
กระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์ (Department of Agriculture: DA) และสำนักงานกำกับดูแลน้ำตาล (Sugar Regulatory Administration: SRA) ได้มีมติร่วมกันขยายระยะเวลาของคำสั่งกากน้ำตาล ฉบับที่ 1 (Molasses Order No. 1) ซึ่งกำหนดมาตรการระงับการนำเข้ากากน้ำตาล (Moratorium) ไปจนถึงวันที่ 30 มีนาคม 2569 เพื่อป้องกันไม่ให้ราคากากน้ำตาลที่เกษตรกรได้รับปรับลดลงเพิ่มเติม ซึ่งคำสั่งดังกล่าวประกาศใช้ครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน 2568 เพื่อระงับการนำเข้ากากน้ำตาลจนถึงสิ้นปี 2568 หลังจากผลผลิตกากน้ำตาลในฤดูหีบอ้อยที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นร้อยละ 21 ประกอบกับปริมาณกากน้ำตาลนำเข้าที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ราคากากน้ำตาลในตลาดลดลงเกือบครึ่งหนึ่งโดยในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ราคากากน้ำตาลลดลงต่ำกว่า 10,000 เปโซต่อตัน
นาย Pablo Luis Azcona ผู้บริหารสำนักงานกำกับดูแลน้ำตาล (SRA) ได้รายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร (DA) (นาย Francisco Tiu-Laurel) ว่ามีความจำเป็นต้องขยายมาตรการดังกล่าว เนื่องจากปริมาณสต็อกกากน้ำตาลในประเทศยังอยู่ที่ประมาณ 250,000 ตัน ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อความต้องการในประเทศ นอกจากนี้ สำนักงานกำกับดูแลน้ำตาล (SRA) รายงานว่าโรงงานน้ำตาลได้เริ่มฤดูหีบอ้อยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 โดย ณ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 มีปริมาณการผลิตกากน้ำตาลเกือบ 84,000 ตัน
นาย Francisco Tiu-Laurel รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร (DA) ระบุว่าจากข้อเสนอแนะของสำนักงานกำกับดูแลน้ำตาล (SRA) และเพื่อประโยชน์ของเกษตรกรและโรงงานน้ำตาล รัฐบาลเห็นควรขยายระยะเวลาระงับการนำเข้ากากน้ำตาลจนถึงวันที่ 30 มีนาคม 2569 หรืออาจขยายเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับปริมาณสต็อกกากน้ำตาลในประเทศ แม้ว่าจะมีการระงับการนำเข้า แต่สำนักงานกำกับดูแลน้ำตาล (SRA) ระบุว่า ปริมาณสต็อกกากน้ำตาลในประเทศยังอยู่ในระดับสูงและการขยายมาตรการครั้งนี้จะช่วยให้โรงงานสามารถระบายสต็อกได้มากขึ้น รวมทั้งช่วยพยุงราคากากน้ำตาลให้สะท้อนต้นทุนของเกษตรกรได้ดีขึ้น ทั้งนี้ สำนักงานกำกับดูแลน้ำตาล (SRA) และกระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์ (DA) อาจพิจารณาปรับแก้คำสั่งดังกล่าวตามสถานการณ์โดยขึ้นอยู่กับปริมาณสต็อกกากน้ำตาลในประเทศ โดยเสริมว่ากากน้ำตาลที่ใช้ในการผลิตไบโอเอทานอลต้องเป็นกากน้ำตาลที่ผลิตในประเทศเท่านั้น ขณะที่กากน้ำตาลทั้งจากการผลิตในประเทศและการนำเข้าสามารถใช้ในอุตสาหกรรมเบเกอรี่ การผลิตขนมหวาน การประกอบอาหารและเครื่องดื่ม การผลิตอาหารสัตว์ น้ำส้มสายชู กรดซิตริก รวมถึงแอลกอฮอล์สำหรับการบริโภคและการใช้งานด้านสุขอนามัยได้
ที่มา: Department of Agriculture Press Office
บทวิเคราะห์/ข้อคิดเห็น
การที่สำนักงานกำกับดูแลน้ำตาล (SRA) และกระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์(DA) มีมติขยายระยะเวลาระงับการนำเข้ากากน้ำตาล (Moratorium) ไปจนถึงวันที่ 30 มีนาคม 2569 สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพยุงราคากากน้ำตาลภายในประเทศ หลังจากผลผลิตกากน้ำตาลในฤดูหีบอ้อยที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นร้อยละ 21 ประกอบกับปริมาณจากการนำเข้าเพิ่มเติมส่งผลให้ราคากากน้ำตาลในตลาดลดลงอย่างมากจนต่ำกว่า 10,000 เปโซต่อตัน ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งกระทบรายได้ของเกษตรกรโดยตรง โดยปริมาณสต็อกกากน้ำตาลภายในประเทศยังอยู่ที่ระดับประมาณ 250,000 ตัน ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการบริโภค ถือเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้รัฐบาลพิจารณาขยายมาตรการดังกล่าว เนื่องจากการอนุญาตให้นำเข้าจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันทำให้ราคาตกต่ำลงไปอีก ขณะเดียวกัน โรงงานน้ำตาลเพิ่งเริ่มฤดูหีบอ้อย
ในเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งมีปริมาณการผลิตกากน้ำตาลใหม่ทยอยเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง จากมาตรการดังกล่าวผู้ประกอบการไทยจึงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากฟิลิปปินส์นั้นยังคงมีปัจจัยเสี่ยง เช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร โดยปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวอาจทำให้ฟิลิปปินส์จำเป็นต้องดำเนินการนำเข้ากากน้ำตาล
ในบางช่วงเวลาที่ขาดแคลน และเมื่อผลผลิตในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ ทั้งนี้
ในปี 2567 ไทยส่งออกกากน้ำตาลไปยังตลาดฟิลิปปินส์ มีมูลค่า25.89 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น
ร้อยละ 268.69 จากปี 2566 ที่มีมูลค่า 7.02 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับในปี 2568 (เดือนมกราคม – ตุลาคม) ไทยส่งออกกากน้ำตาลมายังฟิลิปปินส์ มูลค่า 24.64 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.93 จากช่วงเดียวกันของปี 2567 ที่มีมูลค่า 20.21 ล้านเหรียญสหรัฐฯ