความร่วมมือด้านการค้าผลไม้จีนกับอาเซียน อันนำโอกาสที่สำคัญสำหรับผู้ส่งออกผลไม้ไทย ซึ่งกว่างซีเป็นด่านแรก และศูนย์กลางหลักของผลไม้อาเซียนเข้าสู่จีน การเพิ่มประสิทธิภาพการผ่านด่านศุลกากรช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และย่นระยะเวลาการผ่านด่านของผลไม้ไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ รักษาความสดใหม่และคุณภาพของสินค้าเกษตรระดับพรีเมี่ยมของไทย เช่น ทุเรียน มังคุด และส้มโอ เป็นต้น ในการนี้ ผู้ประกอบการไทยสามารถพิจารณาใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้อย่างเต็มที่ ใช้กว่างซีเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการขนส่งสินค้าผลไม้เข้าสู่ตลาดจีน พร้อมกันนี้ควรศึกษาและปรับตัวกับระบบนิเวศใหม่ของระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ และการค้าดิจิทัล เสริมสร้างความร่วมมือกับบริษัทของจีนในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มีศักยภาพ เช่น Taobao Tmall JD.com และ Pinduoduo เป็นต้น ช่องทางการขายผ่านการไลฟ์สด นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญกับการบริหารคุณภาพและการสร้างแบรนด์ผลไม้ ปฏิบัติตามมาตรฐานกักกันโรคอย่างเคร่งครัด นำเข้าเทคโนโลยีการตรวจสอบย้อนกลับอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความแตกต่างและภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์ ส่งเสริมให้ผลไม้ไทยที่มีความสามารถการแข่งขันสูงในตลาดจีนอย่างยั่งยื่น
แหล่งที่มา:
http://www.gxzf.gov.cn/gxydm/jmwl_29789/t22512578.shtml
https://mp.weixin.qq.com/s/C9GiH7XB-qOC5OXmEFsWmw?scene=1
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง
วันที่ 22 สิงหาคม 2568