
การประท้วงของคนรุ่นใหม่ในอินเดีย: ความท้าทายใหม่ต่อรัฐบาลโมดี
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันเปิดสมัยประชุมรัฐสภาอินเดีย (Monsoon Session) ได้เกิดการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ในกรุงนิวเดลี นำโดยกลุ่มเยาวชนและนักศึกษา ภายใต้การเคลื่อนไหวของ Cockroach Janta Party (CJP) หรือที่สื่ออินเดียเรียกว่า Cockroach Movement โดยผู้ชุมนุมหลายหมื่นคนรวมตัวกันบริเวณ Jantar Mantar และประกาศเดินขบวนไปยังอาคารรัฐสภาเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อปัญหาระบบการศึกษาและการสอบแข่งขันของประเทศ รวมถึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแสดงความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ดังกล่าว
สถานการณ์การประท้วง
กลุ่ม CJP ปักหลักชุมนุมที่บริเวณ Jantar Mantar มาเป็นเวลากว่า 1 เดือน ก่อนประกาศระดมผู้ชุมนุมเดินขบวนไปยังรัฐสภาในวันเปิดสมัยประชุม โดยสื่ออินเดียรายงานว่ามีผู้เข้าร่วมการชุมนุมประมาณ 50,000 คน
ตำรวจกรุงนิวเดลีประกาศห้ามการเดินขบวนไปยังรัฐสภา พร้อมบังคับใช้คำสั่งตามมาตรา 163 แห่ง Bharatiya Nagarik Suraksha Sanhita (BNSS) และระดมกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่
ใจกลางกรุงนิวเดลี รวมทั้งตั้งเครื่องกีดขวางบนเส้นทางเข้าสู่พื้นที่ชุมนุม ระหว่างการชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้กำลังผลักดันและสลายผู้ชุมนุมบางส่วนบริเวณ Jantar Mantar ขณะที่แกนนำ CJP ได้เข้าพบนาย J.P. Nadda รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการครอบครัวแห่งสหภาพอินเดีย เป็นเวลา 10 นาที เพื่อยื่นข้อเรียกร้อง ได้แก่ การปล่อยตัวนาย Sonam Wangchuk การลาออกของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และการจ่ายเงินชดเชยแก่ครอบครัวของผู้เข้าสอบ NEET ที่เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย
สาเหตุของการประท้วง
การประท้วงมีจุดเริ่มต้นจากความไม่พอใจต่อปัญหาการสอบแข่งขันระดับชาติ โดยเฉพาะกรณีข้อสอบรั่วไหล ความผิดพลาดของระบบการสอบ และการยกเลิกการสอบ ซึ่งผู้ชุมนุมเห็นว่าปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้เข้าสอบจำนวนมาก และเป็นสาเหตุที่ทำให้นักเรียนหลายรายเกิดความเครียดจนเสียชีวิตผู้ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิรูประบบการสอบแข่งขัน จ่ายเงินชดเชยแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และเรียกร้องให้นาย Dharmendra Pradhan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการลาออกจากตำแหน่ง แต่ข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่ได้รับการตอบสนอง
สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวนาย Sonam Wangchuk
นักเคลื่อนไหวซึ่งอดอาหารประท้วงต่อเนื่องกว่า 20 วัน โดยฝ่ายรัฐบาลระบุว่าเป็นการนำตัวไปรักษาพยาบาลตามคำสั่งศาล ขณะที่ครอบครัวและแกนนำการชุมนุมระบุว่าเป็นการควบคุมตัวโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมขยายจากการเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการลาออก ไปสู่การเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ลาออกจากตำแหน่ง
ท่าทีของรัฐบาล
จนถึงวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อการชุมนุมดังกล่าว อย่างไรก็ดี รัฐบาลและตำรวจกรุงนิวเดลียืนยันการใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในช่วงเปิดสมัยประชุมรัฐสภา โดยระบุว่าไม่มีการอนุญาตให้มีการเดินขบวนไปยังรัฐสภา และจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน สำหรับกรณีนาย Sonam Wangchuk รัฐบาลยืนยันว่าการนำตัวส่งโรงพยาบาลของรัฐเป็นไปตามคำสั่งศาลและเพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพ พร้อมทั้งระบุว่าได้อนุญาตให้ครอบครัวเข้าเยี่ยมได้ตลอด 24 ชั่วโมง
แนวโน้มสถานการณ์
ในปัจจุบัน กลุ่ม CJP ยังคงยืนยันเดินหน้าการเคลื่อนไหวและประกาศยกระดับข้อเรียกร้องจากเดิมที่มุ่งเน้นการลาออกของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ไปสู่การเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ลาออกจากตำแหน่ง
ขณะเดียวกัน นาย Sonam Wangchuk ได้ประกาศว่าจะยุติการอดอาหารประท้วง หากรัฐบาลแสดงความรับผิดชอบต่อความล้มเหลวของระบบการศึกษา หรือหากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองต่าง ๆ รับปากว่าจะนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาในรัฐสภา
ข้อคิดเห็นของ สคต. ณ กรุงนิวเดลี
1. ในเชิงการเมือง รัฐบาลอินเดียยังคงมีเสียงข้างมากในรัฐสภา และยังสามารถใช้กลไกของรัฐใน
การดูแลความสงบเรียบร้อยและการรักษาความมั่นคงได้ ส่งผลให้การประท้วงในครั้งนี้ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของรัฐบาลในระยะสั้น
2. เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างของอินเดีย โดยเฉพาะประเด็น
ความโปร่งใสในการบริหารจัดการภาครัฐ ความน่าเชื่อถือของระบบการสอบแข่งขัน และความไม่พึงพอใจของคนรุ่นใหม่ต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากข้อเรียกร้องไม่ได้รับการตอบสนองหรือการชุมนุมขยายวงกว้าง อาจส่งผลให้สถานการณ์การประท้วงยืดเยื้อและเกิดความไม่สงบในบางพื้นที่ได้
3. แม้ว่าสถานการณ์ดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจหรือการค้าระหว่างประเทศ แต่ผู้ประกอบการไทยที่มีแผนลงทุนหรือขยายตลาดในอินเดียควรติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ทางการเมืองและมาตรการรักษาความปลอดภัยของทางการอย่างต่อเนื่อง เพื่อประกอบการประเมิน
ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง