fb
เวียดนามคุมเข้มมาตรฐานสินค้า  เดินหน้าปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายและสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

เวียดนามคุมเข้มมาตรฐานสินค้า เดินหน้าปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายและสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

โดย
Tran
ลงเมื่อ 12 ธันวาคม 2568 17:03
สคต. ณ นครโฮจิมินห์ (เวียดนาม) (TTC, Ho Chi Minh City (Vietnam))
53

เนื้อข่าว 

รัฐบาลเวียดนามได้ประกาศเดินหน้าปราบปรามอย่างเด็ดขาดต่อการลักลอบนำเข้า การฉ้อฉลทางการค้า การจำหน่ายสินค้าปลอมและสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ สินค้าที่ขาดความโปร่งใสด้านถิ่นกำเนิด รวมถึงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยได้ประกาศใช้มติว่าด้วยแผนปฏิบัติการเพื่อยับยั้งและขจัดพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายดังกล่าวอย่างเป็นระบบ มติดังกล่าวมีเป้าหมายในการยกระดับโครงสร้างทางกฎหมายและสถาบัน จัดวางระบบการปฏิบัติงานของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายให้มีความชัดเจนทั้งในด้านภารกิจ อำนาจ และความรับผิดชอบของกระทรวง หน่วยงานส่วนกลาง และการบริหารท้องถิ่น พร้อมทั้งกำหนดกลไกและนโยบายที่ส่งเสริมให้ประชาชนและภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพื่อคุ้มครองสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริโภคและผู้ประกอบการ รักษาความปลอดภัยสาธารณะ และสนับสนุนความมั่นคงของประเทศควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน

image.png

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลมุ่งสร้างการรับรู้ของสาธารณชน และบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของรัฐ ควบคู่กับการกำชับให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ เครือข่ายสังคมออนไลน์ และสื่อมวลชนแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าจะไม่เผยแพร่ จำหน่าย หรือส่งเสริมสินค้าปลอม สินค้าที่ไม่ผ่านมาตรฐานคุณภาพ หรือสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ แผนปฏิบัติการยังเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทันสมัย เครื่องมือดิจิทัล และระบบฐานข้อมูล ในทุกหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการตรวจสอบ ติดตาม และควบคุมการเคลื่อนย้ายสินค้าอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งกำหนดให้ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของผู้บริโภคต้องเข้ารับคำแนะนำด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสินค้าปลอม สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และมาตรฐานที่ต้องปฏิบัติ ขณะเดียวกัน ประชาชนต้องได้รับข้อมูลความรู้เกี่ยวกับสิทธิของตนและแนวทางในการป้องกันความเสี่ยงจากการบริโภคสินค้าที่ผิดกฎหมายหรือไม่ได้มาตรฐาน

นอกจากนี้ แผนดังกล่าวยังเน้นการยกระดับวินัยและความโปร่งใสของบุคลากรภาครัฐ โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่และข้าราชการยึดมั่นในหลักจริยธรรม ความซื่อตรง และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ พร้อมทั้งดำเนินมาตรการลงโทษอย่างเคร่งครัดต่อผู้ที่ปกปิด ละเลย หรือเอื้อประโยชน์ให้การกระทำผิด โดยถือปฏิบัติตามหลักการไม่ละเว้น ไม่มียกเว้นพื้นที่ตรวจสอบ และไม่ผ่อนปรน (no concessions, no forbidden zones, no exceptions) ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ 8 ด้าน ได้แก่ การปรับปรุงระบบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การยกระดับขีดความสามารถของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย การพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและปลอดจากการทุจริต การเพิ่มความเข้มข้นของการตรวจสอบและติดตาม การเสริมความเข้มงวดในการกำกับดูแลและการบังคับใช้บทลงโทษ รวมถึงการจัดการประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาต การประเมินความสอดคล้อง (conformity assessment) และการควบคุมมาตรฐานคุณภาพสินค้าอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

ท้ายที่สุด รัฐบาลเน้นย้ำความสำคัญของการประสานการทำงานระหว่างกระทรวง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการบริหารระดับท้องถิ่น เพื่อเสริมประสิทธิผลในการปราบปรามการลักลอบนำเข้าข้ามพรมแดน ควบคู่กับการผลักดันให้มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและระบบข้อมูลสมัยใหม่ในการกำกับดูแลการเคลื่อนย้ายสินค้าให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการเผยแพร่และรณรงค์ข้อมูลข่าวสารเพื่อยกระดับความตระหนักของประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงและผลกระทบจากการทุจริตทางการค้าและสินค้าปลอม รวมทั้งการกระชับความร่วมมือกับนานาประเทศ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการรับมือและป้องปรามกิจกรรมผิดกฎหมายดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

(แหล่งที่มา https://vietnamnews.vn/ ฉบับวันที่ 8 ธันวาคม 2568)

วิเคราะห์ผลกระทบ

การยกระดับมาตรการของรัฐบาลเวียดนามในการปราบปรามการลักลอบนำเข้า การฉ้อฉลทางการค้า สินค้าปลอม และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเสริมสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของตลาดภายในประเทศ ท่ามกลางแนวโน้มอาชญากรรมทางการค้าที่ยังคงทวีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงรูปแบบอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากคณะกรรมการ 389 กรุงฮานอยระบุว่า ในเดือนพฤศจิกายน 2568 มีการตรวจพบ 2,498 คดี และดำเนินคดี 2,447 คดี ขณะที่ระดับประเทศพบมากกว่า 31,000 คดี ในไตรมาสที่สามของปีเดียวกัน ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าปัญหายังคงรุนแรงโดยเฉพาะช่วงปลายปีซึ่งความต้องการสินค้าเพิ่มสูง ส่งผลให้ผู้กระทำผิดพยายามนำสินค้าคุณภาพต่ำและสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และผลกระทบเชิงลบต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์ทวีความซับซ้อน ได้แก่ แรงจูงใจทางเศรษฐกิจที่สูงของผู้ลักลอบ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง ความง่ายในการปกปิดตัวตนบนแพลตฟอร์มดิจิทัล และช่องว่างด้านการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงปัญหาเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนที่ขาดความรับผิดชอบหรือสมรู้ร่วมคิดกับผู้กระทำผิด อีกทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคที่นิยมสินค้าราคาถูกยังสร้างแรงส่งให้กิจกรรมผิดกฎหมายเติบโตอย่างยากต่อการควบคุม ส่งผลให้การปราบปรามต้องอาศัยมาตรการแบบบูรณาการและแข็งขันมากยิ่งขึ้น

เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายดังกล่าว รัฐบาลเวียดนามได้ออกมติหมายเลข 397/NQ-CP ซึ่งเป็นกรอบแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการลักลอบ การค้าสินค้าปลอม และการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาจนถึงปี 2573 มติดังกล่าวมุ่งยกระดับกลไกกำกับดูแลและเสริมสร้างประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย โดยยึดหลักไม่ผ่อนปรน ไม่มีพื้นที่ยกเว้น และไม่ละเว้นผู้กระทำผิด พร้อมกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบที่ชัดเจนของหน่วยงานรัฐระดับกระทรวง ส่วนกลาง และท้องถิ่น ตลอดจนการดึงส่วนร่วมจากภาคเอกชน แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ผู้ให้บริการออนไลน์ และประชาชน เพื่อร่วมป้องกันและไม่สนับสนุนสินค้าที่ผิดกฎหมาย

ในด้านเครื่องมือเชิงนโยบาย มติดังกล่าวเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบฐานข้อมูล และระบบติดตามตรวจสอบอัจฉริยะในกระบวนการควบคุมสินค้า การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการบังคับใช้บทลงโทษอย่างเด็ดขาดควบคู่กันไป โดยเฉพาะสินค้าที่กระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคซึ่งจะต้องผ่านการประเมินความสอดคล้อง และการตรวจสอบมาตรฐานอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ ภาครัฐยังมุ่งส่งเสริมการเผยแพร่ข้อมูลและสร้างความตระหนักของสาธารณชน เพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้บริโภคในการป้องกันความเสี่ยงจากสินค้าที่ผิดกฎหมายและไม่ได้มาตรฐาน

สำหรับผลกระทบทางเศรษฐกิจ การยกระดับมาตรการเหล่านี้คาดว่าจะช่วยเสริมเสถียรภาพของตลาดเวียดนาม ลดความเสียหายจากสินค้าคุณภาพต่ำ และเพิ่มความได้เปรียบของผู้ผลิต–ผู้ส่งออกที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อสภาพแวดล้อมทางการค้ามีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น ผู้ประกอบการจะมีแรงจูงใจในการลงทุนเพิ่ม ขณะเดียวกันความเสี่ยงด้านสาธารณสุขและต้นทุนทางสังคมจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศดีขึ้นทั้งในตลาดภายในและตลาดส่งออก

ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ เวียดนามมีแนวโน้มเร่งสร้างกลไกความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนและคู่ค้าสำคัญ เพื่อยกระดับการควบคุมพรมแดนและป้องกันการลักลอบข้ามแดนผ่านเครือข่ายศุลกากรและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย การยกระดับความร่วมมือดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงด้านการค้า แต่ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ของเวียดนามในฐานะประเทศที่ให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลทางการค้า (trade governance) และมาตรฐานสากล

มาตรการเชิงรุกของรัฐบาลเวียดนามในการต่อสู้กับการลักลอบและสินค้าปลอมถือเป็นก้าวสำคัญสู่การสร้างระบบการค้าที่โปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืน ซึ่งจะมีส่วนส่งเสริมความเชื่อมั่นของผู้บริโภค นักลงทุน และพันธมิตรทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความปลอดภัยสาธารณะ และความสามารถในการแข่งขันของเวียดนามในระยะยาว

นำเสนอโอกาส/แนวทาง

การยกระดับมาตรการปราบปรามการลักลอบนำเข้าและสินค้าปลอมของเวียดนามจะช่วยลดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในตลาด ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการไทยที่จำหน่ายสินค้ามาตรฐานหรือมีแบรนด์ที่ได้รับการคุ้มครองด้านทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งในตลาดเวียดนามและในไทยเอง เนื่องจากความเข้มงวดด้านการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้า มาตรฐานคุณภาพ และการประเมินความสอดคล้อง จะลดโอกาสของสินค้าลอกเลียนแบบหรือสินค้าต้นทุนต่ำที่ไม่ได้มาตรฐานเข้าสู่ตลาด อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกไปเวียดนามอาจเผชิญต้นทุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่สูงขึ้น เช่น การจัดเตรียมข้อมูลถิ่นกำเนิด การขอใบอนุญาตเฉพาะ การปรับตัวให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านฉลากและมาตรฐานสินค้า ซึ่งจำเป็นต้องเพิ่มการบริหารความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและติดตามข้อกำหนดใหม่อย่างใกล้ชิด

เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ผู้ประกอบการไทยควรปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับทิศทางนโยบายของเวียดนาม เช่น การยกระดับระบบตรวจสอบย้อนกลับ การรับรองมาตรฐานสากล และการเสริมสร้างการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในเวียดนาม นอกจากนี้ การร่วมมือกับผู้จัดจำหน่ายท้องถิ่นที่มีความเข้าใจในกฎระเบียบจะช่วยลดความเสี่ยงในการปฏิบัติตามกฎหมาย ในภาคการผลิต ผู้ประกอบการควรพิจารณาใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อปรับปรุงกระบวนการควบคุมคุณภาพและการจัดการห่วงโซ่อุปทาน รวมทั้งเพิ่มความโปร่งใสด้านข้อมูลสินค้าเพื่อตอบสนองต่อความเข้มงวดของหน่วยงานเวียดนาม ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยในประเทศเวียดนามควรใช้โอกาสจากการที่เวียดนามเข้มงวดกับสินค้านำเข้าที่ไม่ได้มาตรฐาน เพื่อผลักดันสินค้าคุณภาพและสร้างความเชื่อมโยงทางการค้าระหว่างสองประเทศมากขึ้น

            นโยบายของเวียดนามในการเสริมสร้างธรรมาภิบาลทางการค้า และยกระดับมาตรฐานสินค้า จะช่วยให้ตลาดมีความโปร่งใสและเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาด โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าการเกษตรแปรรูป เครื่องสำอาง อุปกรณ์การแพทย์ และสินค้าที่ต้องอาศัยความเชื่อถือด้านคุณภาพ นอกจากนี้ การที่เวียดนามเพิ่มความร่วมมือกับประเทศอาเซียนในการป้องกันการลักลอบและควบคุมพรมแดน จะช่วยลดความเสี่ยงด้านการค้าและสนับสนุนให้ห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคมีเสถียรภาพยิ่งขึ้น ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่ายการผลิตข้ามพรมแดน การจับคู่ธุรกิจ และโอกาสในการลงทุนด้านโลจิสติกส์ การตรวจสอบมาตรฐาน และเทคโนโลยีติดตามสินค้า ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการค้าสมัยใหม่และความต้องการของรัฐบาลเวียดนามในระยะยาว

News 8 - 12 December - VN smuggling, counterfeit goods-edit.pdf
Share :
Instagram