
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง พบว่าธุรกิจอาหารว่างสดใหม่ (Fresh Snacks) กำลังเป็นหนึ่งในสาขาธุรกิจอาหารที่มีศักยภาพและเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดจีน สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสินค้าอาหารที่มีความสดใหม่ คุณภาพสูง สะดวกต่อการบริโภค และมีภาพลักษณ์ด้านสุขภาพมากขึ้น
แม้ว่าตลาดอาหารว่างของจีนในปัจจุบันจะเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะจากการแข่งขันด้านราคาและการทำตลาดแบบเน้นปริมาณ แต่กลุ่ม อาหารว่างสดใหม่ กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่เป็นเพียงรูปแบบธุรกิจทดลองในบางพื้นที่ ได้ขยายเข้าสู่ตลาดหลักในระดับประเทศอย่างรวดเร็ว โดยปี 2568 ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็น “ปีแรกแห่งการเติบโตของอาหารว่างสดใหม่” (The First Year of Fresh Snacks) มีมูลค่าตลาดประมาณ 18,000 ล้านหยวน และมีอัตราการเติบโตมากกว่าร้อยละ 40 ซึ่งสูงกว่าธุรกิจอาหารว่างแบบดั้งเดิมที่มีอัตราการเติบโตประมาณร้อยละ 1 ทั้งนี้ สถาบันการเงิน Zheshang Securities คาดการณ์ว่า ในปี 2569 ตลาดอาหารว่างสดใหม่ของจีนจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 40,000–50,000 ล้านหยวน หรือเติบโตประมาณร้อยละ 100 สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มสินค้าอาหารที่ตอบโจทย์แนวโน้มผู้บริโภคจีนในด้านความสดใหม่ สุขภาพ และความสะดวกในการรับประทาน
อาหารว่างสดใหม่ไม่ได้เป็นเพียงหมวดหมู่สินค้าอาหารประเภทใดประเภทหนึ่ง แต่เป็น รูปแบบธุรกิจผสมผสานระหว่างธุรกิจค้าปลีก (Retail) และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มขนาดเบา (Light Food & Beverage) โดยมีจุดเด่นสำคัญ ได้แก่
อายุการเก็บรักษาสั้นและเน้นความสดใหม่ ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่มีอายุการเก็บรักษาจำกัด เช่น สินค้าที่ผลิตสดใหม่ภายในร้านมีอายุประมาณ 3–7 วัน สินค้าบรรจุหีบห่อส่วนใหญ่อยู่ในช่วงประมาณ 30 วัน ขณะที่ผลิตภัณฑ์ประเภทเนื้อสัตว์ปรุงสุกบางชนิดมีอายุการเก็บรักษาเพียง 4–5 วั
กระบวนการผลิตที่เปิดเผยและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค ซึ่งร้านอาหารว่างสดใหม่ส่วนใหญ่ใช้แนวคิด “ครัวเปิด” (Open Kitchen) หรือการผลิตต่อหน้าผู้บริโภค เช่น การอบขนมสดภายในร้าน การปรุงอาหารแบบเปิดเผย และการจัดแสดงกระบวนการผลิต เพื่อสร้างความรู้สึกถึงความสดใหม่และคุณภาพของสินค้า
ให้ความสำคัญกับส่วนประกอบที่สะอาดและแนวคิดสุขภาพ โดยผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เน้นส่วนผสมที่เรียบง่าย ลดหรือหลีกเลี่ยงสารกันเสีย มีปริมาณน้ำตาลและไขมันต่ำ รวมถึงตอบสนองกระแส Clean Label และ Healthy Lifestyle ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่
ปัจจุบัน ร้านอาหารว่างสดใหม่ในจีนมีการจัดจำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภท โดยแบ่งเป็นกลุ่มสินค้าหลักในตลาดอาหารว่างสดใหม่ ดังนี้
1. เบเกอรี่สดอายุสั้น (Fresh Short-life Bakery) เช่น โมจิ ขนมปังโรยหมูหยอง ขนมปังปิ้ง โทสต์ เค้กสวิสโรล และขนมอบต่าง ๆ ซึ่งผลิตสดภายในร้าน จุดขายสำคัญคือกลิ่นหอมจากเตาอบและประสบการณ์การรับประทานสินค้าที่สดใหม่
2. ถั่วและเมล็ดพืชคั่วสด (Fresh Roasted Nuts & Seeds) เช่น เม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วสด เกาลัด เมล็ดทานตะวัน และเมล็ดฟักทอง ซึ่งเน้นกระบวนการคั่วสดและการแสดงความสดใหม่ของสินค้าแก่ผู้บริโภค
3. ผลไม้อบแห้ง ผลไม้ฟรีซดราย และผลไม้สดพร้อมรับประทาน (Dried Fruit, Freeze-dried Fruit & Fresh-cut Fruit) เช่น ทุเรียนฟรีซดราย สตรอเบอร์รี่กรอบ มะม่วงอบแห้งด้วยเทคโนโลยีอุณหภูมิต่ำ รวมถึงผลไม้สดหั่นบรรจุกล่องแช่เย็น ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะสินค้าผลไม้เมืองร้อน
4. ผักและผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ปรุงสด (Fresh Vegetable & Meat Snacks) เช่น ผักสดพร้อมรับประทาน สาหร่าย หมูหยองอบสด และเนื้อวัวแห้ง ซึ่งมีจุดเด่นด้านรสชาติ ความสะดวก และเหมาะสำหรับการบริโภคระหว่างวัน โดยส่วนใหญ่มีอายุการเก็บรักษาค่อนข้างสั้นประมาณ 4–5 วัน
5. ผลิตภัณฑ์นมและเครื่องดื่มของหวานสด (Fresh Dairy & Dessert Drinks) เช่น โยเกิร์ตทำมือ เยลลี่มะพร้าว น้ำผลไม้ปั่นสด และเครื่องดื่มของหวานต่าง ๆ ซึ่งต้องควบคุมอุณหภูมิและระบบห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain) อย่างเหมาะสม

6. อาหารว่างเพื่อสุขภาพ (Healthy Snacks) เช่น ขนมจากบุก ข้าวโอ๊ตพร้อมรับประทาน ผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืช และอาหารว่างแคลอรีต่ำ ซึ่งตอบรับกับแนวโน้มผู้บริโภคจีนที่ใส่ใจสุขภาพและโภชนาการมากขึ้น
จากการวิเคราะห์ตลาด พบว่า ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารว่างสดใหม่ (Fresh Snacks) ในจีนกำลังอยู่ในช่วงขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีแบรนด์ที่เป็นตัวแทนสำคัญในตลาดประมาณ 500 แบรนด์/ร้านค้า สามารถแบ่งระดับการแข่งขันออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
1. กลุ่มแบรนด์ผู้นำตลาด (Leading Brands) กลุ่มแบรนด์ผู้นำตลาดมีจำนวนประมาณ 4 แบรนด์ โดยแต่ละแบรนด์มีจำนวนสาขามากกว่า 30 แห่ง และมีการขยายธุรกิจครอบคลุมมากกว่า 4 มณฑล สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของรูปแบบธุรกิจอาหารว่างสดใหม่ที่สามารถขยายจากตลาดระดับท้องถิ่นไปสู่ระดับประเทศได้ ในกลุ่มนี้ JidoPlus ถือเป็นแบรนด์ที่มีการเติบโตโดดเด่นที่สุด โดยมีสาขาที่เปิดดำเนินการแล้ว 114 แห่ง ครอบคลุม 11 มณฑล และเป็นแบรนด์เดียวในปัจจุบันที่มีจำนวนสาขาทะลุ 100 แห่ง แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการสร้างระบบธุรกิจอาหารว่างสดใหม่แบบขยายสาขา (Chain Business Model) ในหลายพื้นที่ของจีน
2. กลุ่มแบรนด์ระดับกลาง (Mid-level Brands) กลุ่มแบรนด์ระดับกลางมีจำนวนสาขาประมาณ 3–15 แห่งต่อแบรนด์ ส่วนใหญ่กระจายอยู่ในพื้นที่ประมาณ 3–4 มณฑล โดยบางแบรนด์เริ่มวางแผนขยายกิจการออกนอกพื้นที่ตลาดเดิม และอยู่ระหว่างการเตรียมเข้าสู่การแข่งขันในระดับภูมิภาค
3. กลุ่มแบรนด์เกิดใหม่ (Emerging Brands) กลุ่มแบรนด์เกิดใหม่ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาด โดยมีจำนวนสาขาเพียง 1–2 แห่ง และยังอยู่ในช่วงทดลองตลาดภายในมณฑลเดียว อย่างไรก็ตาม แบรนด์ส่วนใหญ่ในตลาดอาหารว่างสดใหม่ของจีนกำลังอยู่ระหว่างการเร่งขยายธุรกิจ เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และความต้องการสินค้าอาหารที่มีความสดใหม่ สุขภาพ และสะดวกต่อการบริโภค
รูปแบบทำเลที่ตั้งและพฤติกรรมผู้บริโภค ร้านอาหารว่างสดใหม่ในจีนส่วนใหญ่เลือกทำเลที่มีปริมาณผู้บริโภคหนาแน่น เช่น ชั้นใต้ดิน (B1) ของห้างสรรพสินค้าระดับกลางถึงระดับบน ทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน พื้นที่ค้าปลีกที่มีผู้คนสัญจรจำนวนมาก และบริเวณใกล้ร้านสะดวกซื้อและพื้นที่สำนักงาน
กลุ่มผู้บริโภคหลัก ได้แก่ คนรุ่นใหม่อายุ 18–35 ปี โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคหญิงในเขตเมือง ซึ่งเป็นกลุ่มพนักงานรุ่นใหม่ในเมืองระดับ 1 เมืองระดับ 2 และเมืองเศรษฐกิจเกิดใหม่ (New Tier Cities) ที่มีรายได้เฉลี่ยมากกว่า 7,000 หยวนต่อเดือน ผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าวมีพฤติกรรมซื้อสินค้าอาหารว่างสดใหม่เฉลี่ยประมาณ 1–2 ครั้งต่อสัปดาห์ มีอัตราการซื้อซ้ำมากกว่าร้อยละ 35 โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้งประมาณ 45–60 หยวน ซึ่งสูงกว่าการซื้ออาหารว่างทั่วไปประมาณ 1.5–2 เท่า สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดสินค้ากลุ่มพรีเมียมที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและมีอัตรากำไรที่สูงกว่าอาหารว่างแบบดั้งเดิม
ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven มณฑลเจียงซู ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารว่างสดใหม่ภายใต้ชื่อ “7 Fresh Snacks” และเตรียมวางจำหน่ายในทุกสาขาของ 7-Eleven ในมณฑลเจียงซู โดยก่อนหน้านี้ 7-Eleven มีฐานธุรกิจในกลุ่มอาหารพร้อมรับประทาน เช่น ข้าวปั้น อุด้ง และกาแฟบดสด และได้ขยายเข้าสู่ตลาดอาหารว่างสดใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ดังกล่าวประกอบด้วยสินค้าหลากหลายประเภท เช่น ซีเรียลและธัญพืชอบกรอบ ผลไม้และผักอบแห้ง ถั่วและผลิตภัณฑ์คั่ว เนื้อแห้งและเนื้อแท่ง ขนมขบเคี้ยวรูปแบบพิเศษ โดยมีการพัฒนาสินค้าหลายสิบรายการ (SKU) และราคาจำหน่ายเริ่มต้นประมาณ 4.9 หยวนต่อถุง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการแข่งขันด้านราคา ควบคู่กับการขยายช่องทางจำหน่าย

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างช่องทางจำหน่ายและผลต่อการแข่งขัน ก่อนหน้านี้การแข่งขันในตลาดอาหารว่างสดใหม่ของจีนส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างร้านอาหารว่างสดเฉพาะทางที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าและย่านการค้า อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ตลาดของร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ เช่น 7-Eleven กำลังทำให้โครงสร้างการแข่งขันเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ร้านอาหารว่างสดเฉพาะทางมักกระจุกตัวอยู่ในศูนย์การค้าและพื้นที่ค้าปลีก ทำให้ผู้บริโภคต้องตั้งใจเดินทางไปซื้อสินค้าโดยเฉพาะ ขณะที่ร้านสะดวกซื้อมีข้อได้เปรียบด้าน เครือข่ายสาขาและความสะดวกในการเข้าถึงผู้บริโภค เนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่หลากหลาย เช่น ถนนสายหลัก อาคารสำนักงาน ชุมชนที่อยู่อาศัย สถานีขนส่งและจุดเชื่อมต่อการเดินทาง ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถซื้ออาหารว่างสดใหม่ได้ในโอกาสการบริโภคแบบทันที (Instant Consumption) เช่น ช่วงพักกลางวัน หลังเลิกงาน หรือการรับประทานเล่นในช่วงกลางคืน โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังร้านอาหารว่างเฉพาะทาง
ความคิดเห็นของ สคต. ณ เมืองหนานหนิง การเติบโตของตลาดอาหารว่างสดใหม่ในจีนกำลังเข้าสู่ระยะการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น จากเดิมที่แข่งขันกันระหว่างร้านอาหารว่างเฉพาะทาง ปัจจุบัน ผู้เล่นจากหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านเครื่องดื่มชา ซูเปอร์มาร์เก็ตสมัยใหม่ และธุรกิจค้าปลีกอาหารสด เริ่มเข้ามามีบทบาทในตลาดดังกล่าว แนวโน้มดังกล่าวถือเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ผลิตสินค้าอาหารที่มีจุดแข็งด้านวัตถุดิบธรรมชาติและผลิตภัณฑ์จากผลไม้เมืองร้อน เช่น ทุเรียน มะม่วง มะพร้าว กล้วย ผลไม้อบแห้ง และผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งสามารถพัฒนาเข้าสู่ตลาดอาหารว่างสดใหม่ของจีนได้
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาดจีน ได้แก่ (1) การสร้างความแตกต่างด้านรสชาติและเรื่องราวของสินค้าไทย (2) การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับการบริโภคแบบสะดวก (3) การควบคุมคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร (4) การพัฒนาระบบห่วงโซ่ความเย็นสำหรับสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ และ (5) การใช้ช่องทางดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซจีนเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์
ตลาดอาหารว่างสดใหม่จึงเป็นอีกหนึ่งตลาดที่ผู้ประกอบการไทยควรติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องและสอดคล้องกับจุดแข็งของสินค้าอาหารไทยที่มีภาพลักษณ์ด้านคุณภาพ ความเป็นธรรมชาติ และความหลากหลายของวัตถุดิบ
--------------------------------------------------
แหล่งที่มา
https://mp.weixin.qq.com/s/sSbvKYwePFfMibFysZE_pA
https://mp.weixin.qq.com/s/b3pOBoH21B4h_fl1OWVH7A?scene=1
https://mp.weixin.qq.com/s/sSbvKYwePFfMibFysZE_pA
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง
วันที่ 30 กรกฎาคม 2569