
ตารางที่ 1 : จำนวนภาพยนตร์และรายได้จากการเข้าฉายภาพยนตร์ในไต้หวันระหว่างปี 2560-2565
| ปี | จำนวนเรื่อง | จำนวนบัตรที่จำหน่าย (ใบ) | รายได้จากการขายบัตร (บาท) | รายได้เพิ่ม/ลด |
| 2560 | 831 | 45,431,525 | 11,627,498,158 | 69.67% |
| 2561 | 958 | 46,241,388 | 11,860,440,684 | 2.00% |
| 2562 | 908 | 43,209,262 | 11,212,335,651 | -5.46% |
| 2563 | 1026 | 21,840,265 | 5,677,536,612 | -49.36% |
| 2564 | 726 | 20,117,838 | 5,461,612,314 | -3.80% |
| 2565 | 841 | 22,386,787 | 6,353,471,186 | 16.33% |
| 2566* | 807 | 27,099,393 | 7,803,969,631 | N/A |
แนวโน้มการจำหน่ายบัตรเข้าชมภาพยนตร์ในไต้หวัน มีการปรับตัวดีขึ้น จากช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเป็นลำดับ แม้รายได้จากการจำหน่ายบัตรจะยังต่ำกว่า ในปี 2562 ซึ่งมียอดขาย 11,212 ล้านบาท โดยในปี 2565 มีภาพยนตร์เข้าฉายในไต้หวันรวม 841 เรื่อง ทำรายได้จากการเข้าฉาย 6,353.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 16.33 โดยมีภาพยนตร์ไต้หวันเข้าฉาย 118 เรื่อง ทำรายได้รวม 667.17 ล้านบาท
ตารางที่ 2: รายได้จากการเข้าฉายภาพยนตร์ในไต้หวันแยกตามรายประเทศ 10 อันดับแรกในปี 2565
หน่วย : ล้านบาท
| อันดับ | ประเทศ | จำนวน | รายได้รวม | สัดส่วนรายได้ |
| 1 | สหรัฐฯ | 175 | 4,306.65 | 67.78% |
| 2 | ญี่ปุ่น | 180 | 953.20 | 15.00% |
| 3 | ไต้หวัน | 118 | 667.17 | 10.50% |
| 4 | เกาหลีใต้ | 53 | 151.30 | 2.16% |
| 5 | อังกฤษ | 35 | 44.72 | 0.70% |
| 6 | ฮ่องกง | 40 | 27.40 | 0.43% |
| 7 | ฝรั่งเศส | 76 | 19.58 | 0.31% |
| 8 | ไทย | 11 | 9.03 | 0.14% |
| 9 | เวียดนาม | 5 | 7.89 | 0.12% |
| 10 | แคนาดา | 6 | 6.82 | 0.11% |
| อื่นๆ | 142 | 159.71 | 2.51% | |
| รวม | 841 | 6,353.47 | 100.00% |
| อันดับ | ชื่อเรื่อง | รายได้ | สัดส่วน |
| 1 | Top Gun: Maverick | 808.02 | 12.72% |
| 2 | Avatar: The Way of Water | 469.68 | 7.39% |
| 3 | Jurassic World Dominion | 367.58 | 5.79% |
| 4 | Black Panther: Wakanda Forever | 274.26 | 4.32% |
| 5 | Thor: Love and Thunder | 272.22 | 4.28% |
| 6 | Doctor Strange in the Multiverse of Madness | 268.95 | 4.23% |
| 7 | Jujutsu Kaisen 0 | 255.55 | 4.02% |
| 8 | One Piece Film: Red | 192.81 | 3.03% |
| 9 | Incantation | 188.92 | 2.97% |
| 10 | Minions: The Rise of Gru | 162.13 | 2.55% |
ภาพยนตร์ไทยได้รับความนิยมจากผู้ชมไต้หวันอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2556 มีภาพยนตร์ไทยเข้าฉายรวม 10 เรื่องและสามารถทำรายได้รวม 36.54 ล้านบาท โดยภาพยนตร์ไทยที่ได้รับความนิยมมากในไต้หวันได้แก่หนังผีและหนัง Y อย่างไรก็ดี ภาพยนตร์เรื่องฉลาดเกมส์โกง ซึ่งไม่ใช่หนังประเภทดังกล่าวข้างต้น สามารถทำรายได้จากการเข้าฉายในไต้หวันในปี 2560 ได้มากถึง 162.74 ล้านบาท พร้อมทำสถิติเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดทั่วไต้หวันในช่วงสุดสัปดาห์แรกที่เข้าฉายด้วย ทำให้หลังจากนั้นก็จะมีการนำเข้าภาพยนตร์จากไทยมาเข้าฉายในไต้หวันประมาณปีละ 5-10 เรื่องมาโดยตลอด และแม้ในปี 2565 จะยังอยู่ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วง 3 ไตรมาสแรก หากแต่ก็ยังมีการนำภาพยนตร์ไทยมาเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ของไต้หวันมากถึง 11 เรื่อง ทำรายได้รวมประมาณ 9.03 ล้านบาท ส่วนปี 2566 (จนถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2566) มีภาพยนตร์ไทยมาเข้าฉายในไต้หวันทั้งสิ้น 10 เรื่องทำรายได้รวม 28.46 ล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นการฟื้นตัวกลับมาใกล้กับภาวะปกติก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเป็นการฟื้นตัวที่เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ สำหรับภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้มากที่สุดในไต้หวันในปี 2566 คือเรื่องบ้านเช่าบูชายัญ ซึ่งทำรายได้จากการเข้าฉายในไต้หวัน 16.55 ล้านบาท รองลงมาได้แก่เรื่องสุขสันต์วันกลับบ้าน ด้วยรายได้ 9.25 ล้านบาท และเรื่อง Mae Nak Reborn ที่ทำรายได้ 3.01 ล้านบาท รายละเอียดเพิ่มเติมปรากฏตามตารางที่ 4
ตารางที่ 4: จำนวนและรายได้จากการเข้าฉายภาพยนตร์ไทยในไต้หวันระหว่างปี 2560-2565
| ปี | จำนวนเรื่อง | จำนวนบัตรที่จำหน่าย (ใบ) | รายได้จากการขายบัตร (บาท) | รายได้เพิ่ม/ลด |
| 2560 | 5 | 735,178 | 184,880,645 | 2,381.30% |
| 2561 | 8 | 87,382 | 20,959,316 | -88.66% |
| 2562 | 12 | 134,013 | 33,167,261 | 58.25% |
| 2563 | 11 | 127,286 | 30,988,078 | -6.57% |
| 2564 | 9 | 32,659 | 8,492,321 | -72.59% |
| 2565 | 11 | 34,518 | 9,031,421 | 6.35% |
| 2566* | 10 | 104,396 | 28,466,383 | N/A |
ตารางที่ 5: รายได้ของภาพยนตร์ไทยที่เข้าฉายในไต้หวันในปี 2566*
| อันดับ | ชื่ออังกฤษ | บริษัทผู้จัดจำหน่าย | รายได้ (บาท) | จำนวนโรง |
| 1 | บ้านเช่าบูชายัญ | ไทย: GDH 559 CO.,LTD. ไต้หวัน: CATCHPLAY | 16,556,537 | 62 |
| 2 | สุขสันต์วันกลับบ้าน | ไทย: M PICTURES CO.,LTD. ไต้หวัน: CATCHPLAY | 9,253,493 | 59 |
| 3 | Mae Nak Reborn | ไทย: RELAY MOTION KFT. ไต้หวัน: GARAGEPLAY | 3,018,656 | 50 |
| 4 | My Precious รักแรกโคตรลืมยาก | ไทย: GMM TV Co.,Ltd. ไต้หวัน: Cai Chang International | 1,662,199 | 28 |
| 5 | หุ่นพยนต์ | ไทย: Five Star Production Co.,Ltd. ไต้หวัน: Sky Films | 1,133,768 | 46 |
| 6 | ดับแสงรวี | ไทย: M PICTURES CO.,LTD. ไต้หวัน: Cai Chang International | 597,264 | 23 |
| 7 | อีหนู อันตราย | ไทย: THONGKHAM FILMS ไต้หวัน: Cai Chang International | 540,812 | 44 |
| 8 | บุพเพสันนิวาส 2 | ไทย: Joint Venture Destiny The Movie ไต้หวัน: CATCHPLAY | 504,071 | 15 |
| 9 | Faces of Anne แอน | ไทย: M PICTURES CO.,LTD. ไต้หวัน: H2O Media | 113,114 | 23 |
| 10 | อานนท์เป็นนักเรียนดีเด่น | ไทย: WM Jansen ไต้หวัน: PROVIEW ENTERPRISES INC. | 87,019 | 12 |
ภาพยนตร์ไทยที่เข้าสู่ตลาดไต้หวันที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่แล้ว หนังผีไทยจะสามารถเข้าสู่ตลาดได้ง่ายกว่าหนังประเภทอื่น ประกอบกับที่ในไต้หวันจะมีช่วงเทศกาลเดือนผี ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือน 7 ตามปฏิทินจีนของทุกปี ทำให้ในช่วงดังกล่าว หนังผีจะถูกนิยมนำมาเข้าฉายตามโรงภาพยนตร์ทั่วไต้หวัน ซึ่งแน่นอนว่ามักจะมีภาพยนตร์ไทยมาเข้าฉายในช่วงเทศกาลเดือนผีนี้ด้วยเป็นประจำทุกปี อย่างไรก็ดี ภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้สูงสุดจากการเข้าฉายในไต้หวัน คือฉลาดเกมส์โกง ซึ่งเข้าฉายในปี 2560 และสามารถทำรายได้จากการเข้าฉายทั่วไต้หวันได้มากกว่า 160 ล้านบาท อันเนื่องมาจากความแปลกของพล็อตที่หยิบเอาเรื่องราวเกี่ยวกับการโกงการสอบของเหล่าวัยรุ่น ซึ่งเป็นที่ถูกใจกลุ่มวัยรุ่นในไต้หวันเป็นอย่างมาก จนเกิดเป็นกระแส Word-of-mouth ในการชวนเพื่อนๆ เข้าไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ส่งผลให้ฉลาดเกมส์โกงคว้าแชมป์ Box Office จากการเข้าฉายในสัปดาห์ที่ 31 ของปี 2560 ด้วย และทำรายได้จากการเข้าฉายในไต้หวันได้สูงเป็นประวัติการณ์ ความดังของภาพยนตร์ไทยเรื่องนี้ทำให้นักแสดงนำทั้งสองคน คือ
ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง และ ชานน สันตินธรกุล กลายเป็นที่โด่งดังในไต้หวัน ความดังของนักแสดงไทยทำให้ในช่วงกลางปี 2566 ชานนได้มีโอกาสร่วมแสดงในซีรี่ย์ดังของไต้หวันเรื่อง “Oh No! Here Comes Trouble” ที่ออกอากาศทางแพลตฟอร์ม iQIYI และทางเคเบิลทีวีของไต้หวันด้วย
นอกจากหนังผีแล้ว ในตลาดไต้หวันก็มีภาพยนตร์ในแนวอื่นของไทยมาเข้าฉายอย่างต่อเนื่อง แม้รายได้จากการเข้าฉายจะไม่สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก (2553) ที่สร้างกระแสฮือฮาได้ไม่น้อย จนมีคอมเมนต์ของแฟนหนังจำนวนมากกล่าวถึง ในตอนที่ภาพยนตร์เรื่อง Our Times ของไต้หวันเข้าฉายในปี 2559 ว่า ผู้กำกับภาพยนตร์น่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้มีหนังแนวโรแมนติคคอมเมอดี้ของไทยมาเข้าฉายในไต้หวันอีกเป็นประจำแทบทุกปี เช่น คิดถึงวิทยา (2557) ไอฟาย แต๊งกิ้ว เลิฟยู้ (2557) แฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว (2560) น้อง.พี่.ที่รัก (2561) ไบค์แมน (2562) Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน (2562) อ้าย..คนหล่อลวง (2563) ไสหัวไป นายส่วนเกิน (2564) ใจฟู สตอรี่ (2565) เป็นต้น โดยเรื่องน้อง.พี่.ที่รัก สามารถทำรายได้จากการเข้าฉายในไต้หวันได้มากกว่า 10 ล้านบาทด้วย นอกจากนี้ ซีรี่ย์ Y ของไทยก็ได้รับความนิยมในตลาดไต้หวันมากขึ้น โดยสังคมไต้หวันค่อนข้างเปิดกว้างเกี่ยวกับ LGBTQ+ และมีการยอมรับเพศสภาพที่แตกต่างมากขึ้นเรื่อยๆ แม้กลุ่มคนดูซีรี่ย์ Y ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง ซึ่งภาพยนตร์แนว Y ของไทยมาเข้าฉายในไต้หวันมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น Present Perfect แค่นี้ก็ดีแล้ว (2560) ตุ๊ดซี่ส์ & เดอะเฟค (2563) ดิว ไปด้วยกันนะ (2563) 2gether: The Movie (2565) และดับแสงรวี (2566) เป็นต้น โดยภาพยนตร์แนว LGBT ของไทยเข้ามาสร้างสีสันในตลาดไต้หวันจนหลายเป็นที่รู้จักไปทั่ว เช่น รักแห่งสยาม (2551) และ Yes or No อยากรักก็รักเลย (2553) ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นภาพยนตร์แนว LGBT ยุคบุกเบิกของตลาดไต้หวันเลยทีเดียว และความโด่งดังของรักแห่งสยามทำให้มีการนำเอาภาพยนตร์เรื่องนี้ในเวอร์ชันดิจิทัล กลับมาฉายในไต้หวันอีกครั้งในปี 2565 และสามารถทำรายได้มากกว่า 5 แสนบาทเลยทีเดียว
6. ปัญหาอุปสรรค ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
ตลาดสำหรับภาพยนตร์เสียงภาษาจีนถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่เพราะมีคนเชื้อสายจีนอาศัยนอกพื้นที่จีน ไต้หวัน ฮ่องกงและมาเก๊า อีกมากมายทั่วโลก อย่างไรก็ดี อุปสรรคด้านภาษา อาจทำให้ยากสำหรับไทยในการผลิตภาพยนตร์ภาษาจีนเองทั้งหมด การร่วมทุนสร้างภาพยนตร์จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้สามารถเข้าสู่ตลาดภาพยนตร์ภาษาจีนได้โดยง่าย โดยอาจใช้จุดแข็งจากความนิยมภาพยนตร์ประเภทหนังผีและหนัง Y จากไทยเป็นจุดริเริ่มในการสร้างความร่วมมือ นอกจากนี้ รัฐบาลไต้หวันได้เปิดโอกาสให้คนทำหนังจากต่างประเทศสามารถขอรับทุนสนับสนุนในการร่วมลงทุนเพื่อสร้างภาพยนตร์และแอนิเมชันได้ โดยเปิดให้ทีมงานจากต่างประเทศสามารถเสนอโครงการได้ ผ่านการจัด Taiwan Creative Contest Fest ซึ่งจะเปิดรับสมัครในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี และจะมีการคัดเลือกผลงานมา Pitching ในช่วงเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกัน ซึ่งจะสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสมัครและการ Pitching ได้ทั้งหมด ทำให้ทีมงาน/บุคลากรของไทยสามารถสมัครเข้าร่วมงานได้ โดยสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อขอรับข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการเปิดรับสมัครได้ที่ https://register.taicca.tw/#/register จึงถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มคนทำหนังอิสระที่ต้องการหาเงินทุนมาสนับสนุนการถ่ายทำ
ไต้หวันมีเทศกาลภาพยนตร์ใหญ่ 2 เทศกาลคือ Taipei Golden Horse Film Festival หรือเทศกาลม้าทองคำ และ Taipei Film Festival ซึ่งต่างก็ถือเป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะเทศกาลม้าทองคำที่มีบทบาทสำคัญในตลาดภาพยนตร์พูดภาษาจีนเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเทศกาลสำหรับภาพยนตร์จีนที่เก่าแก่และมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุด การมาเข้าร่วมหรือได้รับรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์เหล่านี้ จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยสร้างการรับรู้ให้กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทยได้เป็นอย่างดี และจากการที่เทศกาลม้าทองคำเปิดรับภาพยนตร์เสียงภาษาจีนจากทั่วโลกมาเข้าร่วมการประกวดรางวัล ทำให้มีภาพยนตร์จากต่างประเทศส่งมาเข้าร่วมการประกวดอย่างต่อเนื่องมา และก็มีภาพยนตร์ต่างประเทศสามารถคว้ารางวัลใหญ่หลายครั้งด้วย เช่น ในครั้งล่าสุดที่ผ่านมา คือม้าทองคำครั้งที่ 60 ที่เพิ่งประกาศผลรางวัลไปเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ภาพยนตร์เรื่อง Stonewalling ที่การร่วมทุนระหว่างจีนและญี่ปุ่น โดยใช้ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวจีนและญี่ปุ่น สามารถคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปี ที่ถือเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดของงานมาครอง รวมถึงภาพยนตร์สารคดีเรื่อง YOUTH (Spring) ซึ่งเป็นผลงานของ หวังปิง ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวจีน ก็สามารถคว้ารางวัลภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยมประจำปีมาครองด้วยเช่นกัน ส่วนผลงานของผู้ที่ทำงานในแวดวงภาพยนตร์ของไทยคือคุณเทิดศักดิ์ จันทร์ปาน นักดนตรีชาวไทย เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรองม้าทองคำครั้งที่ 44 ในปี 2550 จากภาพยนตร์เรื่อง Secret ซึ่งเป็นจุดเริ่มให้คุณเทิดศักดิ์ฯ ได้มีโอกาสได้ร่วมงานกับเจย์ โชว์ นักร้องเพลงป็อบที่มีชื่อเสียงที่สุดของวงการเพลงจีนด้วย การสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการไต้หวัน ฮ่องกง หรือจีน จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการมีส่วนร่วมกับเทศกาลภาพยนตร์ที่มีอิทธิพลสูงในตลาดภาพยนตร์พูดภาษาจีนรายการนี้