
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในกฎหมาย Continuing Appropriations and Extensions Act, 2027 ซึ่งได้รวมถึงขยายระยะเวลาสิ้นสุดของพระราชบัญญัติการเติบโตและโอกาสของแอฟริกา (African Growth and Opportunity Act : AGOA) ออกไปจนถึงเดือนธันวาคม 2571
สหภาพแรงงาน Solidarity ของแอฟริกาใต้แสดงความยินดีต่อการขยายเวลาของ AGOA โดยเห็นว่าจะช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่อุตสาหกรรมสำคัญในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ โดยเฉพาะแอฟริกาใต้ อย่างไรก็ตาม การที่แอฟริกาใต้จะยังคงได้รับสิทธิภายใต้ AGOA ต่อไปยังไม่มีความแน่นอน เนื่องจากสมาชิกสภาคองเกรสบางส่วนของสหรัฐฯ ผลักดันให้ตัดแอฟริกาใต้ออกจาก AGOA โดยมีการเสนอร่างกฎหมายในทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ปี 2568 เพื่อทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับแอฟริกาใต้และยุติสิทธิ AGOA ของแอฟริกาใต้ แม้ร่างกฎหมายดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้าก็ตาม ทั้งนี้ รายชื่อประเทศที่ได้รับสิทธิสามารถได้รับการทบทวนและเปลี่ยนแปลงได้ก่อนเดือนมกราคม 2570
ปัจจุบันประมาณร้อยละ 22 ของการส่งออกสินค้าจากแอฟริกาใต้ไปยังสหรัฐฯ ได้รับประโยชน์จากสิทธิ AGOA คิดเป็นมูลค่าการค้าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการประเมินว่าการจ้างงานในแอฟริกาใต้ประมาณ 500,000 ตำแหน่งพึ่งพาโครงการดังกล่าว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์และภาคเกษตร ซึ่งอาจได้รับผลกระทบอย่างมากหากแอฟริกาใต้ถูกตัดสิทธิ ทั้งนี้ สหภาพแรงงาน Solidarity ระบุว่าจะเดินหน้าหารือกับฝ่ายสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนให้แอฟริกาใต้ยังคงอยู่ในรายชื่อประเทศที่ได้รับสิทธิต่อไป
ขณะเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์เรียกร้องให้รัฐบาลแอฟริกาใต้ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ และเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ โดยดำเนินนโยบายการทูตทางการค้าที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้นและลดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ เพื่อรักษาสิทธิภายใต้ AGOA รวมถึงหาแนวทางรับมือกับมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ในระยะต่อไป
ข้อมูลเพิ่มเติมและความเห็นของสำนักงานฯ : การขยายระยะเวลา AGOA ถึงปี 2571 ถือเป็นปัจจัยบวกต่อภาคส่งออกของแอฟริกาใต้ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์และสินค้าเกษตร อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานะของแอฟริกาใต้ภายใต้โครงการยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตาม เนื่องจากอาจส่งผลต่อการค้าและการลงทุนของประเทศ สำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ที่มีการลงทุนหรือใช้แอฟริกาใต้เป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ ควรติดตามการทบทวนรายชื่อประเทศที่ได้รับสิทธิอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสิทธิ AGOA อาจมีผลต่อความได้เปรียบด้านภาษีและการวางแผนห่วงโซ่อุปทานในอนาคต
เครดิตภาพและที่มาข่าว www.businesstech.co.za
ประมวลโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพริทอเรีย
กันยายน 2569