
การส่งออกยางรถยนต์ของกัมพูชาเพิ่มขึ้นกว่า 72% ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 สร้างรายได้เกือบ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของภาคการผลิตและการส่งออกยางรถยนต์ของกัมพูชา
รายงานของกระทรวงพาณิชย์กัมพูชาเปิดเผย ว่า ในช่วงเดือนมกราคม–สิงหาคม 2569 กัมพูชาส่งออกยางรถยนต์มูลค่าประมาณ 1,497 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 72.14% จาก 870 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
สหรัฐฯ ยังคงเป็นตลาดส่งออกยางรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของกัมพูชา รองลงมา ได้แก่ บราซิล แคนาดา ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ สเปน อิตาลี แอฟริกาใต้ และเม็กซิโก
ผลการส่งออกที่แข็งแกร่งเกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมการผลิตยางรถยนต์ของกัมพูชายังคงขยายตัว โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการใช้ยางธรรมชาติที่ผลิตภายในประเทศเพิ่มขึ้น และการลงทุนจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นในภาคการผลิตที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์
นาย Penn Sovicheat โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมยางรถยนต์ถือเป็นอุตสาหกรรมใหม่สำหรับกัมพูชา แต่มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยกัมพูชามีบทบาทเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นทั้งในด้านปริมาณและมูลค่าการส่งออกยางรถยนต์ สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับอุตสาหกรรมยางรถยนต์ของกัมพูชาในตลาดโลก
การพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตยางรถยนต์อย่างรวดเร็วยังส่งผลให้ความต้องการยางธรรมชาติของกัมพูชาเพิ่มขึ้น โดยข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า การใช้ น้ำยางธรรมชาติภายในประเทศ เพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการนำน้ำยางที่ผลิตในประเทศไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตยางรถยนต์มากขึ้น ขณะที่การส่งออกน้ำยางดิบลดลง
กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงกัมพูชา ระบุว่า กัมพูชามีพื้นที่ปลูกยางพาราประมาณ 450,000 เฮกตาร์ และสามารถผลิตยางธรรมชาติได้ประมาณ 420,000 ตันต่อปี
ความเห็นของสำนักงานฯ
1. การส่งออกยางรถยนต์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว สะท้อนว่ากัมพูชากำลังพัฒนาจากการส่งออกวัตถุดิบยางพาราไปสู่การผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม และมีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยานยนต์ระหว่างประเทศมากขึ้น
2. การขยายตัวของอุตสาหกรรมยางรถยนต์ จะช่วยเพิ่มความต้องการวัตถุดิบในประเทศ โดยเฉพาะน้ำยางธรรมชาติ ซึ่งอาจสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการยางพาราในกัมพูชา รวมถึงช่วยลดการพึ่งพาการส่งออกยางในรูปวัตถุดิบ
3. เป็นโอกาสสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์และยางพารา เช่น การจัดหาเครื่องจักร อุปกรณ์ วัตถุดิบ เทคโนโลยีการผลิต และบริการด้านโลจิสติกส์ รวมถึงการพิจารณาร่วมลงทุนหรือเชื่อมโยงกับผู้ผลิตในกัมพูชา เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะต่อไป
____________________________________________________
ที่มา Khmer Times
30 กันยายน 2569