fb
อุปสงค์ความต้องการสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กในครัวเรือนสหรัฐฯ

อุปสงค์ความต้องการสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กในครัวเรือนสหรัฐฯ

โดย
Kamonwan
ลงเมื่อ 06 พฤศจิกายน 2568 19:30
สคต. ณ นครนิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา) (TTC, New York (USA))
37

รายงานตลาดเชิงลึก

อุปสงค์ความต้องการสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กในครัวเรือนสหรัฐฯ

1. ภาพรวมและแนวโน้มตลาด 

ยอดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กในครัวเรือนของสหรัฐอเมริกาในปี 2568 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 5,540 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.14 จากมูลค่า 5,320 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2567 ทั้งนี้ คาดว่าตลาดจะขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2568–2573 ในอัตราเฉลี่ยประมาณ ร้อยละ 4.3 ต่อปี

image.png

ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดนี้ มาจากความต้องการของผู้บริโภคที่มุ่งเน้นความสะดวกสบายและการประหยัดเวลาในการเตรียมอาหารที่มีเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งลักษณะที่อยู่อาศัยในปัจจุบันซึ่งมีพื้นที่จำกัด ยังส่งผลให้เกิดความต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดที่สามารถใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า นอกจากนี้ กระแสการดูแลสุขภาพ    เทรนด์การทำอาหารทานเองที่บ้าน รวมถึงนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและการเติบโตของช่องทางการซื้อขายออนไลน์ ล้วนเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กเติบโตอย่างต่อเนื่อง

แบรนด์หลักที่เป็นที่รู้จักในตลาด ได้แก่ Ninja, Hamilton Beach, Instant PotCuisinartOster, Black and Decker, Aroma และอื่นๆ

บริษัท

แบรนด์

สินค้าหลักที่จำหน่าย

เวปไซต์

SharkNinja, LLC 

Ninja

หม้อทอด Air Fryer, เครื่องปั่น Blender, เครื่องครัวมัลติคุกเกอร์ Multi-Cooker

https://www.sharkninja.com

Hamilton Beach Brands 

Hamilton Beach

เครื่องปั่น Blender, เครื่องทำอาหารช้า Slow Cooker, กะทะไฟฟ้า, หม้อข้าว, เครื่องทำกาแฟ

https://www.hamiltonbeach.com

Instant Pot Brands Inc. 

Instant Pot, Instant Vortex

หม้ออเนกประสงค์ Multi-Cooker, หม้อทอดไร้น้ำมัน Air Fryer, เตาอบขนาดเล็ก Oven

https://www.instantpot.com 

Conair Corp

Cuisinart

เครื่องทำอาหารขนาดเล็ก (เช่น เครื่องปั่นเครื่องผสม)

https://www.conair.com/

Newell Brands, Inc.

Oster, Crock-Pot

หม้อตุ๋น Slow Cooker, เครื่องปั่น Blender, หม้ออเนกประสงค์

https://www.newellbrands.com/

Spectrum Brands Holdings, Inc.

Black and Decker

เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กในครัว เช่น เตาปิ้ง, กาต้มน้ำ, หม้อ

https://www.spectrumbrands.com/

Aroma Housewares Company

Aroma

หม้อข้าว, เครื่องนึ่งอาหาร, เตาอบขนาดเล็ก, เครื่องครัวขนาดเล็ก

https://www.aromaco.com/

จากข้อมูลปี 2567 ของ Grandview research แสดงให้เห็นว่า หม้อทอดไร้น้ำมัน (Air Fryer) ได้รับความนิยมมากเป็นลำดับแรก รองลงมา คือ เครื่องทำกาแฟ (Coffee Maker) เครื่องปั่นน้ำผลไม้/อาหาร (Juicer, Blender & Food Processer) และหม้อหุงข้าวและเครื่องนึ่งอาหาร (Rice Cooker & Steamer) ตามลำดับ

image.png

2. ข้อมูลผู้บริโภค 

ในยุคที่วิถีชีวิตของผู้คนเร่งรีบขึ้น ความต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยประหยัดเวลาและแรงงานก็เพิ่มสูงตามไปด้วย ขณะเดียวกัน กระแสการดูแลสุขภาพและความนิยมในการทำอาหารรับประทานเองที่บ้านยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาที่ผู้บริโภคจำนวนมากหันมาทำอาหารล่วงหน้า หรือ Meal Prep เพื่อเตรียมไว้รับประทานในแต่ละวัน ซึ่งช่วยทั้งด้านสุขภาพ ประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จากแนวโน้มดังกล่าว ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กในครัวของสหรัฐฯ จึงมีฐานผู้บริโภคที่หลากหลาย สามารถแบ่งออกเป็น กลุ่มสำคัญ ตามช่วงอายุ ไลฟ์สไตล์และความชื่นชอบของผู้บริโภค ดังนี้

2.1 กลุ่มคนทำงานและครอบครัวรุ่นใหม่ (ช่วงอายุ 25–44 ปี)

  • ลักษณะ: คนวัยทำงานที่มีเวลาทำอาหารจำกัด แต่ยังต้องการทำอาหารกินเอง

  • ความต้องการ: เครื่องใช้ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วและใช้งานได้หลากหลาย

  • สินค้ายอดนิยม: หม้อทอดไร้น้ำมัน หม้อแรงดันไฟฟ้า เครื่องชงกาแฟ เตาอบขนาดเล็กและอุปกรณ์เตรียมอาหาร

  • พฤติกรรมการซื้อ: นิยมสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ มองหาสินค้าที่ประหยัดพื้นที่ ประหยัดเวลาและทำความ

 สะอาดง่าย

  1. กลุ่มใส่ใจสุขภาพ (ช่วงอายุ 25–55 ปี)

  • ลักษณะ: ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและโภชนาการ

  • ความต้องการ: เครื่องใช้ที่ช่วยในการทำอาหารสด ลดไขมันและคงคุณค่าทางอาหาร

  • สินค้ายอดนิยม: เครื่องปั่นน้ำผลไม้ เครื่องคั้นน้ำผลไม้ เครื่องนึ่งอาหาร เครื่องทำโยเกิร์ตและเครื่องปั่นสมูทตี้

  • พฤติกรรมการซื้อ: ยอมจ่ายในราคาที่สูงขึ้นเพื่อสินค้าที่มีคุณภาพดี ประหยัดพลังงานและปลอดสาร BPA

2.กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รักเทคโนโลยีและตามเทรนด์ (ช่วงอายุ 18–40 ปี หรือกลุ่มมิลเลนเนียลและเจน Z)

  • ลักษณะ: ชื่นชอบเทคโนโลยี สมาร์ทโฮมและดีไซน์ที่ทันสมัย 

  • ความต้องการ: เครื่องใช้ที่เชื่อมต่อ Wi-Fi สั่งงานผ่านแอปพลิเคชันและมีขนาดกะทัดรัดเหมาะกับพื้นที่จำกัด

  • สินค้ายอดนิยม: เครื่องชงกาแฟอัจฉริยะ หม้อทอดไร้น้ำมันควบคุมผ่านแอป หม้อหุงอัตโนมัติที่สั่งงานด้วยเสียง

  • พฤติกรรมการซื้อ: ติดตามเทรนด์จากโซเชียลมีเดียและอินฟลูเอนเซอร์ นิยมซื้อสินค้าออนไลน์

2.กลุ่มผู้สูงอายุและเบบี้บูมเมอร์ (ช่วงอายุ 55 ปีขึ้นไป)

  • ลักษณะ: ผู้เกษียณหรือกึ่งเกษียณที่ให้ความสำคัญกับความทนทานและการใช้งานที่ง่าย

  • ความต้องการ: เครื่องใช้ที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย เข้าใจง่ายและมีอายุการใช้งานยาวนาน

  • สินค้ายอดนิยม: หม้อหุงช้า (Slow Cooking) ไมโครเวฟและเครื่องชงกาแฟแบบพื้นฐาน

  • พฤติกรรมการซื้อ: มักเลือกซื้อสินค้าด้วยตนเองที่ร้านและให้ความเชื่อมั่นในแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและเชื่อถือได้

 

3. ช่องทางการจำหน่ายสินค้า

การจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กในครัวของสหรัฐฯ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ ร้านค้าอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Stores) และ ช่องทางออนไลน์ (Online Channels) ซึ่งแต่ละช่องทางมีบทบาทสำคัญแตกต่างกัน ดังนี้

3.1 ร้านค้าอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Stores)

ในปี 2567 ช่องทางร้านค้าอิเล็กทรอนิกส์มีสัดส่วนรายได้ราว 45.46% ของตลาดทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีห้างสรรพสินค้า อาทิ WalmartTarget, Costco, Home Depot, Best Buy และ Lowe’s (แผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า)   ที่ถือเป็นช่องทางหลักในการจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น เครื่องชงกาแฟ เครื่องปั่น หม้อทอดไร้น้ำมัน และเตาอบขนาดเล็ก ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบสินค้าแต่ละแบรนด์ ฟังก์ชัน และราคาได้อย่างสะดวกในที่เดียว จุดเด่นของร้านค้าอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่รุ่นมาตรฐานไปจนถึงรุ่นพรีเมียม มีพนักงานให้คำแนะนำ พร้อมบริการสาธิตการใช้งานจริง (Live Demo) ช่วยให้ลูกค้าได้ทดลองเทคโนโลยีก่อนตัดสินใจซื้อ ดึงดูดผู้บริโภคที่ชื่นชอบนวัตกรรมล้ำสมัยได้มาทดลอง เช่น เครื่องใช้ที่เชื่อมต่อ Wi-Fi สั่งงานด้วยเสียง หรือควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ การขยายตัวของ ตลาดเครื่องใช้ในครัวอัจฉริยะ (Smart Appliances) ยังส่งเสริมยอดขายของร้านค้าเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากลูกค้าสามารถสัมผัสและทดลองฟังก์ชันต่าง ๆ ด้วยตนเองในร้าน ทำให้เกิดความมั่นใจและความพึงพอใจก่อนการซื้อ

3.2 ช่องทางออนไลน์ (Online Channels)

ยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กในสหรัฐฯ ผ่านช่องทางออนไลน์คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 5.1% ต่อปี ในช่วงระหว่างปี 2568–2573 ทั้งนี้ พฤติกรรมการช้อปปิ้งของผู้บริโภคอเมริกันได้เปลี่ยนไปสู่โลกดิจิทัลอย่างชัดเจน เนื่องจากความสะดวก รวดเร็ว และมีสินค้าหลากหลายให้เลือก ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของช่องทางออนไลน์ ได้แก่

ระบบคืนสินค้าและการชำระเงินที่ยืดหยุ่น (เช่น Cash on Delivery) การบริการลูกค้าหลังการขายที่เข้าถึงง่ายผ่านเว็บไซต์หลักของแบรนด์ โปรโมชั่นและส่วนลดพิเศษเฉพาะออนไลน์ เช่น ดีลจากเว็บไซต์แบรนด์หรือแพลตฟอร์มใหญ่ อย่าง Amazon รวมทั้ง การเข้าถึงสินค้าพรีเมียมที่อาจไม่มีจำหน่ายในร้านทั่วไป ทั้งนี้ เว็บไซต์ของแบรนด์โดยตรงและแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ได้กลายเป็นช่องทางยอดนิยมสำหรับสินค้าระดับกลางถึงพรีเมียม เนื่องจากมีบริการรับประกันสินค้า การจัดส่งรวดเร็วและระบบดูแลลูกค้าแบบครบวงจร โดยแพลตฟอร์มออนไลน์ยอดนิยม คือ Amazon รองลงมา คือ แพลตฟอร์มของ Big Box Retail เช่น Walmart หรือ Target เป็นต้น 

image.png

4. เทรนด์

พฤติกรรมผู้บริโภคในสหรัฐฯ เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เนื่องจากชีวิตประจำวันที่เร่งรีบทำให้เกิดความต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ช่วยประหยัดเวลาและใช้งานสะดวก เช่น หม้อทอดไร้น้ำมัน เครื่องชงกาแฟและหม้ออเนกประสงค์ที่กลายเป็นสิ่งจำเป็นในครัวเรือน เพราะช่วยให้เตรียมอาหารได้รวดเร็วโดยไม่ต้องใช้เวลามาก ความสะดวกสบายจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง

อีกปัจจัยสำคัญคือความนิยมในการทำอาหารกินเองที่บ้านและการใส่ใจสุขภาพ ผู้บริโภคจำนวนมากเลือกทำอาหารเองเพื่อควบคุมโภชนาการและลดค่าใช้จ่าย เครื่องปั่นน้ำผลไม้ เครื่องคั้นน้ำและเครื่องเตรียมอาหารต่างๆ ช่วยให้สามารถทำอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ กระแสอาหารจากพืช (plant-based diet) และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เช่น สมูทตี้และน้ำผลไม้สด ยิ่งเพิ่มความต้องการสินค้าในกลุ่มนี้

เทคโนโลยียังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะที่เชื่อมต่อ Wi-Fi และสั่งงานผ่านแอปพลิเคชันหรือด้วยเสียง ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะผู้บริโภครุ่นใหม่ เช่น เครื่องชงกาแฟอัจฉริยะ หรือหม้อแรงดันไฟฟ้าที่ตั้งโปรแกรมได้ ช่วยให้ใช้งานง่ายและปรุงอาหารได้แม่นยำขึ้น เครื่องใช้แบบอเนกประสงค์ที่ประหยัดพื้นที่ เช่น เตาอบที่สามารถทอดไร้น้ำมันได้ในเครื่องเดียว ก็กำลังได้รับความนิยมในครัวขนาดเล็กของคนเมือง

แนวโน้มใหม่ที่โดดเด่นคือ “เครื่องใช้ไฟฟ้าไร้สาย” ซึ่งทำงานด้วยแบตเตอรี่ชาร์จไฟได้ ไม่ต้องเสียบปลั๊กโดยตรง ตอบโจทย์ความสะดวกและความปลอดภัยในครัว อีกทั้งการเติบโตของอีคอมเมิร์ซและการช้อปแบบสมัครสมาชิกช่วยให้ผู้บริโภคซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์ สามารถเปรียบเทียบราคา ศึกษารีวิวจากผู้ใช้และจัดส่งได้รวดเร็ว 

จากการสำรวจของบริษัท Adtaxi ในปี 2567 เกี่ยวกับพฤติกรรมชาวอเมริกัน 1,095 คน พบว่า 78% ของผู้ตอบแบบสอบถามสะดวกใจที่จะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ทางออนไลน์ เพิ่มขึ้นจาก 73% ในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังพบว่า 93% ของกลุ่มตัวอย่างยังคงเลือกซื้อสินค้าทั่วไปผ่านออนไลน์เหมือนปีก่อน โดย 26% ซื้อของผ่านทางออนไลน์ทุกวัน เพิ่มจาก 24% จากปีที่ผ่านมา และ 43% ซื้อของอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพิ่มจาก 40% จากปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นแนวโน้มการซื้อสินค้าผ่านช่องทางดิจิทัลที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

 

5. มาตรฐานการจำหน่ายสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กในครัวเรือนสหรัฐฯ

ประเภท

ข้อกำหนด/มาตรฐาน

รายละเอียด

หน่วยงาน/แหล่งข้อมูล

ระบบไฟฟ้าในบ้าน

วงจรเฉพาะ 20 แอมป์ (Dedicated 20-amp circuit)

ต้องมีอย่างน้อย 2 วงจรสำหรับเต้ารับบนเคาน์เตอร์ ป้องกันโอเวอร์โหลดจากเครื่องใช้หลายเครื่อง

NEC / National Electrical Code

 

GFCI (Ground Fault Circuit Interrupter)

เต้ารับบนเคาน์เตอร์ต้องมี GFCI เพื่อลดความเสี่ยงไฟฟ้าช็อต

CPSC / NEC

 

ระยะห่างเต้ารับ (Receptacle spacing)

ไม่มีจุดใดบนเคาน์เตอร์เกิน 24 นิ้วจากเต้ารับ ลดการใช้สายไฟต่อพ่วง

NEC

 

เต้ารับป้องกันเด็ก (Tamper-resistant)

เต้ารับ 15-amp และ 20-amp ต้องป้องกันเด็ก

NEC

ความปลอดภัยสินค้า

UL Certification

ทดสอบและรับรองโดย UL Solutions เช่น UL 982 (food processors), UL 1026 (hot plates, griddles)

UL Solutions 

 

ETL Certification

ทดสอบโดย Intertek NRTL เทียบเท่า UL

Intertek 

 

FCC Compliance

สำหรับอุปกรณ์ที่ปล่อยคลื่น RF เช่น ไมโครเวฟ หรือเครื่องใช้สมาร์ท Wi-Fi

FCC 

เครื่องใช้มาตรฐานในครัวบ้าน

- Toaster / Toaster Oven - Coffee Maker / Electric Kettle - Blender / Food Processor - Hand Mixer / Stand Mixer - Slow Cooker / Pressure Cooker - Microwave Oven

ไม่มีข้อบังคับว่าต้องมี แต่ถือว่าเป็นเครื่องใช้พื้นฐาน ที่หลายแบรนด์จำหน่ายโดยผ่าน UL หรือ ETL

CPSC 

 

หน่วยงานติดต่อที่เกี่ยวข้อง

6. การนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กในครัวเรือนสหรัฐฯ

ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านสำหรับให้ความร้อน หรือผลิตความร้อน (HS8516) จากทั่วโลก มูลค่า 6,259.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 1.70% โดยนำเข้าจากจีนมากที่สุด มูลค่า 2,771.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 17.67 รองลงมาคือเม็กซิโก 1,371.6 4 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.30% และไทย 276.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.34% ตามลำดับ โดยอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลของ U.S. Department of Commerce, Bureau of Census

โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 สินค้าที่สหรัฐฯ นำเข้าจากไทยมาที่สุดในหมวด HS8516 5 อันดับแรก ได้แก่ 

1.เตาอบ เตาปรุงอาหาร เตาปิ้งย่าง และเตาไฟฟ้าอื่น ๆ (851660) 

   คู่แข่ง: 1. เม็กซิโก             453.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 7.42% สัดส่วนทางการตลาด 35.76%

            2. จีน                  278.0 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 35.81% สัดส่วนทางการตลาด 21.91%

            3. ไทย                 171.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 24.31% สัดส่วนทางการตลาด 61.88%

2. เครื่องชงกาแฟหรือชาไฟฟ้า (851671)

   คู่แข่ง: 1. จีน                  232.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 14.86% สัดส่วนทางการตลาด 32.27%

            2. อินโดนีเซีย         99.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 8.85% สัดส่วนทางการตลาด 13.87%

            3. มาเลเซีย             88.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.22% สัดส่วนทางการตลาด 12.24%

            5. ไทย                 43.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 1.16% สัดส่วนทางการตลาด 6.06%

3. ชิ้นส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทให้ความร้อน เช่น ชิ้นส่วนของเครื่องทำน้ำอุ่น เตารีด หรือเครื่องชงกาแฟ(851690)

   คู่แข่ง: 1. เม็กซิโก             113.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 5.83% สัดส่วนทางการตลาด 30.33%

            2. จีน                  83.4 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.16% สัดส่วนทางการตลาด 22.37%

            3. ไทย                 35.4 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 16.89% สัดส่วนทางการตลาด 8.25%

4. เตาไมโครเวฟ (851650)

   คู่แข่ง: 1. จีน                  730.0 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2.69% สัดส่วนทางการตลาด 91.14%

            2. มาเลเซีย            56.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 15.67% สัดส่วนทางการตลาด 7.01%

            3. ไทย                 11.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 17.77% สัดส่วนทางการตลาด 1.44%

5. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อนในครัวเรือนอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุเฉพาะ เช่น หม้อทอดไร้น้ำมัน หม้ออุ่นอาหาร(851679)

      คู่แข่ง: 1. จีน                 888.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 13.95% สัดส่วนทางการตลาด 86.36%

              2. เม็กซิโก           53.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 6.15% สัดส่วนทางการตลาด 5.24%

              3. ญี่ปุ่น               18.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.31% สัดส่วนทางการตลาด 1.83%

              7. ไทย               7.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 96.82% สัดส่วนทางการตลาด 0.70%

 

 

 

7. การวิเคราะห์โอกาสของสินค้าในตลาดสหรัฐฯ

7.1 การที่สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าจากจีนเพิ่มเติม นอกเหนือจากอัตราภาษีปกติ ภายใต้มาตรการ Section 301 ซึ่งครอบคลุมรหัสสินค้า HS ย่อยหลายรายการในกลุ่ม HS 8516 ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลกโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน และทำให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าจากจีนมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมาก ส่งผลให้ผู้นำเข้าในสหรัฐฯ หลายรายต้องปรับกลยุทธ์และหาแหล่งผลิตทดแทนจีน โดยหันมานำเข้าจากเม็กซิโกและไทยเพิ่มขึ้น ทำให้ทั้งเม็กซิโกและไทยได้รับโอกาสทางการค้าเพิ่มขึ้นและกลายเป็นฐานการผลิตใหม่ของสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ

7.2 การนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโก อาจมีข้อได้เปรียบด้านภาษีภายใต้ข้อตกลง USMCA แต่ผู้นำเข้าต้องตรวจสอบเงื่อนไขและกฎแหล่งกำเนิดสินค้าให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการขอสิทธิพิเศษทางภาษี เช่นเดียวกันกับผู้ประกอบการที่ผลิตในไทย อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตและผู้นำเข้าควรระมัดระวังเรื่องการพิสูจน์แหล่งกำเนิดสินค้า เพื่อหลีกเลี่ยงกรณีการส่งผ่านสินค้า (transshipment) หรือการแปรรูปเล็กน้อย เพราะหน่วยงานสหรัฐฯ เช่น CBP และ USTR มีการตรวจสอบเข้มงวดขึ้นมากในประเด็นนี้

7.3 สินค้าจากไทยมีโอกาสสูงในการเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยตลาดสหรัฐฯ ยังมีความต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนสูง ทำให้สินค้าไทยสามารถเติบโตได้หากคุณภาพ มาตรฐานและการพิสูจน์แหล่งกำเนิดถูกต้องครบถ้วน

7.4 นอกจากนี้ ระบบโลจิสติกส์และการจัดเก็บสินค้า ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ผู้นำเข้าให้ความสนใจ นอกเหนือจากกระบวนการผลิต เพราะการจัดเก็บและกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยให้ผู้นำเข้าสามารถ ลดต้นทุน และ บริหารสต๊อกสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสร้างโอกาสในการแข่งขันในตลาดได้มากขึ้นด้วย

7.5 จากการสอบถามผู้นำเข้าสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า เบื้องต้น ผู้นำเข้ามีความสนใจขนาดการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศไทยอีกมาก หากผู้ประกอบการไทยที่มีความสามารถและกำลังการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในไทยที่ได้มาตรฐาน สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือจัดส่งข้อมูลของท่านมายังสำนักงานฯ ที่ info@thaitradeny.com เพื่อรวบรวมและนำเสนอแก่ผู้นำเข้าต่อไป

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก

แหล่งข้อมูล: Grandviewresearch.com/

Share :
Instagram