fb
เทรนด์อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ที่กำลังเติบโต และมาแรง
โดย
Pisetsak
ลงเมื่อ 27 สิงหาคม 2568 10:30
สคต. ณ นครชิคาโก (สหรัฐอเมริกา) (TTC, Chicago (USA))
76

ปัจจุบันเจ้าของสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯได้ให้ความสำคัญกับการซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีความยั่งยืน มีคุณค่าทางโภชนาการและความสะดวกสบายในการใช้งานซึ่งเป็น 3 เทรนด์หลักที่สำคัญ ตามข้อมูลที่นำเสนอโดย Ms. Andrea Binder รองประธานฝ่ายพัฒนาบัญชีค้าปลีกบริษัท NielsenIQ (NIQ) ในหัวข้อ “Pet Retail 2025: Navigating Industry Emerging Trends on the Show Floor”  ในงานแสดงสินค้านานาชาติระดับโลกSUPERZOO 2025 จัดขึ้นที่เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12-14 สิงหาคม 2568 รวมทั้งข้อมูลที่ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับวารสาร Pet Food Processing โดย NIQ ได้ระบุแยกย่อยออกมาเป็น 10 เทรนด์สำคัญที่กำลังเติบโตในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง และกำลังได้รับความนิยม ซึ่งได้แก่

1.    บรรจุภัณฑ์แบบยั่งยืน
             2.    การใช้วัตถุดิบจากการรีไซเคิล (upcycled ingredients)
             3.    อาหารที่มาจากการประมงอย่างยั่งยืน
             4.    อาหารปราศจากสีผสมอาหาร (dye-free)
             5.    อาหารสด (fresh)
             6.    อาหารที่มีคุณภาพระดับเดียวกับอาหารมนุษย์ (human-grade)
             7.    การใช้โปรตีนทางเลือก (alternative proteins)
             8.    อาหารสัตว์เลี้ยงที่ทำเอง (DIY pet food)
          9.   การเสริมด้วยเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ (electronic enhancement)
          10.    การติดตามสุขภาพสัตว์เลี้ยง (health monitoring)
 

เทรนด์ผลิตภัณฑ์แบบยั่งยืน กำลังเป็นที่สนใจของผู้บริโภค ซึ่งให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้มี อัตราการเติบโตร้อยละ 18.6 เมื่อเทียบกับปี 2567    การใช้วัตถุดิบจากการรีไซเคิล (upcycled ingredients) มีการเติบโตกว่าร้อยละ 30 
          เทรนด์ใช้โปรตีนทางเลือก เช่น ปลาแซลมอน ตับ และโปรตีนแปลกใหม่อื่นๆ มีอัตราการเติบโตของยอดขายต่อปีอย่างต่อเนื่อง
          เทรนด์อาหารที่มาจากการประมงแบบยั่งยืน มียอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.2 ต่อปีเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีตรารับรองจากองค์กร Marine Stewardship Council บริษัทอาหารสัตว์ที่เน้นย้ำเรื่องความยั่งยืน หรือมีตรารับรองบนบรรจุภัณฑ์ระบุอย่างชัดเจน จะได้รับประโยชน์จากการสื่อสารจุดเด่นนี้กับผู้บริโภค และมียอดขายสูงกว่าผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีการแสดงข้อมูลเหล่านี้บนฉลาก
            เทรนด์ผลิตภัณฑ์ปลอดสีผสมอาหาร (Dye-Free) แม้จำนวนร้อยละ 47 ของผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงไม่มีสารแต่งสี แต่มีเพียงร้อยละ 18 ที่ระบุชัดเจนบนฉลากว่าปราศจากสีสังเคราะห์ หรือ ปลอดสีผสมอาหาร แม้ผลิตภัณฑ์จำนวนมาก จะไม่มีการใช้สีผสมอาหาร แต่กลับไม่ได้แสดงข้อมูลอย่างชัดเจนบนบรรจุภัณฑ์ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค ความสนใจของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ปลอดสีผสมอาหารสะท้อนถึงเทรนด์ที่ชัดเจนในการหันไปหาอาหารสัตว์เลี้ยงแบบธรรมชาติ ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพโดยรวม และความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยงส่งผลให้เกิดความต้องการสูงขึ้นอย่างมากต่อผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม อาหารสด และคุณภาพระดับอาหารมนุษย์ (human-grade)

           เทรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงแบบสด (Fresh Pet Food) เป็นอาหารธรรมชาติ คุณภาพระดับอาหารมนุษย์ (Human-Grade) กำลังมาแรง


•    อาหารสัตว์เลี้ยงแบบสด เติบโตร้อยละ 18.2 สูงสุดในบรรดาทุกประเภท
•    อาหารคุณภาพระดับอาหารมนุษย์ แม้จะมีเพียงร้อยละ 1 ของตลาด แต่เติบโตเกือบร้อยละ 20/ปี 
•    อาหารสัตว์เลี้ยงแบบสด กำลังเผชิญการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากเจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวนมากที่หันมาทำอาหารสดเองให้สัตว์เลี้ยงที่บ้าน ตามข้อมูลจาก NIQ ระบุว่า ร้อยละ 23 ของเจ้าของสุนัข ให้อาหารสัตว์เลี้ยง           แบบทำเองโดยใช้วัตถุดิบที่มนุษย์บริโภคได้
•    ความนิยมนี้ปรากฏเห็นอย่างชัดเจนในโซเชียลมีเดียผ่านกลุ่ม “Petfluencers ที่แชร์สูตรอาหารและขนม DIY สำหรับสัตว์เลี้ยงอย่างแพร่หลาย 
เทรนด์การซื้อสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงกำลังเปลี่ยนเป็น Omnichannel (Online + หน้าร้าน) 
•    การซื้อสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทางออนไลน์ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นร้อยละ 44 ของการซื้อทั้งหมด เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.1 เมื่อเทียบกับปีก่อน 
•    ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าทั้งออนไลน์ และหน้าร้านแบบผสมผสานควบคู่กันไป ปัจจุบันกลุ่มผู้บริโภคที่ช้อปแบบ Omnichannel  คิดเป็นร้อยละ 82 ของยอดใช้จ่ายทั้งหมดในตลาดสินค้าสัตว์เลี้ยง 

ข้อคิดเห็น

      ไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก รองจากเยอรมนี สหรัฐฯ และฝรั่งเศส ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการไทยเป็นผู้รับจ้างผลิตแบบ OEM ให้กับแบรนด์ต่างๆ โรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงในไทยมีจำนวนกว่า 80 แห่ง

      ตลาดสหรัฐฯ จัดเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทยซึ่งในปี 2567 สหรัฐฯ มีการนำเข้าอาหารสัตว์เลี้ยงจากไทยเป็นอันดับ 3 คิดเป็นมูลค่า 805 ล้านเหรียญสหรัฐฯ   อาหารสัตว์เลี้ยงส่งออกของไทย ยังมีโอกาสและศักยภาพในการเข่งขัน เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในโลกตามข้อมูลการสำรวจของสมาคม American Pet Products Association (APPA) ในปี 2568 ระบุว่า จำนวนสุนัขที่ชาวอเมริกันเป็นเจ้าของมีจำนวน 68 ล้านตัว แมวจำนวน 49 ล้านตัว โดยกลุ่มประชากรที่เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงมากที่สุดได้แก่ Millennial (ร้อยละ 30) รองลงมาได้แก่ Gen X และ Baby Boom (ร้อยละ 25) และ Gen Z (ร้อยละ 20) และคาดว่าการใช้จ่ายของเจ้าของสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ในปี 2568 จะมีมูลค่า 152 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับอาหารสัตว์เลี้ยงและขนม มูลค่า 67.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ

      ผู้ประกอบการไทยสามารถศึกษาเทรนด์ และพฤติกรรมของผู้บริโภคในสหรัฐฯ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุง พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาดรวมทั้งข้อพึงระวังและการให้ความสำคัญด้านข้อกำหนด มาตรฐาน ความปลอดภัยของสินค้า รวมทั้งวัตถุดิบที่นำไปใช้เป็นอาหารสัตว์เลี้ยง เนื่องจากสหรัฐฯ มีการตรวจเข้มเรื่องสารปนเปื้อน การตรวจสอบ ระบบติดตามย้อนกลับ (Traceability)รวมทั้งประเด็นปัญหาแรงงานบังคับผิดกฎหมาย และหากเกิดเหตุการณ์ พบสารปนเปื้อนที่เป็นสาเหตุทำให้สัตว์เลี้ยงป่วยจากอาหาร หน่วยงาน FDA สหรัฐฯ จะสั่งให้ผู้จำหน่ายเรียกเก็บ (Recall) สินค้า ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายทางธุรกิจ 

          

 

 

 

Weekly News-เทรนด์อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ที่กำลังเติบโต และมาแรง.pdf
Share :
Instagram