
กัมพูชาสามารถสร้างรายได้จากการส่งออกยางรถยนต์ มูลค่า 630 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 44.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อ้างอิงข้อมูลจาก Ministry of Agriculture, Forestry and Fisheries of Cambodia
ในพิธีเปิดโรงงานแปรรูปยางพาราของบริษัท KIMS Rubber เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 สมเด็จมหาบวรธิบดี Hun Manet นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตร กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันเชื่อมโยงโรงงานแปรรูปกับชุมชนผู้ผลิตน้ำยางพาราภายในประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมยางพารา โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กัมพูชาได้พัฒนาห่วงโซ่อุปทานระหว่างชุมชนผู้ผลิตน้ำยางกับโรงงานผลิตยางรถยนต์ ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นาย Men Sopheakประธานสมาคมพัฒนาเนื้อยางพารา เปิดเผยว่า การขยายตัวของการส่งออกยางรถยนต์มีส่วนช่วยสนับสนุนการส่งออกยางพาราและรักษาเสถียรภาพด้านราคา แม้จะเผชิญความท้าทาย
จากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์การเมืองโลก โดยในปี 2568 ราคายางพาราเฉลี่ยอยู่ที่ 1,756 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้น 63 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ข้อมูลจาก Ministry of Commerce of Cambodia ระบุว่า ในปี 2568 การส่งออกผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพของกัมพูชา มีมูลค่ารวม 1.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 57.86% เมื่อเทียบกับปี 2567
ปัจจุบัน กัมพูชามีโรงงานผลิตยางรถยนต์จำนวน 8 แห่ง ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ 5 แห่ง ในจังหวัดสวายเรียง สีหนุวิลล์ และกระเจะ
ความเห็นของสำนักงานฯ
1. อุตสาหกรรมยางและยางรถยนต์ของกัมพูชากำลังพัฒนาจากการเป็นผู้ส่งออกวัตถุดิบ สู่การเป็นฐานการผลิตและแปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและลดการพึ่งพาการส่งออกสินค้าเกษตรขั้นต้น โดยการเติบโตของการส่งออกยางรถยนต์และมูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติและศักยภาพของกัมพูชาในการพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมยางครบวงจร ตั้งแต่การผลิตน้ำยาง การแปรรูป จนถึง สินค้าอุตสาหกรรมปลายน้ำ
2. แม้อุตสาหกรรมดังกล่าวจะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพของกัมพูชา แต่ยังเผชิญความท้าทายจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ต้นทุนพลังงาน และการแข่งขันจากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ในภูมิภาค ดังนั้น กัมพูชาจึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ ตลาดส่งออก และแรงงานทักษะควบคู่กัน เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมในอนาคต
________________________________________________________
ที่มา Kampuchea Thmey Daily
27 พฤษภาคม 2569