
รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
ประจำเดือน ตุลาคม 2569
***************************************
ภาพรวมเศรษฐกิจ/ สถานการณ์สำคัญ
สำหรับมูลค่าการลงทุนของ 10 อันดับแรกของประเทศที่มีการลงทุนซึ่งต่างชาติเป็นเจ้าของแบบ 100 % ณ เดือน กันยายน 2569 มีมูลค่าทั้งสิ้น 42,931.186 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ยังคงลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด ได้แก่ 1) จีน 2) สิงคโปร์ 3)ฮ่องกง 4) เกาหลีใต้ 5) สหราชอาณาจักร และ 6) ไทย ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 6 มูลค่า 936.753 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จำนวน 25 โครงการ
1.1 เครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) รายงานล่าสุด (ข้อมูล ต.ค. 69) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของเมียนมา (GDP) ปี 68 หดตัวร้อยละ 2.7 อัตราเงินเฟ้อ ปี 68 อยู่ที่ร้อยละ 31.00 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per Capita) ปี 68 อยู่ที่ระดับ 1,100 เหรียญสหรัฐฯ รวมทั้งคาดการณ์ ปี 69 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ มวลรวมภายในประเทศของ เมียนมา (GDP) ปี 69 คาดว่าขยายตัวร้อยละ 2 อัตราเงินเฟ้อ ปี 69 คาดว่าร้อยละ 20 และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (GDP per Capita) ปี 69 คาดว่า 1,510 เหรียญสหรัฐฯ ดังตาราง
เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจเมียนมา
ตัวชี้วัดทาง เศรษฐกิจที่สำคัญ | ปี 2561 | ปี 2562 | ปี 2563 | ปี 2564 | ปี 2565 | ปี 2566 | ปี 2567
| ปี
| ปี 2569 (คาดการณ์) |
GDP Growth (%) | 6.3 | 6.6 | -9 | -11.99 | 4.01 | 0.99 | -1.1 | -2.7 | 2 |
GDP (billions of US$) | 66.7 | 68.8 | 81.26 | 68.05 | 61.77 | 64.51 | 64.28 | 65.01 | 83.17 |
GDP per Capita (US$) | 1,270 | 1,300 | 1,530 | 1,271 | 1,146 | 1,190 | 1,179 | 1,100 | 1,510 |
Inflation (%) | 7.3 | 9.1 | 2.2 | 9.60 | 28.00 | 25.48 | 26.50 | 31.00 | 20.00 |
ที่มา: IMF https://www.imf.org/en/countries/mmr
1.2 อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
เปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเงินจ๊าตต่อสกุลเงินสำคัญ ต.ค. 68 และ ต.ค. 69
ประเทศ/สหภาพ | สกุลเงิน | อัตราทางการ สิ้นเดือน ต.ค. 68 | อัตราทางการ สิ้นเดือน ต.ค. 69 | อัตราตลาดออนไลน์ สิ้นเดือน ต.ค. 69 | อัตราตลาด สิ้นเดือน ต.ค. 69 |
USA | 1 USD | 2,100.00 MMK | 2,100.0 MMK | 3,660.00 MMK | 4,650.00 MMK |
Euro | 1 EUR | 2,427.81 MMK | 2,350.74 MMK | 4,112.01 MMK | 5,160.00 MMK |
Singapore | 1 SGD | 1,614.45 MMK | 1,643.84 MMK | 2,864.75 MMK | 3,600.00 MMK |
Thailand | 1 THB | 64.95 MMK | 62.33 MMK | 108.46 MMK | 136.99 MMK |
ข้อมูลจากธนาคารกลางเมียนมา : https://forex.cbm.gov.mm/index.php/fxrate,Myanmar Market Price Application
1.3 ภาวะการลงทุน
1.3.1 มูลค่าการลงทุนตามรายประเทศนักลงทุนสำคัญ
ภาพรวมด้านการลงทุนทางตรงของต่างประเทศในเมียนมา (FDI) ในเดือน กันยายน 2569 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเมียนมา (Myanmar Investment Commission : MIC) อนุมัติโครงการไปแล้ว คิดเป็นมูลค่า 433.079 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ดังตาราง
ประเทศที่มีการลงทุนทางตรง FDI ในเมียนมา เดือนกันยายน 2569
อันดับ | ประเทศ | มูลค่าการลงทุน (ล้านเหรียญสหรัฐ) ก.ย.69 | สัดส่วน (%) |
1 | ฮ่องกง | 250.500 | 57.84 % |
2 | สิงคโปร์ | 133.559 | 30.84 % |
3 | จีน | 32.642 | 7.54 % |
4 | เกาหลีใต้ | 10.000 | 2.31 % |
5 | ซามัว | 4.568 | 1.05 % |
6 | ไทย | 1.810 | 0.42 % |
| รวม | 433.079 | 100% |
https://www.dica.gov.mm

สำหรับมูลค่าการลงทุนของ 10 อันดับแรกของประเทศที่มีการลงทุนซึ่งต่างชาติเป็นเจ้าของแบบ 100 % ณ เดือน กันยายน 2569 มีมูลค่าทั้งสิ้น 42,931.186 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ยังคงลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด ได้แก่ 1) จีน 2) สิงคโปร์ 3)ฮ่องกง 4) เกาหลีใต้ 5) สหราชอาณาจักร และ 6) ไทย ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 6 มูลค่า 936.753 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จำนวน 25 โครงการ
มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เคยได้รับอนุญาตสะสม จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เคยได้รับอนุญาตสะสมจนถึงปีงบประมาณ 2026-2027 (ณ เดือน เมษายน 2569) มีมูลค่าทั้งสิ้น 96,388.942 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่เข้ามาลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ไทย 4) ฮ่องกง และ 5) สหราชอาณาจักร ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 3 มูลค่า 11,716.148 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 12.45 โดยมีโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว จำนวน 160 โครงการ
มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่ยังดำเนินการอยู่ จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027

สำหรับมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศของโครงการที่ยังดำเนินการอยู่จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027 (ณ เดือน เมษายน 2569) มีมูลค่าทั้งสิ้น 74,977.754 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเทศที่ยังคงลงทุนในเมียนมาสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) สิงคโปร์ 2) จีน 3) ฮ่องกง 4) สหราชอาณาจักร และ 5) ไทย ตามลำดับ โดยไทยอยู่ในลำดับที่ 5 มูลค่า 4,465.914 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือร้อยละ 6.14 โดยมีโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ จำนวน 103 โครงการ
1.3.2 มูลค่าการลงทุนตามประเภทสาขาการลงทุนที่สำคัญ
ในส่วนของอุตสาหกรรมที่ต่างชาติลงทุนในเมียนมาของปีงบประมาณ 2026 - 2027 ในเดือน กันยายน2569 รายละเอียดดังตาราง
อุตสาหกรรมที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในเมียนมา
ปีงบประมาณ 2026-2027 (ก.ย. 69)
อันดับ | ประเภทธุรกิจ | มูลค่า(ล้านเรียญสหรัฐ) ก.ย. 69 | สัดส่วน |
1 | Real Estate | 245.000 | 56.57 % |
2 | Transport & Communication | 131.330 | 30.32 % |
3 | Manufacturing | 29.444 | 6.79 % |
4 | Oil & Gas | 27.200 | 6.28 % |
5 | Services | 0.105 | 0.02 % |
| รวม | 433.079 | 100% |
สาขาการลงทุนจากต่างประเทศที่ยังดำเนินการอยู่จนถึงปีงบประมาณ 2026-2027

2. สถานการณ์การค้า (การนำเข้า-ส่งออก) ของเมียนมา
การค้าระหว่างประเทศเมียนมา (ข้อมูล GTA)
1. เมียนมามีการค้ารวมประมาณ 4-5 หมื่นล้านเหรียญ
2. เมียนมานำเข้าประมาณ 2.1-2.5 หมื่นล้านเหรียญ
3. เมียนมาส่งออกประมาณ 2.1-2.3 หมื่นล้านเหรียญ
อันดับของไทยกับการค้าเมียนมา
1. ไทย เป็นคู่ค้า ลำดับ 2 ของเมียนมา (รองจากจีน)
2. ไทย เป็นแหล่งนำเข้า ลำดับ 2 ของเมียนมา
(รองจากจีน) ไทยประมาณ 20% จีนประมาณ 50%
3. ไทย เป็นตลาดส่งออก ลำดับ 2 ของเมียนมา
(รองจากจีน) ไทยประมาณ 15% จีนประมาณ 40%



สถิติการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา (ข้อมูล GTA: ม.ค. – ส.ค. 69)
มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา (ม.ค. – ส.ค. 69)
หน่วย : ล้านเหรียญสหรัฐฯ
Export | Import | Trade Volume | ||||||
2026 | 2025 | % | 2026 | 2025 | % | 2026 | 2025 | % |
Jan-Aug | Jan-Aug | change | Jan-Aug | Jan-Aug | change | Jan-Aug | Jan-Aug | change |
14,755 | 13,581 | 7 % | 16,337 | 15,301 | 6 % | 31,092 | 28,899 | 7 % |
GTA:GlobalTradeAtalas
ในเดือนมกราคม – สิงหาคม 2569 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศโดยรวมของเมียนมามีมูลค่า 31,092 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 7 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยในส่วนของการส่งออกมีมูลค่า 14,755 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 % การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศของเมียนมามีมูลค่า 16,337 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 6 % ทั้งนี้ ในเดือน มกราคม – สิงหาคม 2569 เมียนมาขาดดุลการค้าเป็นมูลค่า 1,582 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
สินค้าที่เมียนมาส่งออก ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องแต่งกาย ก๊าซธรรมชาติ พืชพันธุ์ ผักต่างๆ สินแร่ รองเท้า ยางพารา ปลา สัตว์น้ำ ไม้ เมล็ดน้ำมัน อัญมณี เป็นต้น
สินค้าที่เมียนมานำเข้า ที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องจักรกล ผ้าทอ เส้นด้าย ยานพาหนะ พลาสติก เหล็ก ปุ๋ย เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ยา เป็นต้น
สถานการณ์การค้าระหว่างไทย – เมียนมา (ข้อมูลกรมศุลกากรไทย: ม.ค. – ก.ย. 69)
ตารางที่ 11 สรุปมูลค่าการค้าระหว่างไทย – เมียนมา
รายการ | มูลค่า: ล้านเหรียญสหรัฐฯ | อัตราขยายตัว (%) | สัดส่วน (%) | |||
2568 ม.ค.-ก.ย. | 2569 ม.ค.-ก.ย. | 2568 ม.ค.-ก.ย. | 2569 ม.ค.-ก.ย. | 2568 ม.ค.-ก.ย. | 2569 ม.ค.-ก.ย. | |
มูลค่าการค้า | 5,617.76 | 5,802.94 | 5.2 | 3.3 | 1.11 | 0.89 |
การส่งออกของไทย | 3,318.29 | 3,771.63 | 11.86 | 13.66 | 1.3 | 1.24
|
การนำเข้าของไทย | 2,299.47
| 2,031.31 | - 3.13 | - 11.66 | 0.91
| 0.58
|
ดุลการค้าของไทย | 1,018.82 | 1,740.32 | 71.89 | 70.82 |
|
|
ที่มา : Thailand’s Trade Statistic (moc.go.th)
ปี 2569 มูลค่าการค้ารวมระหว่างไทยและเมียนมาระหว่าง เดือน มกราคม-กันยายน มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 5,802.94 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.3 จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยไทยมีการส่งออกไปยังเมียนมาเป็นมูลค่า 3,771.63 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.66 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับการนำเข้าสินค้าจากเมียนมามายังประเทศไทย มีมูลค่า 2,031.31 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 11.66 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ไทยได้ดุลการค้าเป็นมูลค่า 1,740.32ล้านเหรียญสหรัฐ
สินค้าที่ไทยส่งออกไปเมียนมา ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์ เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรอืนๆ เม็ดพลาสติก เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ปูนซิเมนต์ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ เป็นต้น

สินค้าที่ไทยนำเข้าจากเมียนมา ที่สำคัญ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ กาแฟ ชา เครื่องเทศ ลวดและสายเคเบิล ไม้ซูง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ทำจากพลาสติก เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ กล้อง เสนส์และอุปกรณ์การถ่ายรูป ถ่ายภาพยนตร์ เสื่อผ้าสำเร็จรูป เป็นต้น

3. สถานการณ์สำคัญ
3.1 เมียนมาผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลดิจิทัล
เมียนมาผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) รองประธานาธิบดีเมียนมา นายเนียวซอ ซึ่งกำกับดูแลเรื่องเศรษฐกิจและเป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ เน้นย้ำความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและความมั่นคงทางไซเบอร์ รวมทั้งการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) เชื่อมโยงครอบคลุมทุกหน่วยงานภาครัฐ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP : Public-Private Partnership) มีความร่วมมือและส่วนร่วมจากภาคเอกชนและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี นำไปสู่การให้บริการผ่าน Digital Platform หรือ Application ครบวงจร (Single Window, One-Stop Platforms/Application) รวมทั้งการพิจารณาแผน National Digital Development Strategy 2030 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สิ่งสำคัญคือความปลอดภัยของข้อมูลและความน่าเชื่อถือของ Application
ผลกระทบ/โอกาส การผลักดันและเปลี่ยนผ่านไปเป็น Digital Government ของเมียนมา เป็น “นโยบายและจุดเปลี่ยนสำคัญ” ในการพัฒนาของเมียนมา และเป็น “โอกาส” ให้ภาคเอกชน ทั้งธุรกิจ Digital เปิดโอกาสธุรกิจ รวมทั้งภาคเอกชนหรือประชาชนในเมียนมาที่ใช้บริการ Digital Platform ครบวงจรของรัฐบาลเมียนมาในอนาคต ที่จะเชื่อมโยงและครอบคลุมทุกหน่วยงานภาครัฐทางออนไลน์ มีความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และความสะดวกกับผู้ใช้งาน
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ภาคเอกชนติดตามสถานการณ์และเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนธุรกิจและปรับใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะ การสร้างเครือข่ายนำไปสู่ความร่วมมือและการเปิดโอกาสธุรกิจ Digital รวมทั้ง การใช้บริการออนไลน์ หรือ E-Service ของหน่วยงานภาครัฐเมียนมาในปัจจุบัน ติดตามและเตรียมพร้อมรองรับการใช้บริการ Digital Platform ครบวงจรของหน่วยงานภาครัฐเมียนมาในอนาคตต่อไป ความร่วมมือและการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือองค์ความรู้ที่ธุรกิจไทยมีศักยภาพ รวมทั้งการสร้างเครือข่าย เปิดโอกาสจับคู่ธุรกิจ เป็นพันธมิตรกับธุรกิจเมียนมา โดยใช้ศักยภาพธุรกิจไทย เช่น เทคโนโลยี องค์ความรู้ นวัตกรรม การสร้างมูลค่าเพิ่ม การเพิ่มผลผลิตและผลิตภาพด้านการเกษตร การพัฒนาสินค้าและการผลิต เครื่องจักร คุณภาพ มาตรฐาน ทักษะ ประสบการณ์ การบริหารจัดการ เป็นต้น เป็นพันธมิตรช่วยพัฒนาธุรกิจเมียนมา รวมทั้ง ยกระดับการเกษตรและการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารในเมียนมา สอดคล้องกับนโยบายเมียนมา โดยต่อยอดเติมเต็มศักยภาพซึ่งกันและกัน เป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งไทยและเมียนมา
ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)
3.2 เมียนมาตั้งเป้าส่งออกข้าว 2,000 ล้านเหรียญ ในปี 2027/28
เมียนมาตั้งเป้าส่งออกข้าวและข้าวหักมูลค่า 2,000 ล้านเหรียญ ในปี 2027/28 คิดเป็นปริมาณส่งออก 4-5 ล้านตันในปีงบประมาณ 2027/28 (เม.ย. 2027 - มี.ค. 2028) โดยต้องพัฒนาพื้นที่ปลูกข้าวเพื่อส่งออก 5 ล้านเอเคอร์ หรือ 12.6 ล้านไร่ (ปัจจุบันพัฒนาพื้นที่ปลูกข้าวเพื่อส่งออกแล้ว 3 แสนเอเคอร์ หรือ 8 แสนไร่ ซึ่งต้องส่งเสริมเพิ่มเติมต่อไป) สำหรับปี 2026/27 (เม.ย. 2026 - มี.ค. 2027) เมียนมาตั้งเป้าส่งออกข้าวและข้าวหัก ปริมาณ 3 ล้านตัน มูลค่า 1,000 ล้านเหรียญ ส่วนปี 2025/26 เมียนมาส่งออกข้าวและข้าวหักรวม 2.5 ล้านตัน มูลค่าส่งออก 1,129 ล้านเหรียญฯ
ผลกระทบ/โอกาส การส่งเสริมการส่งออกข้าวและสินค้าเกษตรของเมียนมา “เป็นทิศทางนโยบายและเป็นโอกาสที่ดี” ส่งผลดีต่อ เมียนมา ทั้งเรื่องความมั่นคงทางเกษตรและอาหารในเมียนมา รวมทั้งการส่งออกของเมียนมาช่วยให้มีรายได้การส่งออก (Export Earning) นำเงินตราต่างประเทศจากการส่งออกเข้าสู่เมียนมา เป็นโอกาสให้จับคู่ Export Earning รายได้การส่งออกข้าวและสินค้าเกษตรส่งออกจากเมียนมา กับการขอ Import License นำเข้าสินค้าไทยสู่เมียนมาต่อไป
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ผู้ประกอบการไทยพิจารณาโอกาสธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น การส่งออกข้าวหรือสินค้าเกษตรจากเมียนมา หรือการจับคู่รายได้การส่งออกจากเมียนมา (Export Earning) กับการขอใบอนุญาตนำเข้า (Import License) เพื่อนำเข้าสินค้าไทยมายังตลาดเมียนมา ตามแนวทางของเมียนมาที่จะพิจารณาอนุญาตให้นำเข้าสินค้า หากมีรายได้ส่งออก (Export Earning) จับคู่กับการขอ Import License และเป็นสินค้านำเข้าที่สำคัญจำเป็นหรือเป็นประโยชน์กับเมียนมา เช่น การนำเข้าวัตถุดิบหรือปัจจัยการผลิต (Import for Production) ซึ่งจะมีโอกาสได้รับ Import License อนุมัติให้นำเข้ามากกว่าการนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปหรือสินค้าอุปโภคบริโภค (Import for Consumption)
ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)
3.3 สมาคมภาคเอกชนเมียนมา (UMFCCI) สนับสนุนการผลิต Packaging ในเมียนมา
สมาคมภาคเอกชนเมียนมา (UMFCCI) สนับสนุนการผลิต Packaging ในเมียนมา ประธานสภาหอการค้าและอุตสาหกรรม เมียนมา หรือ UMFCCI (Union of Myanmar Federation of Chambers of Commerce and Industry) กล่าวในงาน Myanmar Packaging Forum 2026 เพื่อช่วยให้การผลิตในเมียนมามีความเข้มแข็ง การส่งเสริมการผลิต Packaging ในเมียนมา เป็นสิ่งสำคัญ ช่วยเติมเต็ม Supply Chain การผลิตในเมียนมา เป็น Packaging หรือบรรจุภัณฑ์ให้กับการผลิตสินค้าต่างๆ ในเมียนมา โดยเฉพาะ Packaging ที่ดีขึ้น มีคุณภาพ นวัตกรรม เทคโนโลยี การออกแบบ ยกระดับการผลิตและความสามารถการแข่งขันของเมียนมา ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าที่ผลิตในเมียนมา ส่งเสริมการขายในเมียนมาและการส่งออกจากเมียนมา รวมทั้ง UMFCCI ให้ความเห็นว่า ธุรกิจการผลิต Packaging ในเมียนมา ควรเป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญที่ เมียนมาให้การส่งเสริม สร้างความเชื่อมั่น และอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ เช่น การขอ Import License นำเข้าปัจจัยการผลิต วัตถุดิบและเครื่องจักรเพื่อผลิต Packaging ในเมียนมา การมีเขตอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานรองรับ เช่น ไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ เป็นต้น
ผลกระทบ/โอกาส การสนับสนุนการผลิต Packaging ในเมียนมา โดย UMFCCI หรือสมาคมเอกชนเมียนมา “เป็นโอกาสและสัญญาณที่ดี” เป็นแนวโน้มและจุดเปลี่ยนสำคัญในการส่งเสริมการผลิตในเมียนมา ซึ่งหากรัฐบาลเมียนมาส่งเสริมธุรกิจและการผลิต Packaging ใน เมียนมาให้เป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญ ก็จะช่วยให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้รับประโยชน์ไปด้วย ช่วยเติมเต็ม Supply Chain การผลิตในเมียนมา เป็น Packaging หรือบรรจุภัณฑ์ให้กับการผลิตสินค้าต่างๆ ในเมียนมา สิ่งสำคัญคือการส่งเสริม สร้างความเชื่อมั่น และอำนวยความสะดวกทางธุรกิจให้กับการผลิต Packaging ในเมียนมา
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ผู้ประกอบการไทยพิจารณาโอกาสธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น การลงทุนธุรกิจและการผลิต Packaging ในเมียนมา ทั้งธุรกิจไทยลงทุนเองหรือเป็นพันธมิตรกับธุรกิจเมียนมา เพื่อรองรับโอกาสหรือแนวโน้มดังกล่าว ซึ่งเมียนมามีความต้องการธุรกิจการผลิต เป็นโอกาส Connecting the Dots การผลิต Packaging ในเมียนมา ช่วยเติมเต็ม Supply Chain การผลิตในเมียนมา เป็น Packaging หรือบรรจุภัณฑ์ให้กับการผลิตสินค้าต่างๆ ในเมียนมา
ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)
3.4 งานเทศกาล Thadingyut วันออกพรรษา ส่งเสริมธุรกิจ MSMEs ในเมียนมา
งานเทศกาล Thadingyut วันออกพรรษา ส่งเสริมธุรกิจ MSMEs ในเมียนมา จัดช่วงวันที่ 24-27 ต.ค. 69 ณ People Park กรุงย่างก้ง เมียนมา บรรยากาศงานคึกคักผู้คนหนาแน่น ในงานมีเวทีร้องเพลงและการออกบู้ทจำหน่ายสินค้าของธุรกิจ MSMEs เมียนมา (MSMEs : Micro, Small, and Medium Enterprises หรือธุรกิจขนาดย่อย ขนาดเล็ก และขนาดย่อม) จำนวนมาก เช่น สินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป อาหารแปรรูป ชา กาแฟ ข้าว อะโวคาโด้ น้ำมันถั่วลิสง น้ำปลา เครื่องปรุงรส เครื่องดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ทานาคา อัญมณี เสื้อผ้า รองเท้า เป็นต้น สอดคล้องกับนโยบายเมียนมาที่ส่งเสริมธุรกิจ MSMEs ส่งเสริมการผลิตในเมียนมา ให้เกิดการผลิต จ้างงาน แปรรูป และสร้างมูลค่าเพิ่มในเมียนมา รวมทั้งมีบู้ทเครื่องจักร เครื่องแพ็คบรรจุภัณฑ์ชนิดต่างๆ รองรับเป็น Package สินค้าที่ผลิต ในเมียนมาด้วย สำหรับสินค้าไทยที่พบในงานส่วนใหญ่เป็น “สินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ผลิตในเมียนมา” เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องดื่มชูกำลัง สะท้อนการปรับกลยุทธของธุรกิจไทยที่ปรับเป็นการผลิตในเมียนมา สอดคล้องกับนโยบายเมียนมาที่ส่งเสริมการผลิตในเมียนมา โดยสินค้าไทยยังคงมีความต้องการและได้รับความนิยมในตลาดเมียนมา
ผลกระทบ/โอกาส การส่งเสริมธุรกิจ MSMEs และการผลิตในเมียนมา “เป็นทิศทางนโยบายเและแนวโน้มธุรกิจในเมียนมา” ซึ่งหากธุรกิจไทยปรับกลยุทธ์รองรับ เช่น การปรับเป็นการผลิตสินค้าไทยในเมียนมา ถ้ามีความเป็นไปได้และคุ้มค่าทางธุรกิจ รวมทั้งการส่งออกปัจจัยการผลิตจากไทย เช่น วัตถุดิบการผลิต เครื่องจักร ชิ้นส่วน วัสดุก่อสร้าง เพื่อนำเข้าสู่เมียนมารองรับนโยบายส่งเสริมการผลิตในเมียนมา ซึ่งมีโอกาสได้รับ Import License นำเข้าปัจจัยการผลิตสู่เมียนมา ได้มากกว่าการนำเข้าสินค้าสำเร็จรูป ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือและการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือองค์ความรู้ที่ธุรกิจไทยมีศักยภาพ รวมทั้งการสร้างเครือข่าย เปิดโอกาสจับคู่ธุรกิจ เป็นพันธมิตรกับธุรกิจเมียนมา โดยใช้ศักยภาพธุรกิจไทยเป็นพันธมิตรช่วยพัฒนาธุรกิจ MSMEs เมียนมา และยกระดับการผลิตในเมียนมา เติมเต็มกันและเป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งไทยและเมียนมา
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ขอให้ผู้ประกอบการไทยพิจารณาโอกาสธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น การลงทุนธุรกิจและการผลิต ในเมียนมา ทั้งการจ้างผลิตในเมียนมา การเป็นพันธมิตรกับธุรกิจเมียนมา หรือการลงทุนของธุรกิจไทย เพื่อรองรับโอกาสหรือแนวโน้มดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางนโยบายของเมียนมาในการส่งเสริมธุรกิจ MSMEs และการผลิตในเมียนมา
ที่มา: Global New Light Of Myanmar (www.gnlm.com.mm)
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง
พฤศจิกายน 2569