
อินเดียเร่งดัน “Concert Economy” ตั้ง Live Events Development Cell มุ่งสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมคอนเสิร์ตโลกภายในปี 2030 เปิดโอกาสใหม่แก่ผู้ประกอบการไทย
รัฐบาลอินเดียเดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมบันเทิงและกิจกรรมถ่ายทอดสด (Live Events) อย่างเป็นรูปธรรม โดยจัดตั้ง Live Events Development Cell (LEDC) ภายใต้กระทรวงสารสนเทศและการแพร่ภาพ (Ministry of Information and Broadcasting: MIB) เพื่อสนับสนุนการเติบโตของ “Concert Economy” และยกระดับอินเดียสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมคอนเสิร์ตและอีเวนต์ระดับโลกภายในปี 2030
การจัดตั้ง LEDC สะท้อนทิศทางเชิงนโยบายของอินเดียที่มุ่งใช้ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Economy) เป็นกลไกใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะธุรกิจคอนเสิร์ต ดนตรี งานเทศกาล และอีเวนต์ถ่ายทอดสด ซึ่งเชื่อมโยงกับหลายภาคส่วน อาทิ การท่องเที่ยว การบริการ โลจิสติกส์ เทคโนโลยีดิจิทัล และสื่อบันเทิง
จากการประเมินของกระทรวงสารสนเทศและการแพร่ภาพของอินเดีย ระบุว่า ตลาดอุตสาหกรรม Live Events หรือ Concert Economy ของอินเดียมีมูลค่ามากกว่า 20,000 crore รูปี หรือประมาณ 86,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยราว 18% ต่อปี โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของชนชั้นกลาง กำลังซื้อของคนรุ่นใหม่ ความนิยมกิจกรรมบันเทิงระดับนานาชาติ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานที่จัดงานขนาดใหญ่ทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง
LEDC ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เป็น หน่วยงานประสานงานกลาง (Single Window Mechanism) เพื่ออำนวยความสะดวกด้านกฎระเบียบ การออกใบอนุญาต การส่งเสริมการลงทุน และการยกระดับมาตรฐานการจัดอีเวนต์ให้สอดคล้องกับระดับสากล โดยรัฐบาลอินเดียคาดว่า Concert Economy จะช่วยสร้างการจ้างงานจำนวนมากทั้งทางตรงและทางอ้อมกว่า 10 ล้านตำแหน่ง และกระจายกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปยังเมืองระดับTier-2 และTier-3 ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของนโยบายพัฒนาเมืองในระยะยาว
ในด้านโครงสร้างตลาด แหล่งข้อมูลอุตสาหกรม ระบุว่า ในปีที่ผ่านมาอินเดียมีการจัดกิจกรรมคอนเสิร์ตและอีเวนต์กว่า 34,000 งาน โดยกิจกรรมภายในประเทศ (Local Events) ยังคงเป็นสัดส่วนหลักของตลาด ขณะที่ คอนเสิร์ตระดับนานาชาติ (International Events) แม้มีจำนวนงานน้อยกว่า แต่มีสัดส่วนรายได้และมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง เนื่องจากสามารถดึงดูดผู้ชมกำลังซื้อสูงและการเดินทางข้ามเมืองหรือข้ามรัฐได้มากขึ้น แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของตลาดคอนเสิร์ตอินเดียจากตลาดภายในประเทศสู่ตลาดที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมบันเทิงระดับโลก โดยปีที่ผ่านมามีศิลปินระดับโลก เช่น Coldplay, Ed Sheeran, Dua Lipa และ Maroon 5 เลือกอินเดียเป็นหนึ่งในจุดหมายหลักของการจัดทัวร์
การเติบโตของ Concert Economy ยังได้รับแรงหนุนจากพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะ กลุ่ม Gen Z ซึ่งให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากกว่าการเป็นเจ้าของสินค้า มีแนวโน้มเดินทางเพื่อเข้าร่วมคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรี และเปิดรับวัฒนธรรมสากลมากขึ้น ขณะที่ กลุ่ม Millennials ซึ่งมีกำลังซื้อสูง เป็นฐานรายได้สำคัญของตลาด โดยนิยมกิจกรรมที่มีคุณภาพและประสบการณ์แบบพรีเมียม ผสานความบันเทิงเข้ากับการพักผ่อนและการท่องเที่ยว
ข้อคิดเห็นของ สคต.
การผลักดัน Concert Economy ของอินเดียเปิดโอกาสสำคัญให้ผู้ประกอบการต่างชาติ รวมถึง ผู้ประกอบการไทย เข้ามามีบทบาทในห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในด้านที่ไทยมีศักยภาพและประสบการณ์ อาทิ
ธุรกิจการจัดอีเวนต์และการแสดง บริษัทไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดคอนเสิร์ต งานเทศกาล และงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ สามารถเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับผู้จัดงานอินเดียในรูปแบบการร่วมทุน หรือการเป็นผู้ให้บริการด้านการออกแบบงาน การจัดการเวที ระบบแสง สี เสียง และเทคนิคการแสดง
ด้านศิลปินและคอนเทนต์บันเทิง อินเดียเป็นตลาดที่เปิดรับวัฒนธรรมร่วมสมัยจากต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ศิลปินไทย วงดนตรี T-Pop, Indie, EDM รวมถึงการแสดงร่วมสมัยไทย มีศักยภาพในการเข้าร่วมเทศกาลดนตรีหรือจัดทัวร์การแสดงร่วมกับศิลปินท้องถิ่น ซึ่งไม่เพียงสร้างรายได้ แต่ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ Soft Power ของไทยในตลาดอินเดีย
ธุรกิจเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอีเวนต์ (Event-Tech) เช่น ระบบจำหน่ายบัตร (ticketing), แพลตฟอร์มบริหารจัดการอีเวนต์, ระบบถ่ายทอดสด และการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ชม เป็นอีกหนึ่งสาขาที่ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าไปจับตลาด ผ่านการพัฒนาโซลูชันร่วมกับพันธมิตรอินเดียหรือการขยายบริการสู่ตลาดขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้จำนวนมาก
การเติบโตของ Concert Economy ยังเอื้อต่อการท่องเที่ยวเชิงกิจกรรม (Event-based Tourism) ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับบริษัทท่องเที่ยวไทยในการพัฒนาแพ็กเกจท่องเที่ยวเชื่อมโยงกิจกรรมคอนเสิร์ตและเทศกาลในอินเดีย
ในภาพรวมการผลักดัน Concert Economy ของอินเดียไม่เพียงเป็นนโยบายด้านบันเทิง หากแต่เป็นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่ผสานการเติบโตทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และภาพลักษณ์ประเทศเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ สำหรับไทยการติดตามและเชื่อมโยงความร่วมมือกับนโยบายดังกล่าวจะช่วยเปิดช่องทางใหม่ในการขยายธุรกิจบริการ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่ตลาดอินเดีย ซึ่งมีขนาดใหญ่และมีศักยภาพการเติบโตสูงในระยะกลางและระยะยาวต่อไป
แหล่งข้อมูลอ้างอิง