fb
ตลาดของเล่นญี่ปุ่นโตด้วยกระแส “Kidults”
โดย
Thanittaya
ลงเมื่อ 08 กันยายน 2568 08:00
สคต. ณ นครโอซากา (ญี่ปุ่น) (TTC, Osaka (Japan))
53

แม้อัตราการเกิดของญี่ปุ่นอยู่ในระดับต่ำติดอันดับต้นของโลก หากแต่ตลาดของเล่นกลับมีแนวโน้มขยายตัวดี โดยในปี 2567 ขยายตัวร้อยละ 7.9 จากปีก่อนหน้า ทั้งนี้ ในปี 2566 มูลค่าตลาดของเล่นในญี่ปุ่นแตะระดับล้านล้านเยนเป็นครั้งแรก จากอิทธิพลของกระแส “Kidults” (Kid + Adult) 

ตลาดสินค้าของเล่นในญี่ปุ่นในปี 2567 มีมูลค่า 1.992 ล้านล้านเยน ขยายตัวร้อยละ 7.9 จากปีก่อนหน้า  ซึ่งเป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นปีที่ 5 แม้อัตราการเกิดจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (ช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ลดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์) โดยปัจจัยสนับสนุนหลักของการเติบโตดังกล่าว คือ กระแส “Kidults” ที่เริ่มแพร่หลายในช่วงวิกฤติ COVID-19 และการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ แม้สหรัฐอเมริกาจะเป็นตลาดของเล่นที่ใหญ่ที่สุดในโลก หากแต่ญี่ปุ่นเป็นผู้นำในแง่ของสัดส่วนตลาดของเล่นสำหรับผู้ใหญ่ โดยถือเป็นเครื่องมือในการสร้างคุณค่าทางอารมณ์ และการเชื่อมโยงทางสังคม ผ่านการปฏิสัมพันธ์ด้วยการเล่นเกมส์ โดยประเภทที่นิยมมากที่สุด คือ การ์ดสะสม (Trading Card) ซึ่งครองสัดส่วน 1 ใน 4 ของตลาดเกมส โดยในปี 2566 มูลค่า 277.4 พันล้านเยน (1.93 พันล้านดอลลาร์สหรัฐรองลงมา คือ โมเดล/ฟิกเกอร์ มูลค่า174.8 พันล้านเยน (1.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ขยายตัวร้อยละ 4.7 และตุ๊กตา Plush toy 39 พันล้านเยน (271 ล้านดอลลาร์สหรัฐขยายตัวร้อยละ 20.7 นอกจากนี้ เกมส์และสินค้างานปาร์ตี้ รวมถึงมายากลต่างๆ และของเล่นเพื่อการเรียนรู้ (Educational toys) มีแนวโน้มขยายตัวดีเช่นกัน 

จากแนวโน้มการเติบโตของตลาดของเล่น “Kidult” ทำให้ผู้ผลิตทั้งรายเดิม และรายใหม่ เร่งพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ป้อนตลาดอย่างต่อเนื่อง อาทิ เกมส์เลี้ยงสัตว์เสมือนจริงรุ่นใหม่ “Tamagotchi Paradise” ของผู้ผลิตรายใหญ่ Bandai หรือหุ่นยนต์เพื่อนเล่นที่พัฒนาโดย AI Poketomo” ที่มีความสมจริง และตอบสนองอย่างชาญฉลาดของ Sharp นอกจากนี้ มีช่องทางจำหน่ายเพิ่มขึ้น ผ่านร้านเฉพาะ (Specialty stores) Pop-up Store รวมถึงร้านของเล่นชื่อดังอย่าง Toys“R”Us ที่เปิดสาขา Flagship จำหน่ายของเล่นที่เน้น “Kidult”  ในนครโอซากา ทั้งนี้ สมาคมของเล่นญี่ปุ่นได้เปลี่ยนชื่อประเภทรางวัล Japan Toy Award 2024 จาก “High Target Toy” เป็น “Kidult Toy” สะท้อนการยอมรับอิทธิพลของกระแสดังกล่าว

ที่มา

https://mainichi.jp/english/articles/20240906/p2a/00m/0bu/024000c

https://new-standard.co.jp/posts/22720

https://www.nikkei.com/article/DGXZRSP696273_T00C25A9000000/

Share :
Instagram