
ผู้ประกอบการค้าทองคำในรัฐดูไบ คาดการณ์ว่า ความต้องการซื้อทองรูปพรรณในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) จะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากเทศกาลสำคัญ ฤดูแต่งงาน การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปลายปี และแนวโน้มราคาทองคำที่อาจมีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและกระตุ้นให้กลับมาซื้อสินค้าในร้านทองเพิ่มขึ้นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมทองคำระบุว่า เทศกาลสำคัญ อาทิ นวราตรี (Navratri) ดิวาลี (Diwali) ของชาวอินดีย เทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพอากาศเย็นลง คาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการซื้อทองรูปพรรณเพื่อเป็นของขวัญ การซื้อสินค้าในช่วงเทศกาล ตลอดจนการซื้อเพื่อใช้ในพิธีแต่งงานทั่วประเทศ
นาย Shamlal Ahamed กรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการระหว่างประเทศ บริษัท Malabar Gold and Diamonds กล่าวว่า ปัจจัยหลายประการจะช่วยสนับสนุนความต้องการซื้อเครื่องประดับในช่วงครึ่งหลังของปี โดยเทศกาลและฤดูแต่งงานถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการซื้อเครื่องประดับตามปกติ โดยเฉพาะเทศกาลนวราตรี ดิวาลี คริสต์มาส และปีใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงดังกล่าว
นอกจากนี้ สภาพอากาศที่เย็นลงและช่วงวันหยุดปลายปีคาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางไปยูเออีเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการทองรูปพรรณเพิ่มขึ้นจากการซื้อเป็นของขวัญ การจับจ่ายในช่วงเทศกาล และการซื้อสำหรับใช้ในพิธีงานแต่งงาน
ตลาดทองรูปพรรณของดูไบยังคงได้รับความนิยมในระดับนานาชาติ เนื่องจากมีจุดเด่นด้านราคาที่สามารถแข่งขันได้ การซื้อสินค้าที่ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษี และทักษะด้านการออกแบบและผลิตเครื่องประดับ ทั้งนี้ ราคาทองคำปิดตลาดที่ 4,342 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.38 ขณะที่ราคาทองคำในดูไบ ณ วันดังกล่าวอยู่ที่ 523.25 เดอร์แฮม (143.34 เหรียญสหรัฐฯ) ต่อกรัม สำหรับทองคำบริสุทธิ์ 24K และ 484.50 เดอร์แฮม (132.74 เหรียญสหรัฐฯ) ต่อกรัม สำหรับทองคำ 22K
นาย John Paul Alukkas ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Joyalukkas Jewellery กล่าวว่า ช่วงครึ่งหลังของปีโดยทั่วไปถือเป็นช่วงที่ตลาดเครื่องประดับมีความต้องการสูง เนื่องจากฤดูแต่งงาน เทศกาลสำคัญ และการเฉลิมฉลองในช่วงปลายปีเป็นปัจจัยตามธรรมชาติที่ช่วยกระตุ้นการซื้อเครื่องประดับ
ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาของความสนใจจากผู้บริโภค โดยลูกค้าเริ่มวางแผนซื้อสินค้าเพื่อเตรียมสำหรับเทศกาลและกิจกรรมสำคัญที่จะมาถึง ทั้งนี้ การจัดโปรโมชั่นเพิ่มมูลค่า การกำหนดราคาที่โปร่งใส และนโยบายแลกเปลี่ยนสินค้าที่มีความยืดหยุ่น จะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดลูกค้าให้กลับมายังร้านค้า บริษัทฯ วางแผนเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงสินค้าเครื่องประดับของผู้บริโภคผ่านการจัดโปรโมชั่นที่เหมาะสม แผนการชำระเงินที่มีความยืดหยุ่น และการนำเสนอคอลเลกชันที่ผสมผสานรูปแบบดั้งเดิมเข้ากับการออกแบบร่วมสมัย โดยบริษัทเริ่มเห็นสัญญาณว่าความเชื่อมั่นของผู้ซื้อกำลังฟื้นตัวและมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มตลาดในช่วงเดือนกันยายน ต่อไป
นาย Anil Dhanak กรรมการผู้จัดการบริษัท Kanz Jewels กล่าวว่า ความต้องการเครื่องประดับในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 คาดว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากฤดูเทศกาลและฤดูแต่งงาน ตลอดจนการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวในช่วงปลายปีและการจับจ่ายในช่วงวันหยุด หากราคาทองคำมีเสถียรภาพมากขึ้น คาดว่าจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและจูงใจให้ผู้ซื้อกลับเข้าสู่ตลาดเครื่องประดับมากขึ้น เนื่องจากทองคำยังคงเป็นสินค้าที่มีความสำคัญทางด้านอารมณ์และวัฒนธรรมสำหรับผู้บริโภคในภูมิภาคนี้ แม้ว่าพฤติกรรมการซื้อในระยะสั้นอาจเปลี่ยนแปลงตามความผันผวนของราคาทองคำ แต่ปัจจัยพื้นฐานด้านความต้องการในระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง
นาย Chirag Vora กรรมการผู้จัดการบริษัท Bafleh Jewellers มีความเห็นในทิศทางเดียวกัน โดยระบุว่า ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 คาดว่าจะเป็นช่วงที่ตลาดค้าปลีกเครื่องประดับมีความคึกคักมากขึ้น เนื่องจากปฏิทินเทศกาล ฤดูแต่งงาน และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าร้านค้าในยูเออี
หากราคาทองคำมีเสถียรภาพหรือปรับลดลงในระดับปานกลาง จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและสนับสนุน การฟื้นตัวของความต้องการซื้อทองรูปพรรณเพิ่มเติม ทั้งนี้ ผู้ค้าปลีกที่สามารถนำเสนอคอลเลกชันรูปแบบใหม่ โปรโมชั่นแลกเปลี่ยนสินค้าที่น่าสนใจ และข้อเสนอเพิ่มมูลค่าต่าง ๆ คาดว่าจะอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบและสามารถได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของความต้องการซื้อในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
ความเห็นของ สคต.ดูไบ
ไทยส่งออกกลุ่มเครื่องประดับไปยูเออี ปี 2568 มูลค่า 835.87 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ขยายตัวร้อยละ 207.57) ครึ่งแรกปี 2569 มูลค่า 1,438.62 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ขยายตัวร้อยละ 714.70) สินค้าที่ส่งออกมาก 5 อันดับแรก ได้แก่ ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป เครื่องประดับแท้ทำด้วยทอง โลหะมีค่าและของที่หุ้มด้วยโลหะมีค่าอื่น ๆ เพชร และพลอย
ตลาดยูเออีจึงยังคงมีโอกาสสำหรับสินค้าเครื่องประดับและทองรูปพรรณของไทย โดยเฉพาะสินค้าที่มีการออกแบบโดดเด่น งานฝีมือประณีต และรูปแบบร่วมสมัยเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในตลาดตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญกับเครื่องประดับที่เหมาะสำหรับเทศกาล งานแต่งงาน และการซื้อเป็นของขวัญ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของตลาดในช่วงดังกล่าว
ทั้งนี้ผู้ประกอบการควรติดตามความผันผวนของราคาทองคำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค และอาจพิจารณาใช้กลยุทธ์ด้านราคา โปรโมชั่น การแลกเปลี่ยนสินค้า และรูปแบบการชำระเงินที่ยืดหยุ่น เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันนอกจากนี้การขยายช่องทางจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเครื่องประดับในยูเออี จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย และกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย
ในภาพรวม แนวโน้มตลาดเครื่องประดับยูเออี ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ถือเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการขยายการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง มีการออกแบบแตกต่าง และสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดเทศกาลและงานแต่งงาน ทั้งนี้ควรใช้ประโยชน์จากภาพลักษณ์ของไทยในด้านงานฝีมือและการออกแบบเครื่องประดับควบคู่กับการพัฒนาสินค้าและกลยุทธ์ทางการตลาดให้เหมาะสมกับกำลังซื้อและพฤติกรรมผู้บริโภคในยูเออี