
บทสรุปผู้บริหาร
ตลาดความงามของฝรั่งเศสมีความสำคัญทั้งในฐานะตลาดผู้บริโภคและฐานการผลิตและส่งออกระดับโลก โดยในปี 2025 มูลค่าตลาดความงามทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 290,000 ล้านยูโร ขยายตัวร้อยละ 3.5 จากปีก่อนหน้า ขณะที่ตลาดเครื่องสำอางภายในประเทศฝรั่งเศสมีมูลค่า 14.80 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 จากปี 2024 แม้อัตราการเติบโตภายในประเทศจะอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำแต่ฝรั่งเศสยังคงมีความแข็งแกร่งด้านการส่งออกและมีบริษัทชั้นนำระดับโลกจำนวนมาก จึงเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงและมีมาตรฐานด้านสินค้าและกฎระเบียบที่เข้มงวด
พฤติกรรมผู้บริโภคฝรั่งเศสให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าระหว่างราคาและคุณภาพ ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ส่วนผสมและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม แนวโน้มที่เห็นได้ชัด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและออร์แกนิก ผลิตภัณฑ์ที่ลดการใช้บรรจุภัณฑ์หรือแบบเติม (refill) การดูแลผิวที่เน้นประสิทธิภาพ ผลิตภัณฑ์แบบ waterless และการเติบโตของช่องทางออนไลน์และ social commerce
กรณีศึกษาของ Aroma-Zone, Adopt Parfums และ K-Beauty สะท้อนว่าแบรนด์สามารถสร้างพื้นที่ในตลาดฝรั่งเศสได้จากการตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ชัดเจน เช่น ความเป็นธรรมชาติและความโปร่งใส ราคาที่เข้าถึงได้ นวัตกรรมสินค้า ตลอดจนการใช้โซเชียลมีเดียและอิทธิพลทางวัฒนธรรมในการสร้างการรับรู้
สำหรับผู้ประกอบการไทย ตลาดฝรั่งเศสมีโอกาส โดยเฉพาะสินค้าที่มีจุดเด่นด้านส่วนผสมจากธรรมชาติ นวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผม รวมถึงผลิตภัณฑ์กันแดด อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ตลาดควรให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบสหภาพยุโรปและฝรั่งเศส การจัดทำข้อมูลผลิตภัณฑ์และฉลากให้ถูกต้อง การกำหนดกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน และการใช้ช่องทางดิจิทัลเพื่อสร้างการรับรู้ควบคู่กับช่องทางจำหน่ายที่เหมาะสม
นิยามเครื่องสำอางตามระเบียบสหภาพยุโรป
Cosmetic products (Article 2 – 1 – (a)
ตามกรอบกฎหมายสหภาพยุโรป
ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง หมายถึง สารหรือส่วนผสมที่มีวัตถุประสงค์ใช้กับส่วนภายนอกของร่างกาย เช่น ผิวหนัง เส้นผม เล็บ ริมฝีปาก และบริเวณภายนอกของอวัยวะเพศ รวมถึงฟันและเยื่อบุช่องปาก เพื่อทำความสะอาด ทำให้มีกลิ่นหอม ปรับสภาพ ปกป้อง รักษาให้อยู่ในสภาพดี หรือปรับกลิ่นกาย
ภาพรวมตลาดเครื่องสำอาง
2.1 ภาพรวมตลาดโลก
ในปี 2025 ตลาดความงามทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 290,000 ล้านยูโร และขยายตัวร้อยละ 3.5 จากปี 2024 แม้เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอน แต่ความต้องการด้านการดูแลร่างกาย ยังคงมีความสำคัญต่อผู้บริโภค ทั้งในระดับกิจวัตรพื้นฐานและการดูแลที่มีหลายขั้นตอนมากขึ้น โดยมีส่วนแบ่งตลาดเครื่องสำอางตามพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ทั่วโลก ดังต่อไปนี้
ส่วนแบ่งตลาดเครื่องสำอางแบ่งตามพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ทั่วโลกประจำปี 2025

ข้อมูลจากบริษัท L'Oréal https://www.loreal-finance.com/fr/rapport-annuel-2025/marche-de-la-beaute/
*มูลค่าทั่วโลกยกเว้น ตุรกีและอาร์เจนติน่า เนื่องจากค่าเงินเฟ้อสูงเป็นพิเศษ
ภาพรวมตลาดฝรั่งเศส

ผลประกอบการตลาดเครื่องสำอางฝรั่งเศส ทั้งการบริโภคในประเทศและการส่งออก 35.6 พันล้านยูโร | สัดส่วนตลาดสินค้าฝรั่งเศสทั่วโลก ร้อยละ 15 | สินค้าสำคัญลำดับที่ 2 ในภาคการส่งออก | สินค้าส่งออกคิดเป็นมูลค่า 22.4 พันล้านยูโร |
ในปี 2025 การบริโภคผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางภายในประเทศฝรั่งเศสมีมูลค่า 14.80 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 จาก 14.62 พันล้านยูโรในปี 2024 และอันดับตลาดผู้บริโภคลดจากอันดับ 8 เป็นอันดับ 9 ของโลก อย่างไรก็ตาม ฝรั่งเศสยังคงมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมความงามโลกจากความแข็งแกร่งของผู้ประกอบการและการส่งออก
ฝรั่งเศสมีบริษัทความงามระดับโลก เช่น L’Oréal, LVMH และ Chanel โดยข้อมูลในรายงานระบุว่า L’Oréal มีรายได้จากธุรกิจความงามประมาณ 53.43 พันล้านยูโรในปี 2024 ขณะที่ LVMH และ Chanel มีรายได้จากธุรกิจความงามประมาณ 10.36 และ 9.71 พันล้านยูโรตามลำดับ

2.3 การนำเข้า-ส่งออก
ข้อมูลการนำเข้า-ส่งออก Global Trade Atlas
2.3.1 การนำเข้า
การนำเข้าสินค้าเครื่องสำอางและส่วนประกอบที่เกี่ยวข้อง (พิกัดศุลกากร HS 33) ของฝรั่งเศสเพิ่มจาก 8,854 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 เป็น 9,114 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025
ประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี เยอรมนี และสเปน
ฝรั่งเศสนำเข้าสินค้าจากไทยมูลค่า 102.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 18.36 จากปี 2024
ประเทศคู่ค้า
| ปี 2023 (ล้านเหรียญสหรัฐ) | ปี 2024 (ล้านเหรียญสหรัฐ) | ปี 2025 (ล้านเหรียญสหรัฐ) | อัตราการเปลี่ยนแปลงระหว่าง ปี 2025/2024 (%) |
ทั่วโลก | 8,298 | 8,854 | 9,114 | 10.25 |
| 1 276 | 1 332 | 1 386 | 21.43 |
| 849 | 990 | 1 101 | 9.94 |
| 897.98 | 953.33 | 1,285.10 | 16.95 |
| 764.68 | 873.85 | 1,156.50 | 32.35 |
| 725.56 | 648.74 | 471.84 | -27.27 |
| 507.43 | 408.22 | 367.00 | -10.10 |
| 309.35 | 275.60 | 348.46 | 26.44 |
| 292.35 | 295.94 | 275.13 | -7.03 |
| 204.88 | 229.93 | 204.88 | -10.89 |
10. เกาหลีไต้ | 80.08 | 133.48 | 129.05 | -3.32 |
11. ไทย | 138.58 | 125.25 | 102.26 | -18.36 |
ประเทศคู่ค้า
ประเภทสินค้านำเข้า
ตารางแสดงมูลค่าการนำเข้าพิกัดอัตราศุลกากร 33 (HS33) เอสเซนเชียลออยล์และเรซินอยด์ เครื่องหอม
เครื่องสำอางหรือสิ่งปรุงแต่งสำหรับประทินร่างกาย หรือ ประเทืองโฉม (ทอยเล็ตเพรพาเรชั่น)
HS Code | รายละเอียด
|
| มค.-พย. 2025/2023 (ล้านเหรียญสหรัฐ) |
| |||
|
| 2023 | 2024 | 2025 | ร้อยละ | ||
33 | เอสเซนเชียลออยล์และเรซินอยด์ เครื่องหอม เครื่องสำอางหรือสิ่งปรุงแต่งสำหรับประทินร่างกาย หรือ ประเทืองโฉม (ทอยเล็ตเพรพาเรชั่น) | 8,298 | 8,854 | 9,114 | 2.93 | ||
3304 | สิ่งปรุงแต่งที่ใช้แต่งเสริมความงามหรือแต่งหน้าและสิ่งปรุงแต่งสำหรับบำรุงรักษาผิว (นอกจากยารักษาหรือป้องกันโรค) รวมถึงสิ่งปรุงแต่งที่ใช้ทากันแสงแดดหรือทำให้ผิวคล้ำ สิ่งปรุงแต่งที่ใช้แต่ง เล็บมือหรือเล็บเท้า | 2,618 | 2,737 | 3,159 | 15.39 | ||
3302 | ของผสมของสารที่มีกลิ่นหอม และของผสม (รวมถึง สารละลายในแอลกอฮอล์) ที่มีสารดังกล่าวตั้งแต่หนึ่งชนิดขึ้นไปเป็นหลัก ชนิดที่เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรม | 2,947 | 3,140 | 2,657 | -15.38 | ||
3303 | หัวน้ำหอมและน้ำหอม | 712 | 822 | 931 | 13.25 | ||
3305 | สิ่งปรุงแต่งสำหรับใช้กับผม | 625 | 694 | 792 | 14.14 | ||
3307 | สิ่งปรุงแต่งที่ใช้ก่อน ระหว่างหรือหลังการโกนหนวด สิ่งที่ใช้ดับกลิ่นตัว สิ่งปรุงแต่งที่ใช้อาบน้ำ สิ่งที่ใช้ทำให้ขนร่วง และเครื่องหอมอื่นๆ เครื่องสำอางหรือสิ่งปรุงแต่งสำหรับประทินร่างกายหรือประเทืองโฉม ที่ไม่ได้ระบุหรือรวมไว้ในที่อื่น สิ่งปรุงแต่งที่ใช้ดับกลิ่นห้องจะมีกลิ่นหอมหรือมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อหรือไม่ก็ตาม | 634 | 629 | 645 | 2.43 | ||
3301 | เอสเซนเชียลออยล์ รวมถึง คอนกรีตและแอลโซลูต เรซินอยด์ | 450 | 526 | 599 | 13.83 | ||
3306 | สิ่งปรุงแต่งที่ใช้เพื่ออนามัยของช่องปากหรือฟัน รวมถึงเพสต์และผงสำหรับยึดฟันปลอม
| 239 | 240 | 257 | 7.47 | ||

2.3.2 การส่งออก

ร้อยละ 60 ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเพื่อการส่งออก
| สินค้า Made in France ช่วยเพิ่มมูลค่าแบรนด์ได้ถึงร้อยละ 30 | ประเภทสินค้าส่งออกที่ได้รับความนิยมสูงสุด เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ลำดับที่สองได้แก่ น้ำหอม
| คู่ค้าสำคัญ เรียงตามลำดับได้แก่ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และ จีน
|
ในปี 2025 จากข้อมูลของ Global Trade Atlas การส่งออกทั่วโลกคิดเป็นมูลค่าประมาณ 25,378 ล้านยูโร เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.06 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตลาดส่งออกสำคัญของฝรั่งเศส ได้แก่ สเปน เยอรมนี สหรัฐอเมริกา จีน อิตาลี สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เนเธอร์แลนด์ และโปแลนด์ เรียงตามลำดับ
สินค้าส่งออกหลัก ได้แก่
- เครื่องสำอางแต่งหน้าและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 49 (11 พันล้านยูโร)
- น้ำหอม มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 36 (8 พันล้านยูโร)
- แชมพูและผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม (1.5 พันล้านยูโร) และมีอัตราการเติบโตประมาณร้อยละ 5.5
อย่างไรก็ตาม การส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาได้รับผลกระทบจากมาตรการด้านภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ รวมถึงการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยสหรัฐฯ ซึ่งเคยเป็น ตลาดส่งออกเครื่องสำอางอันดับหนึ่งของฝรั่งเศส มีมูลค่าการนำเข้าจากฝรั่งเศสลดลงร้อยละ 14.37 เหลือประมาณ 2.7 พันล้านยูโร
ในทางตรงกันข้าม สหภาพยุโรปมีบทบาทสำคัญในการช่วยพยุงการส่งออกเครื่องสำอางของฝรั่งเศส โดยมีสัดส่วนร้อยละ 54.3 ของมูลค่าการส่งออกเครื่องสำอางทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าประมาณ 12.1 พันล้านยูโร ขณะที่การส่งออกไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.18 อย่างไรก็ตาม การส่งออกไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนลดลงประมาณร้อยละ 10 ซึ่งส่วนหนึ่งสะท้อนถึงการแข่งขันในตลาดระหว่างประเทศที่มีความรุนแรงมากขึ้น
สำหรับประเทศไทย ฝรั่งเศสส่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางมายังไทยอยู่ใน อันดับที่ 44 ของตลาดส่งออก คิดเป็นมูลค่าประมาณ 81.29 ล้านยูโร เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.65 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
พฤติกรรมการบริโภคและการบริโภคในประเทศ
3.1 ปัจจัยในการพิจารณาเลือกซื้อสินค้า
พิจารณาความสมดุลระหว่างราคาและคุณภาพ รวมถึงความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงของแบรนด์
ให้ความสนใจกับส่วนผสม องค์ประกอบ และตรารับรองของผลิตภัณฑ์
ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส
คำนึงถึงบรรจุภัณฑ์และการลดปริมาณขยะ
ความต้องการแตกต่างกันตามประเภทผิว ลักษณะเส้นผม อายุ และภูมิหลังของผู้บริโภค
สภาพอากาศที่ค่อนข้างแห้งทำให้ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นมีความสำคัญ
นอกเหนือจากนั้น ความต้องการสินค้าได้รับอิทธิพลจากฤดูกาล (ภาพประกอบด้านล่าง)โดยสภาพอากาศและกิจกรรมของผู้บริโภคในแต่ละช่วงปีสามารถส่งผลต่อความต้องการผลิตภัณฑ์ เช่น ผลิตภัณฑ์ปกป้องแสงแดด ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้น และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวตามสภาพอากาศ

ส่วนแบ่งทางการตลาดแบ่งตามประเภทของสินค้า
สามารถแบ่งได้เป็น 7 ประเภทดังต่อไปนี้
3.3 ผลิตภัณฑ์และแบรนด์ที่ได้รับความนิยมในฝรั่งเศส แบ่งตาม หมวดหมู่สินค้า
หมวดหมู่สินค้า | แบรนด์ที่มีจำหน่ายและได้รับความนิยมในฝรั่งเศส | ผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการสูง |
ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า | L'Oréal Paris, Nivea, Yves Rocher, La Roche-Posay, Avène, CeraVe, Caudalie, Nuxe | ครีมบำรุงผิว, เซรั่ม, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว, ผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอย |
ผลิตภัณฑ์กันแดด | La Roche-Posay, Avène, Bioderma, Nivea, Garnier | SPF50+, โลชั่นกันแดด, ครีมกันแดดสำหรับใบหน้า |
เครื่องสำอาง | L'Oréal Paris, Maybelline, NYX, Sephora Collection, Dior, Chanel | มาสคาร่า, ลิปสติก, รองพื้น, ลิปกลอส, บลัชออน |
ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม | L'Oréal Paris/Elseve, Garnier, Kérastase, Head & Shoulders, Schwarzkopf | แชมพู, ครีมนวดผม, มาสก์บำรุงผม, เซรั่มบำรุงผม |
น้ำหอม | Dior, Chanel, Lancôme, Yves Saint Laurent, Jean Paul Gaultier, Armani | น้ำหอมสำหรับผู้หญิง/ผู้ชาย, Eau de Parfum |
ผลิตภัณฑ์สุขอนามัย / ดูแลผิวกาย | Nivea, Dove, L'Oréal, Garnier, Mixa | ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย, เจลอาบน้ำ, โลชั่นทาผิว |
เวชสำอาง | Avène, La Roche-Posay, Bioderma, CeraVe, Vichy, SVR | ครีมบำรุงผิวหน้า, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว, เซรั่ม, ผลิตภัณฑ์กันแดด |
ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ | Yves Rocher, Nuxe, Caudalie, La Rosée, Aroma-Zone | น้ำมันบำรุงผิว, เซรั่ม, ครีม, ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากธรรมชาติ |
ช่องทางการจัดจำหน่ายและกระจายสินค้า

ภาพแสดงโครงสร้างการกระจายสินค้าเครื่องสำอางตั้งแต่ ผู้ผลิตวัตถุดิบจนถึงผู้บริโภค
4.1 โครงสร้างตลาดสินค้าเครื่องสำอาง
แบ่งเป็น 2 ช่องทางหลัก ได้แก่
ช่องทางจากวัตถุดิบสู่ผู้ผลิตเครื่องสำอาง ซึ่งมีตัวกลาง เช่น Broker/Trader, ผู้นำเข้า, Distributor และ Wholesaler ก่อนส่งต่อไปยังผู้ผลิตหรือผู้ใช้แบบ DIY และ
ช่องทางจากผู้ผลิตสินค้าสำเร็จรูปสู่ตลาด ซึ่งสินค้าจะผ่านผู้นำเข้า Distributor และ Wholesaler หรือ Retailer ก่อนถึงผู้บริโภคปลายทาง
ส่วนแบ่งทางการตลาดแบ่งตามประเภทช่องทางการจัดจำหน่าย
ช่องทางจำหน่ายหลัก ได้แก่ ห้างค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีกผู้เชี่ยวชาญ ร้านขายยาและพาราฟาร์มาซี ร้านค้าปลีกของแบรนด์ สถานเสริมความงาม และช่องทางออนไลน์
ยอดขายออนไลน์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในปี 2025 สัดส่วนการซื้อความงามผ่าน e-commerce ในฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น 0.4 จุดจากปีก่อน

ตัวอย่างรายชื่อห้างค้าปลีก
ช่องทางการจัดจำหน่าย | ส่วนแบ่งทางการตลาด ( ) | มูลค่าปี 2023 (พันล้านยูโร) |
ห้างค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค
| 44.7 | 9.7 |
ห้างสรรพสินค้า และ ห้างค้าปลีกผู้เชี่ยวชาญ | 18.9
| 4.1 |
ร้านขายยาและร้านพาราฟามาซี | 15.9 | 3.4 |
ร้านค้าปลีกของแบรนด์โดยเฉพาะ
| 8.9 | 1.9 |
สถานเสริมความงาม | 6.0 | 1.3 |
ช่องทางออนไลน์ Pure Player | 2.7 | 0.57 |
ช่องทางอื่นๆ | 2.9 | 0.63 |
4.3 10 อันดับแบรนด์ด้านความงามและสุขอนามัยที่ได้รับความนิยมในร้านขายยาฝรั่งเศส ประจำปี 2025 * เรียงตามยอดขาย

*https://www.revuepharma.fr/2026/02/les-tops-de-la-beaute-en-2025/?utm_source=chatgpt.com
แนวโน้มความต้องการและข้อควรคำนึงถึง

ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและออร์แกนิก รวมถึงแนวคิด Clean & Natural
ผลิตภัณฑ์ลดการใช้บรรจุภัณฑ์ เช่น refill และรูปแบบที่ลดการใช้น้ำ (waterless)
การแต่งหน้าแบบเป็นธรรมชาติและแนวคิด Make-up no Make-up / Clean Girl
ผู้บริโภคชายให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและผลิตภัณฑ์ดูแลหนวดมากขึ้น
ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและมีข้อมูลสนับสนุน โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
e-commerce และ social commerce มีบทบาทเพิ่มขึ้นในการค้นพบแบรนด์ใหม่
ความหลากหลายของประชากรทำให้ความต้องการผลิตภัณฑ์สำหรับผิวและเส้นผมเฉพาะกลุ่มเพิ่มขึ้น
ผู้ประกอบการควรพิจารณาความแตกต่างของสภาพผิวและเส้นผมของผู้บริโภคในฝรั่งเศส รวมถึงความแตกต่างด้านอายุ ภูมิหลัง และพฤติกรรมการบริโภค เพื่อให้สามารถกำหนดสินค้าและการสื่อสารได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย
กฏระเบียบข้อบังคับ และสิ่งที่ต้องดำเนินการ
การนำผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเข้าสู่ตลาดฝรั่งเศสต้องปฏิบัติตามกรอบกฎหมายของสหภาพยุโรป อ้างอิงจาก Regulation (EC) No. 1223/2009 และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสารต้องห้ามหรือสารที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัด รวมถึงกฎหมายและข้อกำหนดของฝรั่งเศสที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง
ผู้ประกอบการควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดเกี่ยวกับส่วนประกอบ ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ การจัดทำเอกสาร การติดฉลาก และขั้นตอนการนำเข้า ก่อนวางจำหน่ายจริง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ใช้สมุนไพรหรือสารสกัดจากพืช เนื่องจากอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมตามลักษณะของส่วนประกอบและการกล่าวอ้างสรรพคุณ
6.1 ระเบียบสหภาพยุโรป CE no.1223/2009 – 30 nov 2009
http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2009:342:0059:0209:fr:PDF
https://eurlex.europa.eu/eli/reg/2026/78/oj?eliuri=eli%3Areg%3A2026%3A78%3Aoj&locale=fr
https://single-market-economy.ec.europa.eu/sectors/cosmetics/cosmetic-products-specific-topics/cmr-substances_en
6.2 กฎระเบียบสำหรับประเทศฝรั่งเศส (สืบค้นได้จาก http://www.legifrance.gouv.fr/)
มาตราที่ L.5131-1 ถึง L.5131-8 และมาตราที่ L.5431-1 ถึง L.5431-9 ที่เป็นผลมาจากกฎหมายเลขที่ 2013-201
ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 ว่าด้วยการปรับให้เป็นไปตามกฎหมายสหภาพยุโรปในด้านสุขภาพ
มาตราที่ R.5131-1 ถึง R.5131-15 จากฏีกาเลขที่ 2015-1417 ลงวั นที่ 4 พฤศจิกายน 2558
ว่าด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องสาอางและผลิตภัณฑ์สักร่างกาย
มาตราที่ R.5431-1 ถึง R.5431-3
ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงกฎระเบียบด้านบรรจุภัณฑ์ และวัสดุที่สัมผัสอาหาร - เครื่องสาอาง - ยา
สิ่งที่ต้องดำเนินการสำหรับสินค้าสำเร็จรูป
ต้องมีการจดแจ้ง ผู้รับผิดชอบสินค้า ซึ่งมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
“ เป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย บุคคล หรือ นิติบุคคลก็ได้ แต่ต้องพร้อมรับผิดชอบหากมีปัญหากับสินค้า”
6.3.1 แหล่งส่วนผสม – ซึ่งส่วนผสมและวัตถุดิบที่นำมาใช้ผลิตเครื่องสำอางจะต้องเป็นไปตามภาคผนวกของกฎระเบียบเครื่องสำอางสหภาพยุโรป
สารต้องห้าม (ภาคผนวก II)
สารที่ใช้ได้แต่มีข้อจำกัด (ภาคผนวก III)
สารที่อนุญาตให้ใช้ (ภาคผนวก IV – VI)
ทั้งนี้ส่วนผสมจะต้อง ไม่มีสารก่อมะเร็ง เปลี่ยนแปลงกรรมพันธุ์ หรือเป็นพิษต่อการสืบพันธุ์ตามกฎระเบียบ CE no. 1272/2008
คำแนะนำ : ควรมีดำเนินการตรวจสอบสูตรว่าส่วนผสมที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ และมีข้อยกเว้นใดที่ต้องรายงานเกี่ยวกับการใช้สารต้องห้ามหรือไม่
6.3.2 ควบคุมขั้นตอนการผลิต เป็นไปตามมาตรา 8 ของกฎระเบียบเครื่องสำอางสหภาพยุโรป โดยเป็นการ รับรองตนเอง หรือให้บริษัทตรวจสอบรับรอง โดยเป็นไปตามมาตรฐาน NF EN ISO 22716
คำแนะนำ : ดำเนินการเองหรือจ้างบริษัทตรวจสอบ
6.3.3 การจัดทำแฟ้มข้อมูล (DIP) ซึ่งผู้รับผิดชอบสินค้าจะต้องเก็บรักษาไว้เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 10 ปีหลังจากจำหน่ายสินค้าล็อตสุดท้ายวางจำหน่าย โดย DIP จะมีขั้นประกอบด้วย
คำบรรยายผลิตภัณฑ์ สูตร ซึ่งผลิตภัณฑ์ ชื่อสูตร
รายงานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
รายละเอียดวิธีการผลิตและบรรจุ และการแจ้งขั้นตอนการผลิตเป็นไปตามมาตรฐาน
ระยะเวลาที่เก็บรักษาผลิตภัณฑ์ไว้ได้ และวิธีพิสูจน์ระยะเวลาดังกล่าว
หลักฐานประกอบการกล่าวอ้างสรรพคุณ
ข้อมูลเกี่ยวกับการทดลองผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบในสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นโดยผู้ผลิตเอง โดยเอเย่นต์ หรือโดยผู้จำหน่ายวัตถุดิบ
ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาหรือประเมินความปลอดภัยของสินค้าเครื่องสำอางและส่วนผสม รวมไปถึงการทดลองทุกอย่างในสัตว์เพื่อปฏิบัติตามกฎระเบียบในประเทศอื่น ๆ นอกจากสหภาพยุโรป หรือตามกฎระเบียบอื่น ๆ
7.งานแสดงสินค้า

งานแสดงสินค้าและนวัตกรรมเครื่องสำอาง Cosmetic 360
จัดโดยบริษัท Cosmetic Valley

COSMETIC 360
contact@cosmetic-360.com
+33 (0)2 37 21 12 11
เป็นประจำทุกปีซึ่งในปีนี้จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 14 -15 ตุลาคม
ณ ศูนย์จัดแสดงสินค้า Carrousel du Louvre, 99 Rue de Rivoli, 75001 Paris
งานแสดงสินค้า Maison & Objet มีพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับ fragrance และ wellness ซึ่งสามารถใช้เป็นช่องทางติดตามแนวโน้มและพบผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม
จัดโดย บริษัท SAFI 8 rue Chaptal CS 50028 75442 Paris cedex 09 France
Contact : serviceclientvisiteurs@safisalons.fr +33 (0)1 44 29 03 99
https://www.maison-objet.com/paris/visiter/secteur-fragrance-wellness
8.ตัวอย่างแบรนด์ที่น่าสนใจในตลาดความงามฝรั่งเศส
แบรนด์ที่นำมาเป็นตัวอย่างทั้ง 3 แบรนด์ ได้แก่ Aroma-Zone, Adopt Parfum และผลิตภัณฑ์ความงามจากเกาหลี (K-Beauty)สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมและวิถีการบริโภคผลิตภัณฑ์ความงามของผู้บริโภคในฝรั่งเศสในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้อย่างชัดเจน โดยแต่ละแบรนด์มีจุดขายและแนวทางการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน ดังนี้
8.1 Aroma-Zone


ประวัติความเป็นมา
Aroma-Zone เป็นแบรนด์ฝรั่งเศสที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2000 โดยนาง Valérie และนาย Jean-Charles Sommerard และเติบโตจากธุรกิจวัตถุดิบสำหรับผลิตเครื่องสำอางด้วยตนเอง ภายใต้แนวคิด Do It Yourself (DIY) จุดเด่นของแบรนด์คือการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเลือกส่วนผสมจากธรรมชาติและนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ผม และร่างกายตามความต้องการของตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับความสนใจของผู้บริโภคที่ต้องการรู้จักส่วนประกอบและควบคุมสิ่งที่ใช้กับร่างกายมากขึ้น
ประเภทผลิตภัณฑ์
ปัจจุบัน Aroma-Zone มีทั้งวัตถุดิบจากธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปคิดเป็นมากกว่าร้อยละ 90 ของยอดขาย ขณะเดียวกันแบรนด์ยังสร้างประสบการณ์ผ่านร้านค้าและเวิร์กช็อป ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคสามารถทดลองสินค้า เรียนรู้การใช้วัตถุดิบ และมีส่วนร่วมกับแบรนด์มากกว่าการซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว
ผลประกอบการAroma-Zone มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2024 รายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 56 และในปี 2025 เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 52 มีลูกค้าประมาณ 4.5 ล้านราย และยอดจำหน่ายประมาณ 52 ล้านชิ้น การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากกระแสผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ความนิยมในแนวคิด DIY และความต้องการด้านความโปร่งใสของส่วนผสม
นโยบายการตลาด การขยายธุรกิจบริษัทได้พัฒนาเครือข่ายร้านค้าควบคู่กับช่องทางออนไลน์ และเริ่มขยายตลาดต่างประเทศ โดยรายได้จากต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์คิดเป็นประมาณร้อยละ 15 ของยอดขาย พร้อมทั้งเริ่มเปิดร้านในกรุงลอนดอน สะท้อนกลยุทธ์การเติบโตที่ผสมผสานระหว่างนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ ประสบการณ์หน้าร้าน และการขยายตลาดต่างประเทศ
Adopt Parfum

ประวัติความเป็นมา
Adopt Parfums มีจุดเริ่มต้นจากแบรนด์ Réserve Naturelle ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1986 โดยนาย Dominique Monlun ในประเทศฝรั่งเศส ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น Adopt Parfums ในปี 2014 และปรับทิศทางธุรกิจอย่างชัดเจนเข้าสู่ตลาดน้ำหอม โดยในปี 2019 Frédéric Stoeckel เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผลักดันแนวทางการทำตลาดที่เน้นน้ำหอมราคาที่เข้าถึงได้และมีความหลากหลาย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อกลิ่นต่าง ๆ ได้ตามโอกาส อารมณ์ และสไตล์ของตนเอง
ประเภทผลิตภัณฑ์
ปัจจุบัน Adopt Parfums เน้นผลิตภัณฑ์น้ำหอมเป็นหลัก โดยมีน้ำหอมประมาณ 150 กลิ่น และวางตำแหน่งสินค้าในระดับราคาที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ เช่น น้ำหอมขนาด 30 มิลลิลิตร ราคาเริ่มต้นประมาณ 11.95ยูโร และขนาด 100 มิลลิลิตรประมาณ 29.95 ยูโร แนวทางดังกล่าวแตกต่างจากน้ำหอมระดับพรีเมียมที่มีราคาสูงกว่า และช่วยให้ผู้บริโภคสามารถซื้อหลายกลิ่นเพื่อใช้ในโอกาสหรือสถานการณ์ที่แตกต่างกัน
ผลประกอบการ
Adopt Parfums มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2024 บริษัทจำหน่ายน้ำหอมประมาณ 24 ล้านขวด และมีรายได้ประมาณ 170 ล้านยูโร ขณะที่มีเครือข่ายร้านค้าประมาณ 400 แห่งทั่วประเทศฝรั่งเศส การเติบโตดังกล่าวสะท้อนการตอบรับต่อแนวทางการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสมเหตุสมผลและมีความหลากหลาย ซึ่งทำให้น้ำหอมสามารถกลายเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคซื้อได้บ่อยและมีหลายกลิ่นในครอบครอง
นโยบายการตลาดและการขยายธุรกิจ
กลยุทธ์สำคัญของ Adopt Parfums คือการสร้างตลาดน้ำหอมราคาย่อมเยาที่เน้นความหลากหลายและการซื้อซ้ำ โดยบริษัทได้ขยายเครือข่ายร้านค้าในฝรั่งเศสอย่างรวดเร็ว และมีเป้าหมายขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศเพิ่มเติม นอกจากนี้ ในปี 2025 บริษัทได้รับการลงทุนจาก Arkéa Capital ซึ่งสนับสนุนแผนการขยายธุรกิจในระดับนานาชาติ และการเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานที่ Château-Renard โดยตั้งเป้าหมายการผลิตไว้ที่ 50 ล้านขวดต่อปีภายในปี 2028
8.3 K-Beauty เครื่องสำอางเกาหลีในตลาดฝรั่งเศส
ประวัติความเป็นมา
K-Beauty หรือความงามแบบเกาหลี ไม่ได้เป็นแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง แต่เป็นแนวทางและกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามจากเกาหลีใต้ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในตลาดฝรั่งเศส โดยมีแรงสนับสนุนจากอิทธิพลของวัฒนธรรมเกาหลี เช่น K-pop ซีรีส์เกาหลี และโซเชียลมีเดีย ทำให้ผู้บริโภคชาวฝรั่งเศสรู้จักแนวคิดและวิธีการดูแลผิวแบบเกาหลีมากขึ้น โดยเฉพาะแนวคิด Korean Beauty Routine ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลผิวอย่างเป็นขั้นตอน
ประเภทผลิตภัณฑ์
K-Beauty ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางหลากหลายประเภท โดยจุดเด่นอยู่ที่การพัฒนาส่วนผสม เนื้อสัมผัส และผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การดูแลผิวเฉพาะด้าน เช่น ส่วนผสมจากชาเขียว โสม และกรดไฮยาลูโรนิก รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เน้นความอ่อนโยนและเหมาะกับสภาพผิว แนวทางดังกล่าวตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม มีประสิทธิภาพ และมีข้อมูลเกี่ยวกับส่วนประกอบอย่างชัดเจน
การขยายตัวในตลาด
ความนิยมของ K-Beauty ในฝรั่งเศสไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่สนใจวัฒนธรรมเกาหลี แต่ขยายตัวผ่านร้านค้าเฉพาะทางและช่องทางออนไลน์ ตัวอย่างที่สะท้อนการเติบโตของตลาดคือ Moida K-Beauty บนถนน Champs-Élysées กรุงปารีส ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกผลิตภัณฑ์ความงามจากเกาหลีขนาดใหญ่ โดยรวบรวมแบรนด์มากกว่า 80 แบรนด์ และสินค้าประมาณ 1,200 รายการ การเพิ่มขึ้นของช่องทางจำหน่ายทำให้ผู้บริโภคฝรั่งเศสสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ K-Beauty ได้ง่ายขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ K-Beauty ได้รับความนิยมในฝรั่งเศส
อิทธิพลของวัฒนธรรมเกาหลี: K-pop ซีรีส์เกาหลี และอินฟลูเอนเซอร์ช่วยเผยแพร่แนวคิดเรื่องความงามและกิจวัตรการดูแลผิวแบบเกาหลีให้เป็นที่รู้จักในฝรั่งเศส
นวัตกรรมของผลิตภัณฑ์: เครื่องสำอางเกาหลีมีส่วนผสม เช่น ชาเขียว โสม และกรดไฮยาลูโรนิก พร้อมนำเสนอเนื้อสัมผัสและสูตรผลิตภัณฑ์ที่แปลกใหม่ รวมถึงผลิตภัณฑ์แบบหลายคุณสมบัติที่เหมาะกับชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ
กิจวัตรการดูแลผิวที่ครบถ้วน: Korean Beauty Routine มักประกอบด้วยหลายขั้นตอน โดยเน้นการทำความสะอาด การเติมความชุ่มชื้น และการปกป้องผิว แนวคิดสำคัญคือการป้องกันปัญหาผิวมากกว่าการแก้ไขเมื่อเกิดปัญหาแล้ว
บทบาทของโซเชียลมีเดีย: TikTok, Instagram, YouTube และอินฟลูเอนเซอร์ช่วยให้ผู้บริโภคค้นพบผลิตภัณฑ์ ดูวิธีใช้ และอ่านความคิดเห็นจากผู้ใช้งานจริง ทำให้เกิดการบอกต่อบนโลกออนไลน์และช่วยเร่งการยอมรับผลิตภัณฑ์เกาหลี
ความต้องการความโปร่งใส: ผู้บริโภคชาวฝรั่งเศสให้ความสำคัญกับส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ คุณภาพ และแหล่งที่มาเพิ่มขึ้น K-Beauty จึงได้รับความสนใจจากภาพลักษณ์ด้านนวัตกรรมและความโปร่งใส
เข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น: การเพิ่มขึ้นของร้านค้าและแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เชี่ยวชาญด้านเครื่องสำอางเกาหลี ทำให้ผู้บริโภคฝรั่งเศสสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ K-Beauty ได้สะดวกมากขึ้น
โดยสรุป กรณีศึกษาทั้ง 3 รูปแบบสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการเปลี่ยนแปลงของตลาดความงามฝรั่งเศสที่มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งการให้ความสำคัญกับส่วนผสมและการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคผ่านตลาด DIY การมองหาสินค้าที่มีราคาสมเหตุสมผลและคุ้มค่ามากขึ้น ตลอดจนการเปิดรับอิทธิพลด้านวัฒนธรรมและเทรนด์ความงามจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากเกาหลีใต้ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคในฝรั่งเศสมีแนวโน้มให้ความสำคัญทั้งในด้าน คุณค่า ราคา ความเป็นปัจเจกบุคคล และอิทธิพลทางวัฒนธรรม ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่กำลังมีบทบาทต่อทิศทางของตลาดผลิตภัณฑ์ความงามในประเทศ
9.โอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีจุดขายชัดเจนด้านวัตถุดิบธรรมชาติ สมุนไพรไทย หรือองค์ประกอบที่มีเรื่องราวและสามารถอธิบายแหล่งที่มาได้
ควรพิจารณาผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ผลิตภัณฑ์กันแดด และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะกลุ่ม
การใช้สื่อโซเชียลมีเดีย TikTok, Instagram, YouTube และ social commerce เพื่อสร้างการรับรู้และสาธิตวิธีใช้ผลิตภัณฑ์
การกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ตามอายุ ความต้องการ และลักษณะผิวหรือเส้นผม แทนการทำตลาดแบบกว้างเกินไป หรือการทำตลาดผลิตภัณฑ์เฉพาะเจาะจง (Niche Market)
สร้างจุดขายด้านนวัตกรรม ประสิทธิภาพ และความโปร่งใสของส่วนผสม พร้อมสื่อสารเป็นภาษาฝรั่งเศสอย่างชัดเจน
ผสมผสานช่องทางออนไลน์กับร้านค้าปลีก ร้านเฉพาะทาง ร้านขายยา/พาราฟาร์มาซี หรือพันธมิตรในตลาดที่เหมาะสม
ตรวจสอบข้อกำหนดด้านกฎหมายของสหภาพยุโรปและฝรั่งเศสก่อนส่งออกและวางจำหน่าย
10. SWOT Analysis
จุดแข็ง (Strengths)
• ประเทศไทยมีวัตถุดิบธรรมชาติและสมุนไพรที่สามารถพัฒนาเป็นจุดขาย
• มีศักยภาพด้านผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เส้นผม และผลิตภัณฑ์กันแดด
• สามารถสร้างเรื่องราวของสินค้าและความแตกต่างด้านวัฒนธรรมไทยได้
จุดอ่อน (Weaknesses)
• แบรนด์ไทยจำนวนมากยังมีการรับรู้ในฝรั่งเศสจำกัดเมื่อเทียบกับแบรนด์ฝรั่งเศสและแบรนด์เอเชียที่เป็นที่รู้จัก
• ต้นทุนและความซับซ้อนในการปฏิบัติตามกฎระเบียบสหภาพยุโรปอาจเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก
• จำเป็นต้องปรับบรรจุภัณฑ์ ฉลาก และการสื่อสารให้เหมาะกับตลาดฝรั่งเศส
โอกาส (Opportunities)
• ผู้บริโภคเปิดรับแบรนด์และนวัตกรรมจากต่างประเทศมากขึ้น
• ความนิยม K-Beauty แสดงให้เห็นศักยภาพของแบรนด์เอเชียในการสร้างตลาดในฝรั่งเศส
• แนวโน้ม natural, clean beauty, refill, waterless beauty และ social commerce เปิดพื้นที่สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่
ความท้าทาย/ภัยคุกคาม (Threats)
• การแข่งขันสูงจากแบรนด์ฝรั่งเศสและแบรนด์ต่างประเทศ
• ผู้บริโภคมีความคาดหวังสูงด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความโปร่งใส
• ข้อกำหนดด้านกฎหมายและความปลอดภัยของสหภาพยุโรปมีความเข้มงวดและต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
• การแข่งขันด้านราคาจากแบรนด์ที่มีฐานการผลิตและเครือข่ายจำหน่ายขนาดใหญ่
11. ข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์
จากข้อมูลทั้งหมดนี้ อาจกล่าวได้ว่าแนวทางที่เหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการไทยคือการเริ่มจากผลิตภัณฑ์ที่มีจุดขายเฉพาะและสามารถอธิบายคุณค่าได้ชัดเจน มากกว่าการแข่งขันโดยตรงกับแบรนด์ขนาดใหญ่ในตลาดแมส ควรเลือกกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการเฉพาะ เช่น ผู้บริโภคที่สนใจส่วนผสมธรรมชาติ ผู้บริโภคที่ต้องการผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเฉพาะด้าน หรือกลุ่มที่สนใจผลิตภัณฑ์เอเชีย
ในด้านการตลาด ควรใช้ดิจิทัลเป็นเครื่องมือสร้างการรับรู้ โดยเน้นเนื้อหาที่อธิบายส่วนผสม วิธีใช้ ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ และที่มาของวัตถุดิบ พร้อมใช้ผู้สร้างเนื้อหาหรือผู้มีอิทธิพลในกลุ่มเป้าหมายอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันควรสร้างความน่าเชื่อถือผ่านช่องทางจำหน่ายที่ผู้บริโภคฝรั่งเศสคุ้นเคย
ในด้านการเข้าสู่ตลาด ควรดำเนินการตรวจสอบกฎระเบียบและความพร้อมของเอกสารก่อนการลงทุนด้านการตลาดและการกระจายสินค้า เพื่อให้การขยายตลาดเป็นไปอย่างต่อเนื่องและลดความเสี่ยงจากปัญหาด้านการนำเข้าและการวางจำหน่าย
ความเห็นสคต.
ตลาดเครื่องสำอางฝรั่งเศสเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมความงามโลก แม้ตลาดภายในประเทศจะเติบโตในอัตราค่อนข้างต่ำ แต่ผู้บริโภคยังคงมีความต้องการผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า ความเป็นธรรมชาติ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน ช่องทางออนไลน์และโซเชียลมีเดียมีบทบาทเพิ่มขึ้นทั้งในการค้นหาข้อมูลและการตัดสินใจซื้อสินค้า
กรณีศึกษา Aroma-Zone, Adopt Parfums และ K-Beauty แสดงให้เห็นว่า การทำตลาดในฝรั่งเศสสามารถประสบความสำเร็จได้จากการกำหนดจุดยืนของแบรนด์อย่างชัดเจนและตอบสนองความต้องการเฉพาะของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและแนวคิด DIY สินค้าที่มีราคาที่เข้าถึงได้ หรือผลิตภัณฑ์จากเอเชียที่มีนวัตกรรมและได้รับแรงสนับสนุนจากกระแสวัฒนธรรมและสื่อดิจิทัล
สำหรับผู้ประกอบการไทย ตลาดฝรั่งเศสจึงเป็นช่องทางที่สามารถพิจารณาได้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำจุดแข็งของไทยด้าน วัตถุดิบธรรมชาติ สมุนไพร นวัตกรรม และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม มาสร้างความแตกต่าง อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดมีความเข้มข้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความโปร่งใสของส่วนผสม การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย การทำตลาดผ่านช่องทางดิจิทัล ตลอดจนการปฏิบัติตามกฎระเบียบของสหภาพยุโรปอย่างครบถ้วน
แนวทางการเข้าสู่ตลาดที่ควรพิจารณา คือ เริ่มจากผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มที่มีจุดขายแตกต่างและชัดเจน สร้างการรับรู้ผ่านช่องทางออนไลน์และ Social Commerce โดยเฉพาะการสร้างกระแส T-Beauty หรือความงามจากประเทศไทย ผ่านผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนจุดเด่นด้านวัตถุดิบธรรมชาติ สมุนไพร นวัตกรรม และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม จากนั้นจึงพัฒนาช่องทางค้าปลีกและสร้างพันธมิตรทางธุรกิจในตลาดฝรั่งเศสควบคู่กัน ทั้งนี้ ควรใช้ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคและผลจากการทดสอบตลาดเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจขยายผลิตภัณฑ์และการลงทุนในระยะต่อไป
แหล่งอ้างอิง
https://www.febea.fr/le-secteur-cosmetique/chiffres-cles-du-marche-cosmetique
https://www.cosmed.fr/le-marche-cosmetique-face-a-ses-mutations/