
ตลาดเก้าจวง (Gaozhuang Xishuangjing) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองจิ่งหง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นตลาดกลางคืนเชิงวัฒนธรรมที่โดดเด่นในเขตสิบสองปันนา รวบรวมความงดงาม ของศิลปะพื้นถิ่น วิถีชีวิต และอาหารจากนานาชาติ โดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศอาเซียนไว้ในที่เดียว ภายในตลาดมีการตกแต่งสถาปัตยกรรมในสไตล์ล้านนา – ไทลื้อ ผสมผสานแสงสีที่สวยงาม สร้างบรรยากาศคึกคักตลอดค่ำคืน เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ตลาดแห่งนี้ นับเป็นศูนย์รวมสินค้าท้องถิ่น หัตถกรรม เครื่องประดับ ผ้าพื้นเมือง และอาหารพื้นบ้านหลากหลายชนิด ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมของประชาชนในลุ่มน้ำโขง
หนึ่งในจุดที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของตลาดเก้าจวง คือ โซนตลาดไทย ซึ่งจำลองบรรยากาศตลาดไทยขนาดย่อมไว้ใจกลางสิบสองปันนา ภายในมีร้านอาหารไทยหลากหลายเมนู เช่น ส้มตำ ผัดไทย ชาไทย และขนมไทยที่หลากหลาย รวมถึงของที่ระลึกและงานหัตถกรรมไทยที่สะท้อนเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ร้านค้าส่วนใหญ่ดำเนินกิจการโดยผู้ประกอบการชาวไทยที่เดินทางมาจำหน่ายสินค้า ด้วยตนเอง ทำให้มั่นใจได้ว่ารสชาติอาหารและบรรยากาศมีความเป็นไทยอย่างแท้จริง นักท่องเที่ยว ชาวจีนและชาวต่างชาติให้ความนิยมอย่างสูงกับโซนตลาดไทย โดยมีตัวอย่างร้านค้าที่น่าสนใจ ดังนี้
1. ร้านชาไทย เมนูยอดนิยมของร้านได้แก่ ชาไทยและชาเขียว ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยปรับรสชาติให้หวานน้อยตามรสนิยมของผู้บริโภคในพื้นที่ แต่ยังคงเอกลักษณ์ความหอมและรสเข้มข้นในแบบต้นตำรับไทย ด้วยการใช้วัตถุดิบนำเข้าจากประเทศไทย เช่น นมข้นหวานและนมข้นจืดตราคาร์เนชั่น และ ชาตรามือ ทำให้รสชาติและกลิ่นมีความใกล้เคียงกับที่จำหน่ายในไทย นอกจากนี้ ยังมีเครื่องดื่มไทยหลากหลายเมนูให้เลือกชิม อาทิ กาแฟดำ ชามะนาว แตงโมปั่น และมะม่วงปั่น เป็นต้น โดยมีราคาประมาณ 12–20 หยวนต่อแก้ว
2. ร้านส้มตำไทย เมนูยอดนิยมของร้านส้มตำไทย ได้แก่ ตำตีนไก่ และ ยำรวมทะเล ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยปรับรสชาติให้ เปรี้ยว เค็ม กลมกล่อม ไม่เผ็ดจัด ให้เหมาะกับรสนิยมของผู้บริโภคในพื้นที่ ทั้งนี้ ร้านยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไทยด้วยการใช้ วัตถุดิบนำเข้าจากประเทศไทย เช่น เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรามาม่า นอกจากนี้ ยังมีเมนูยอดนิยมอื่นๆ เช่น ยำมาม่า ส้มตำไทย และส้มตำปูปลาร้า ที่ปรุงอย่างพิถีพิถันในรสชาติไทยแท้ ราคาจำหน่ายอยู่ระหว่าง 16–45 หยวนต่อเมนู ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

3. ร้านกล้วยทอด เมนูยอดนิยมของร้าน ได้แก่ กล้วยทอด ที่ทอดจนเหลืองกรอบหอมอร่อย เป็นที่ถูกใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและต่างชาติ นอกจากนี้ ยังมีเมนูของทอดอื่นๆให้เลือกหลากหลาย เช่น มันม่วง มันส้ม เผือก และฟักทองทอด ซึ่งล้วนคัดสรรวัตถุดิบอย่างดีและปรุงสดใหม่ทุกวัน โดยมีราคาชุดละประมาณ 10 หยวน ถือเป็นของว่างไทยที่ได้รับความนิยมสูงและช่วยสร้างสีสันให้กับโซนตลาดไทยภายในตลาดเก้าจวงได้เป็นอย่างดี
4. ร้านครัวไทย ร้านครัวไทยเป็นร้านอาหารไทยในเขตสิบสองปันนา ซึ่งดำเนินกิจการโดยเจ้าของชาวไทย ปัจจุบันมีหลายสาขาในพื้นที่ โดยสาขาที่ 3 ได้รับการรับรองมาตรฐาน Thai Select ระดับ 1 ดาว สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพและรสชาติที่ได้มาตรฐานอาหารไทยต้นตำรับ ร้านครัวไทย ได้เข้าร่วมเปิดบูธภายในโซนตลาดไทยของตลาดเก้าจวง โดยนำเสนอเมนูยอดนิยมที่ได้รับความชื่นชอบจากนักท่องเที่ยว อาทิ ไส้อั่วเชียงใหม่ เนื้อย่าง หมูปิ้ง ไส้กรอกอีสาน ข้าวเหนียวมะม่วง และขนมตะโก้ ซึ่งล้วนเป็นเมนูที่สะท้อนเอกลักษณ์ของอาหารไทยได้อย่างลงตัว ทั้งในด้านรสชาติ และการนำเสนอ ที่สวยงาม เป็นอีกหนึ่งร้านที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของอาหารไทยในต่างแดนได้อย่างน่าภาคภูมิใจ โดยมีราคาชุดละประมาณ 5–10 หยวน

ตลาดเก้าจวงถือเป็นต้นแบบของการพัฒนา “เศรษฐกิจยามค่ำคืน” (Night Economy) ของมณฑลยูนนาน ที่ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย และเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก นอกจาก เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจแล้ว ตลาดยังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างไทย – จีน ที่สะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นของประชาชนทั้งสองประเทศ ตลอดจนเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าและวัฒนธรรมไทยในต่างแดนอย่างยั่งยืน
ความคิดเห็น สคต.
ตลาดเก้าจวง เป็นตัวอย่างความสำเร็จของการผสานวัฒนธรรมกับเศรษฐกิจท้องถิ่นที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย – จีน โดยเฉพาะ “โซนประเทศไทย” ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ไทยผ่านอาหารและสินค้าหัตถกรรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวจีนและต่างชาติ และได้รับการยอมรับในด้านรสชาติ และคุณภาพ ถือเป็นจุดแข็งสำคัญอย่าง Soft Power ของไทยที่สามารถสร้างความประทับใจ และมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าไทยในตลาดจีน ตอนใต้ สคต. นครคุนหมิงมองว่าแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจยามค่ำคืน (Night Economy) ของจีน เป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยสามารถใช้วัฒนธรรม และอาหารไทยเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการไทยเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศในฐานะศูนย์กลางวัฒนธรรมและอาหารของภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน
*****************************************
แหล่งที่มา : สคต. ณ นครคุนหมิง