fb
Soft Power โตแรง ส่งแบรนด์จีนครองตลาดโลก
โดย
Boochita
ลงเมื่อ 11 สิงหาคม 2569 14:25
สคต. ณ เมืองชิงต่าว (จีน) (TTC, Qingdao (China))
3

จีนพลิกโฉมจาก “Made in China” สู่ “Created in China” แบรนด์ยักษ์ใหญ่เร่งขยายอิทธิพลทั่วโลก นับตั้งแต่ในปี 2557 เป็นต้นมา จีนได้เสนอแนวทาง ส่งเสริมการเปลี่ยนจากการผลิต สู่ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ - จากความเร็ว สู่ คุณภาพ – และจากสินค้าจีน สู่ แบรนด์จีน” ซึ่งเห็นได้ชัดเจนในระยะหลังว่าแบรนด์จีนค่อยๆ ก้าวผ่านจากเส้นทางเดิมที่มีข้อได้เปรียบด้านราคาและการแข่งขันเชิงปริมาณ โดยมุ่งสร้างการยอมรับในตลาดโลก โดยอาศัยการออกแบบสินค้าที่ประณีต สร้างประสบการณ์การบริโภคที่ดีเยี่ยม ควบคู่กันการพัฒนานวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปรับตัวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถยกระดับมูลค่าแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเห็นได้ชัดว่าจีนได้เปลี่ยนผ่านจากฐานการผลิตขนาดใหญ่และสินค้าราคาประหยัด Made in China ก้าวเข้าสู่การเป็น Created in China  ศูนย์กลางนวัตกรรม การยกระดับอุตสาหกรรม และการสร้างแบรนด์ระดับโลกอย่างเต็มตัว ตามแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นนวัตกรรม เทคโนโลยี การออกแบบที่ยั่งยืน และการส่งเสริม Soft Power ในระดับสากล

 

มูลค่า 500 แบรนด์ชั้นนำจีนทะลุ 2.1 ล้านล้านดอลลาร์

จากรายงานดัชนี 500 แบรนด์จีนที่มีมูลค่าสูงสุดประจำปี 2569 โดย Brand Finance ระบุว่า มูลค่ารวมของแบรนด์ชั้นนำจีนมากกว่า 2.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราเติบโตขึ้นร้อยละ 7.6 (YoY) ซึ่ง 10 อันดับแรกมีสัดส่วนมูลค่ารวมสูงถึงร้อยละ 36 โดยมีไฮไลต์ที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • ผู้นำตลาด Douyin (TikTok) ครองอันดับ 1 ของจีนเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ด้วยมูลค่าแบรนด์ 153,540 ล้านเหรียญสหรัฐ (อันดับ 6 ของโลก) แซงหน้าบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโซเชียลมีเดียและพาณิชย์ดิจิทัลแบบดั้งเดิมจากยุโรปและสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง

  • ขณะที่ด้านการไฟฟ้าแห่งชาติจีน  (State Grid)  มีมูลค่าแบรนด์กว่า 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ครองอันดับ 2 ของจีน และอันดับ 10 ของโลก ตามมาด้วยสถาบันการเงินใหญ่ 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคาร ICBC ธนาคาร China Construction Bank ธนาคาร Bank of China และธนาคาร ABC ธนาคารทั้ง 4 แห่งติดอันดับ 20 แบรนด์ชั้นนำของโลกพร้อมกัน สะท้อนอำนาจในด้านการเงินระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

  • อุตสาหกรรมยานยนต์ มีแบรนด์รถยนต์ติดอันดับถึง 29 แบรนด์ มีมูลค่าแบรนด์ (Brand Value) รวม 54,600 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3 ของมูลค่ารวมทั้งหมดในรายชื่อ และเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน นำโดย BYD (อันดับ 1 มูลค่า 17,300 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 23%) Geely Auto (อันดับ 2 มีมูลค่าแบรนด์ 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 26 %) และ AITO ที่คว้าแบรนด์รถยนต์ที่แข็งแกร่งที่สุดประจำปี (อันดับ 3 มีมูลค่าแบรนด์ 3,400 ล้านเหรียญสหรัฐ)

  • วัฒนธรรมและ Soft Power โดย Pop Mart เข้าสู่ Top 500 เป็นครั้งแรกในอันดับที่ 106 (มูลค่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ) จากความสำเร็จของ IP ระดับโลกอย่าง Labubu สะท้อนถึงการส่งออกวัฒนธรรมร่วมสมัยของจีนที่ทรงพลัง ร่วมกับการที่จีนคว้าอันดับ 2 ในดัชนี Soft Power โลกปี 2569

 

CN brand.jpg

 

ประเด็นสำคัญที่ทำให้เกิดการเติบโตของ Soft Power จีนในตลาดโลก

  • การยกระดับจาก Made in China สู่ Created in China สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจของจีนที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม วัฒนธรรม และการเปิดประเทศ ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะเห็นได้ว่าในตลาดประเทศกำลังพัฒนา ประเทศตามแนวเส้นทาง BRI มีการแทรกซึมของแบรนด์จีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน สื่อสารโทรคมนาคม และพลังงานสะอาด สร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันที่แตกต่างด้วยการส่งออกเทคโนโลยีและการดำเนินงานที่ปรับให้เข้ากับท้องถิ่น กลายเป็นแหล่งเติบโตสำคัญสำหรับแผนขยายธุรกิจทั่วโลก

  • การเติบโตของ Soft Power ตามดัชนี Soft Power ปี 2569 (คะแนน 73.5) ที่เผยแพร่โดย Brand Finance นั้น จีนติดอันดับ 2 ของโลกและเป็นประเทศเดียวใน Top 10 ที่คะแนนเพิ่มขึ้น และโดดเด่นเป็นอันดับ 1 ด้านการค้าระหว่างประเทศ นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการพัฒนาที่ยั่งยืน

 

image-22.png

 

  • การส่งออกวัฒนธรรมผ่านผลิตภัณฑ์ จากเดิมการส่งออก Soft Power จะพึ่งพาภาพยนตร์หรือส่งเสริมกิจกรรมวัฒนธรรมที่สอดแทรกค่านิยม แต่จีนในปัจจุบันขยายขอบเขตมาเป็นการสร้างการรับรู้ผ่านผลิตภัณฑ์/บริการในชีวิตประจำวัน เช่น รถยนต์ไฟฟ้า แพลตฟอร์มดิจิทัล IP สินค้าเทรนด์ และการดึงดูดการท่องเที่ยว

  • การปรับภาพลักษณ์แบรนด์จีนให้ทัดเทียมสากล ที่ผ่านมาจีนพยายามปรับภาพลักษณ์ในตลาดโลกด้วยการสร้างพันธมิตรกับหลายประเทศ เปิดรับการแลกเปลี่ยนการบริโภคสินค้าต่างประเทศ เพิ่มการตรวจสอบการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และยกระดับการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูง รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือนานาชาติผ่านกลไกความร่วมมือและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ฯลฯ เพื่อสร้างการรับรู้ในต่างประเทศเชิงบวกมากขึ้น ในขณะเดียวกัน การขยายการเติบโตของแบรนด์จีนก็ช่วยสร้างความไว้วางใจและการยอมรับต่อสินค้าและบริการของจีนเพิ่มขึ้น เป็นการวางรากฐานการก้าวสู่ตลาดโลกของแบรนด์จีนอย่างกว้างขวาง

 

ความเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว

ความสําเร็จของแบรนด์จีนจากการแข่งขันด้านราคามาเป็นผู้นำด้านคุณค่าและเทคโนโลยี การขยายอิทธิพลของทุนและแบรนด์จีนในตลาดไทย ทั้งในช่องทาง e-Commerce และหน้าร้านในห้างสรรพสินค้า ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันและโอกาสของภาคธุรกิจไทย อาทิ

  • แรงกดดันของ SME ไทย จากการบุกตลาดไทยอย่างรวดเร็วของแบรนด์จีน ทำให้การแข่งขันสูงขึ้น สินค้าจีนมีต้นทุนการผลิตต่ำจากขนาดการผลิตที่ใหญ่ (Economies of Scale) และห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจร ทำให้สินค้าไทย โดนตีตลาดหนักจากข้อได้เปรียบด้านราคา ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งปรับตัวในเชิงคุณภาพ จากการผลิตสู่การสร้างสรรค์ และจากการขายสินค้าสู่การสร้างแบรนด์

  • สินค้าไทยมีภาพลักษณ์ค่อนข้างน่าเชื่อถือ ดัชนี Soft power (ของ Brand Finance) ไทยเป็นอันดับที่ 38 จาก 193 ประเทศ ดังนี้ การแข่งขันของไทยสามารถเสริมการสร้าง Brand Identity เน้นการเล่าเรื่อง (Storytelling) การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และการสร้างคุณค่าทางอารมณ์ (Emotional Value) ที่สินค้าผลิตจำนวนมากเลียนแบบได้ยาก

 

ที่มา: 

https://news.cctv.com/2026/07/05/ARTIaR9V54Toj5x2OiLvEXD8260705.shtml

https://baijiahao.baidu.com/s?id=1864688249710478603&wfr=spider&for=pc

https://brandfinance.com/insights/global-soft-power-index-2026-executive-summary

https://www.visualcapitalist.com/ranked-the-worlds-most-powerful-countries-by-soft-power-in-2026/

Share :
Instagram