fb
การเกษตรเวียดนามได้รับการอนุมัติให้ส่งออกสินค้าไปยังประเทศจีนกว่า 4,000 รายการ

การเกษตรเวียดนามได้รับการอนุมัติให้ส่งออกสินค้าไปยังประเทศจีนกว่า 4,000 รายการ

โดย
Nguyen
ลงเมื่อ 30 ตุลาคม 2568 10:30
สคต. ณ กรุงฮานอย (เวียดนาม) (TTC, Hanoi (Vietnam))
57

การเกษตรเวียดนามได้รับการอนุมัติให้ส่งออกสินค้าไปยังประเทศจีนกว่า 4,000 รายการ

image.png

จากข้อมูลของกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมเวียดนาม (Ministry of Agriculture and Environment: MAE) ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 สำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (General Administration of Customs of China: GACC) ได้อนุมัติรหัสสินค้าการเกษตรและอาหารของเวียดนามจำนวน 250 รายการ ให้สามารถส่งออกไปยังตลาดจีนได้ ส่งผลให้จำนวนรหัสสินค้าทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 3,938 รายการ 

ปัจจุบัน จีนถือเป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามและยังเป็นตลาดสำคัญสำหรับการส่งออกสินค้าเกษตรอีกด้วย จากการที่รัฐบาลจีนมีการเข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับข้อกำหนดในการนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหาร               สหกรณ์การเกษตรต่างๆ และบริษัทของเวียดนามจึงได้ดำเนินการปรับมาตรฐานกระบวนการผลิต ลงทุนในแหล่งวัตถุดิบและพัฒนาเทคโนโลยีการแปรรูปเชิงลึกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรักษาการส่งออกยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

การที่ประเทศจีนอนุมัติรหัสสินค้าเกษตรและอาหารส่งออกของเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับจากฝ่ายจีนต่อระบบการควบคุมความปลอดภัยด้านอาหารของเวียดนาม ขณะเดียวกัน สำนักงานศุลกากรแห่งประเทศจีน (GACC) อยู่ในระหว่างการปรับปรุงกรอบกฎหมายเพื่อไม่เพียงความร่วมมือกับเวียดนามที่มีอยู่ไว้เท่านั้น แต่ยังเปิดทางสู่กลไกการบริหารจัดการที่ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยอิงตามการประเมินความเสี่ยง ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 สำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ได้ออกข้อบังคับทางปกครองว่าด้วยการขึ้นทะเบียนศุลกากรสำหรับอาหารนำเข้าของผู้ผลิตในต่างประเทศ ฉบับแก้ไข (Decree 280) ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อใช้แทน Decree 248 ที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2565

ดร. Ngo Xuan Nam รองผู้อำนวยการสำนักงาน SPS เวียดนาม (Office of Vietnam Sanitary and Phytosanitary Notification Authority and Enquiry Point: SPS) ให้ความเห็นว่าข้อบังคับฉบับแก้ไขดังกล่าวเป็นการปรับปรุงที่สำคัญในด้านการบริหารจัดการการนำเข้าอาหารของจีน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อทุกประเทศที่มีธุรกิจส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารไปยังประเทศจีน รวมถึงเวียดนามด้วย ผู้เชี่ยวชาญระบุว่ากลุ่มธุรกิจเวียดนามที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจาก Decree 280 ได้แก่ โรงงานแปรรูปสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ประมง เนื้อสัตว์ นม แป้ง น้ำผลไม้ เครื่องดื่ม และสินค้าเกษตรแห้งต่างๆ 

ดังนั้น บริษัทเหล่านี้จำเป็นต้องตรวจสอบรหัสการขึ้นทะเบียนของตนบนระบบ CIFER ของ GACC โดยเฉพาะในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ตั้ง นิติบุคคล หรือใบอนุญาตในประเทศต่างๆ หากข้อมูลไม่สอดคล้องกับระบบการจัดการความปลอดภัยด้านอาหาร รหัสการขึ้นทะเบียนอาจถูกเพิกถอนโดยทันที และหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ระบบจะต่ออายุใบอนุญาติไปอีก 5 ปี โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ Decree 280 ยังได้ระบุอย่างชัดเจนถึงขอบเขตการบังคับใช้กับสถานที่เก็บรักษา ห้องเย็น หรือคลังสินค้าชั่วคราวในต่างประเทศ ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้ต้องทำการขึ้นทะเบียนเช่นกัน หากมีส่วนร่วมในกระบวนการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์แปรรูปก่อนส่งออกไปยังตลาดจีน

ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า Decree 280 ถือเป็นแนวทางที่ดี ไม่ใช่อุปสรรค หากเวียดนามสามารถดำเนินการระบบควบคุมความปลอดภัยด้านอาหารที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และมีระบบเตือนภัยล่วงหน้าเกี่ยวกับการละเมิดข้อกำหนด ความเสี่ยงที่จะถูกประเมินจะอยู่ในระดับต่ำและผู้ประกอบการเวียดนามจะได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับสิทธิพิเศษ และเพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสที่มาพร้อมกับ Decree 280 ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าหน่วยงานกำกับดูแลของเวียดนาม ควรเดินหน้ารักษาความสอดคล้องของข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่เพาะปลูก พื้นที่ผลิต สถานประกอบการแปรรูป และระบบการตรวจสอบย้อนกลับ เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่ไม่เพียงเฉพาะจีน แต่รวมถึงประเทศคู่ค้าต่างๆ จะใช้ในการประเมินศักยภาพด้านการบริหาร ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือของสินค้าเกษตรและอาหารเวียดนาม

(จาก https:// vietnamnews.vn/)

ข้อคิดเห็น สคต

จากข้อมูลสถิติของสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเวียดนาม (Vietnam Chamber of Commerce and Industry: VCCI) รหัสสินค้าเกษตรและอาหารของเวียดนามที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกไปยังจีนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 2,410 รายการ หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 157 ภายในระยะเวลาเพียง 5 ปี ช่วงปี 2564 – 2568

การที่รัฐบาลจีนอนุมัตินำเข้าสินค้าการเกษตรและอาหารเวียดนามอย่างเป็นทางการนั้น ได้ส่งผลต่อกิจกรรมทางการค้าระหว่างสองประเทศอย่างชัดเจน จากข้อมูลสถิติของกรมศุลกากรเวียดนาม (Vietnam Customs) มูลค่าการส่งออกสินค้าจากเวียดนามไปยังจีนมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (Compound Annual Growth Rate: CAGR) อยู่ที่ ร้อยละ 3.15 ในช่วงปี 2565–2567 โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหารสำคัญได้แก่ อาหารทะเล ผักและผลไม้     เม็ดมะม่วงหิมพานต์ กาแฟ ชา ข้าวสาร มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลัง และ ขนมหวานและผลิตภัณฑ์จากธัญพืชมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ร้อยละ 17.3 และสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9.5 เป็นร้อยละ 14.1 ของมูลค่าสินค้าเกษตรส่งออกเวียดนามไปยังจีนทั้งหมด ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 มูลค่าสินค้าเกษตรจากเวียดนามไปยังจีนอยู่ที่ 49,624 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตรและอาหารมีมูลค่าการส่งออก 7,720 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.2 และมีสัดส่วนร้อยละ 15 ของมูลค่าสินค้าเกษตรส่งออกเวียดนามไปยังจีนทั้งหมด

ดังนั้น เพื่อให้เวียดนามสามารถส่งออกสินค้าหลากหลายประเภทไปยังประเทศจีนได้มากขึ้น นอกจากการออกใบรับรองมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยอาหาร เช่น HACCP, ISO22000 หรือมาตรฐานที่เทียบเท่าสำหรับกลุ่มสินค้าที่ผ่านกระบวนการแปรรูปแล้ว เวียดนามยังต้องเร่งให้ สถานที่เก็บรักษา ห้องเย็น หรือคลังสินค้าชั่วคราวในต่างประเทศที่มีส่วนร่วมในการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์แปรรูปก่อนการส่งออก จะต้องผ่านการลงทะเบียนอย่างเป็นทางการด้วย เพื่อรับรองให้กระบวนการส่งออกสินค้าจากเวียดนามไปจีนดำเนินการได้อย่างราบรื่น

การเกษตรเวียดนามได้รับการอนุมัติให้ส่งออกสินค้าไปยังประเทศจีนกว่า 4,000 รายการ TH V0.pdf
Share :
Instagram