
ราคาข้าวในตลาดโลกดูเหมือนจะยังไม่ฟื้นตัวในเร็วๆ นี้ เนื่องจากอุปทานล้นตลาด ฉุดราคาข้าวลดลงจากประมาณ 600 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เป็นประมาณ 350 – 360 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ขณะนี้ ผู้บริโภคแอฟริกาใต้พบว่าราคาขายปลีกข้าวในซุปเปอร์มาร์เก็ตลดลง
นายอังเดร ฟาน เดอร์ ไวเวอร์ (Mr. André van der Vyver) กรรมการบริหาร สมาคมการค้าธัญพืชและเมล็ดพืชน้ำมันของแอฟริกาใต้ (South African Cereals and Oilseeds Trade Association: SACOTA) ระบุว่า แอฟริกาใต้นำเข้าข้าว 100% โดยเฉลี่ย 1.2 – 1.3 ล้านตันต่อปี โดยแหล่งนำเข้าส่วนใหญ่จากประเทศไทย อินเดีย ปากีสถาน เวียดนาม ขณะนี้ ราคาข้าวต่ำลง เนื่องจากก่อนนี้ราคาข้าวสูงเพราะอินเดียเข้มงวดการส่งออกข้าว การที่อินเดียเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกการเคลื่อนไหวของอินเดียจึงส่งผลต่ออุปทานและราคาข้าวในตลาดโลก เมื่ออินเดียได้ยกเลิกข้อจำกัดในการส่งออกข้าว ส่งผลให้ราคาข้าวลดลง

ปัจจุบัน ประเทศแอฟริกาใต้ ไม่มีการผลิตข้าวอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าในอดีตได้มีความพยายามเพาะปลูกในพื้นที่จังหวัดควาซูลู-นาตาล (KwaZulu-Natal) เนื่องจากโดยทั่วไปการปลูกข้าวพึ่งพาระบบชลประทาน ซึ่งไม่เหมาะสมกับการเพาะปลูกในประเทศที่ขาดแคลนน้ำ เช่น ประเทศแอฟริกาใต้
การนำเข้าข้าวที่แอฟริกาใต้ ส่วนใหญ่ผ่านท่าเรือเดอร์บัน จังหวัดควาซูลู-นาตาล และกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ โดยผู้นำเข้ารายสำคัญ อาทิ Premier Foods, PepsiCo และ Tiger Brands
เมื่อราคาข้าวในตลาดโลกลดลง ส่งผลให้ราคาขายส่งข้าวในแอฟริกาใต้ลดลงตามไปด้วย ที่ผ่านมา ราคาข้าว 7,000 แรนด์ต่อตัน (ประมาณ 13,671 บาทต่อตัน) ปรับลดลงเป็น 6,400 แรนด์ต่อตัน (ประมาณ 12,499.20 บาทต่อตัน) ทั้งนี้ ราคาข้าวในประเทศที่ลดลงไม่เพียงมีสาเหตุจากเงินแรนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังมีสาเหตุจากต้นทุนโลจิสติกส์และต้นทุนอื่นด้วย
ข้อมูลเพิ่มเติมและความเห็นของสำนักงานฯ : ปี 2568 แอฟริกาใต้นำเข้าข้าวรวมทั้งสิ้น 1,190,123 ตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.72 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า) โดย 5 ประเทศที่นำเข้ามากที่สุด ได้แก่ ไทย (ร้อยละ 85.18 ของปริมาณการนำเข้าข้าวทั้งหมด) รองลงมาคือ อินเดีย (ร้อยละ 12.57) เวียดนาม (ร้อยละ 0.81) และปากีสถาน (ร้อยละ 0.58) ตามลำดับ
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมศุลกากร ประมวลโดยกระทรวงพาณิชย์ พบว่า ปี 2568 ไทยส่งออกข้าวนึ่งไปแอฟริกาใต้ปริมาณมากที่สุด (ร้อยละ 93.20 ของปริมาณการส่งออกข้าวไปแอฟริกาใต้) รองลงมาคือ ข้าวขาว (ร้อยละ 8.33) ปลายข้าว (ร้อยละ 3.69) ข้าวหอมมะลิ (ร้อยละ 1.56) ตามลำดับ ข้าวไทยยังคงมีโอกาสขยายตัวในตลาดแอฟริกาใต้ หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนเพื่อลดราคาจำหน่ายให้แข่งขันได้ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคู่แข่งหลัก อาทิ อินเดีย เวียดนาม ปากีสถาน รวมถึงต้องรักษามาตรฐานคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้นำเข้าท้องถิ่นเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายตลาดใหม่ในภาวะการแข่งขันสูง
เครดิตภาพและที่มาข่าว www.citizen.co.za
ประมวลโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพริทอเรีย
กุมภาพันธ์ 2569