
วิกฤตการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ส่งผลกระทบต่ออียิปต์อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าทางภูมิศาสตร์อียิปต์จะไม่ได้ตั้งอยู่ติดกับช่องแคบดังกล่าวก็ตาม แต่เนื่องจากอียิปต์เป็น ประตูสำคัญของเส้นทางการค้าโลกผ่านคลองสุเอซ ความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่คือบทวิเคราะห์ผลกระทบในด้านต่างๆ
1. รายได้จากการสัญจรผ่านคลองสุเอซที่ลดลง
นี่คือผลกระทบที่รุนแรงต่ออียิปต์เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นทางออกหลักของน้ำมันดิบจากกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย(Gulf States) เพื่อส่งไปยังยุโรปและอเมริกาเหนือ โดยต้องผ่านคลองสุเอซของอียิปต์
การลดลงของจำนวนเรือที่ผ่านคลองสุเอซ หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดล้อม เรือบรรทุกน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ (LNG) จากซาอุดีอาระเบีย อิรัก คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะไม่สามารถเดินทางมาถึงคลองสุเอซได้
การสูญเสียรายได้เงินตราต่างประเทศ รายได้จากค่าธรรมเนียมผ่านคลองสุเอซเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้เงินตราต่างประเทศ (USD) ที่สำคัญที่สุดของอียิปต์ (ราว 9 พันล้านดอลลาร์ต่อปี) หากอุปทานน้ำมันหายไปจากเส้นทางนี้ รายได้ของอียิปต์จะลดลงอย่างมหาศาลทันที
2. วิกฤตเงินเฟ้อและค่าครองชีพ
อียิปต์เผชิญกับความท้าทายด้านเงินเฟ้ออยู่ก่อนแล้ว วิกฤตนี้จะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์
ราคาน้ำมันในประเทศ แม้อียิปต์จะเป็นผู้ผลิตน้ำมัน(ผลิตประมาณ 6 แสนบาร์เรลต่อวัน) แต่ยังต้องนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางส่วน(นำเข้าประมาณ 3 แสนบาร์เรลต่อวัน) แต่ด้วยจำนวนประชากรที่สูงและการขยายตัวของเมือง ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นจากการปิดช่องแคบจะทำให้อียิปต์ต้องแบกรับภาระงบประมาณอุดหนุนพลังงานมากขึ้น หรือต้องปรับราคาขายปลีก ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าขนส่งและราคาสินค้าทุกชนิด
ความมั่นคงทางอาหาร อียิปต์เป็นผู้นำเข้าสาลี (Wheat) รายใหญ่ที่สุดของโลก ต้นทุนการขนส่งทางเรือที่เพิ่มขึ้นจากความเสี่ยงภัยสงคราม (War Risk Insurance) จะทำให้ราคาขนมปังและอาหารพื้นฐานพุ่งสูงขึ้น
3. ผลกระทบต่อท่อส่งน้ำมัน SUMED
อียิปต์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของท่อส่งน้ำมัน SUMED (Suez-Mediterranean pipeline) ซึ่งเป็นทางเลือกในการขนส่งน้ำมันจากทะเลแดงไปยังเมดิเตอร์เรเนียนโดยไม่ต้องผ่านคลองสุเอซทั้งหมด หากช่องแคบฮอร์มุซปิดลง ท่อส่งน้ำมันนี้จะไม่มีน้ำมันดิบให้ลำเลียง ส่งผลให้สูญเสียรายได้จากการให้บริการเชิงยุทธศาสตร์นี้ไป บริหารและดำเนินการโดยบริษัท Arab Petroleum Pipelines Company ซึ่งมีลักษณะเป็นกิจการร่วมค้า (Joint Venture) ของกลุ่มประเทศพันธมิตรอาหรับ โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นดังนี้
4. เสถียรภาพทางการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์
ความตึงเครียดในทะเลแดง การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซมักมาพร้อมกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินเรือในทะเลแดง (Red Sea) และช่องแคบฝั่งที่ติดกับอียิปต์ ทำให้สถานการณ์ความมั่นคงทางทะเลเลวร้ายลง
การท่องเที่ยว ภาคการท่องเที่ยวของอียิปต์มีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค หากเกิดสงครามหรือความไม่สงบขยายวงกว้าง นักท่องเที่ยวจะลดลงทันที ซึ่งส่งผลเสียต่อการจ้างงานและเศรษฐกิจโดยรวม
ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ
สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเป็นปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานและอัตราเงินเฟ้อในประเทศไทย นอกจากนี้ ความขัดแย้งที่อาจลุกลามและนำไปสู่การตอบโต้ของกลุ่มฮูตีบริเวณทะเลแดง จะยิ่งสร้างแรงกดดันต่อเส้นทางการเดินเรือขนส่งสินค้า โดยเฉพาะเส้นทางที่ต้องผ่านคลองสุเอซซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์หลักในการส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาดตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ และยุโรป
สคต. ประเมินว่าเหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้ค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้นและทำให้ระยะเวลาการขนส่งสินค้าล่าช้ากว่ากำหนด ผู้ประกอบการไทยที่มีการค้าระหว่างประเทศในเส้นทางดังกล่าว ควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด วางแผนบริหารจัดการความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์ เจรจาเงื่อนไขและต้นทุนค่าขนส่งล่วงหน้า รวมทั้งพิจารณาเส้นทางขนส่งสำรอง เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อต้นทุนการส่งออกและรักษาระดับความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก
----------------------------------------
ที่มา https://www.suezcanal.gov.eg/English/Navigation/Pages/NavigationStatistics.aspx
https://www.eia.gov/international/analysis/special-topics/World_Oil_Transit_Chokepoints